คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangราชบุรี · เปลี่ยน

ราชบุรีชาวบ้านสุดทน! ร้องฟาร์มหมูปล่อยน้ำเสียปนน้ำฝน ท่วมนา ...

ที่มา: สยามรัฐ

ราชบุรีชาวบ้านสุดทน! ร้องฟาร์มหมูปล่อยน้ำเสียปนน้ำฝน ท่วมนาข้าวกว่า 100 ไร่

ชาวบ้านจอมบึงอ้างปัญหาน้ำเสียเกิดนาน 4 ปี กระทบนาข้าวและพื้นที่รอบหมู่บ้าน วอนหน่วยงานตรวจสอบ-แก้ไขให้กลับมาทำนาได้

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ชาวบ้านหมู่ 7 บ้านหนองแสงหลุม ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก “เรื่องชาวบ้าน” หลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำเสียที่ชาวบ้านอ้างว่าไหลออกมาจากฟาร์มหมูในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำฝนไหลผสมกับน้ำเสีย ก่อนเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบริเวณโดยรอบหมู่บ้าน

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าหลังเกิดฝนตกหนักในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีมวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านหนองแสงหลุม โดยชาวบ้านระบุว่าน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่มีสีดำปนเขียวและมีกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะบริเวณนาข้าว ซึ่งต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโตได้รับผลกระทบจากน้ำที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นน้ำเสีย

ชาวบ้านบางรายระบุว่า น้ำเสียไหลเข้าล้อมรอบบ้าน ทำให้การเดินทางเข้า-ออกต้องลุยน้ำ และเริ่มมีอาการคันบริเวณขาและเท้า จึงกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต

ชาวบ้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหาน้ำเสียลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานประมาณ 4 ปี โดยทุกครั้งที่มีฝนตกหนัก น้ำจากพื้นที่ฟาร์มจะไหลมาผสมกับน้ำฝน ก่อนเข้าสู่พื้นที่การเกษตรและบริเวณโดยรอบหมู่บ้าน ส่งผลให้น้ำในนาข้าวมีสีผิดปกติ และทำให้ไม่สามารถทำนาได้ตามปกติ

พื้นที่ที่ชาวบ้านระบุว่าได้รับผลกระทบมีมากกว่า 100 ไร่ ส่งผลให้เกษตรกรหลายครอบครัวได้รับความเสียหายจากผลผลิตและไม่สามารถใช้พื้นที่ทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ชาวบ้านบางรายระบุว่าเริ่มรู้สึกท้อแท้และมีความคิดที่จะขายที่นา เพราะหากยังทำการเกษตรต่อก็ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เต็มที่ ทั้งที่อาชีพทำนาเป็นทั้งรายได้และแหล่งอาหารสำคัญของครอบครัว

ที่ผ่านมา ชาวบ้านเคยร้องเรียนปัญหาผ่านผู้นำชุมชนเพื่อขอให้ช่วยแก้ไข โดยมีการพูดคุยถึงแนวทางชดเชยความเสียหาย ชาวบ้านบางรายระบุว่าเคยได้รับข้อเสนอให้หยุดทำนา และจะมีการจ่ายเงินชดเชยประมาณปีละ 2,000 บาท เพื่อให้พื้นที่นาใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ ขณะที่บางรายได้รับเงินชดเชยความเสียหายแล้ว แต่เห็นว่าไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผลผลิตและพื้นที่ทำกิน

ชาวบ้านยืนยันว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงเงินเยียวยา เพราะเงินชดเชยไม่สามารถทดแทนรายได้จากการทำนาในระยะยาวได้ แต่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งแหล่งที่มาของน้ำเสีย คุณภาพน้ำ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่การเกษตร พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ชาวบ้านรายหนึ่งสะท้อนว่า “ไม่อยากได้เงินเยียวยา แต่อยากได้ที่นาคืนมาให้ทำนา” เพราะต้องการปลูกข้าวไว้กินและเลี้ยงครอบครัว หากมีที่นาแต่ไม่สามารถทำนาได้ สุดท้ายอาจต้องตัดสินใจขายที่ดิน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาใช้พื้นที่ทำนาและประกอบอาชีพได้ตามปกติ

ความคิดเห็น