การเมืองไทยกำลังกลับมาอยู่ในโหมดจับตา “เกมดูดเสียง” อีกครั้ง หลังมีกระแสข่าวดึงพรรคเขียว “กล้าธรรม” เข้าร่วมรัฐบาลสีน้ำเงิน ท่ามกลางสมการทางการเมืองที่ทุกเสียงในสภาฯ มีความหมายต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ที่ล่าสุด ในช่วงของการประชุมพิจารณางบประมาณ 70 ที่ รัฐสภา จึงจัดประชุม ครม.ที่นั่นด้วย พร้อมยังมีภาพของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าพบ นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จากนั้น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคภูมิใจไทย เข้ามาทักทาย พร้อมจับแขนนายอรรถกร ซึ่งจังหวะนี้ผู้สื่อข่าวไม่พลาด แซวทันทีว่า ไหนว่าจะมาร่วมรัฐบาลเดือนพฤศจิกายน นายอรรถกร ตอบว่า “ใจผมอยู่กับพี่แบด ตั้งแต่วันแรกแล้ว”
ขณะที่เมื่อถูกถามว่า จะดึงเข้าร่วมรัฐบาลเลยหรือไม่ นายภราดร หัวเราะ พร้อมจับแขนนายอรรถกร ทำท่าจะดึงเข้าไปในห้องประชุม ครม. ก่อนพูดว่า “เอา เอา เข้าไปเลย” แต่เมื่อถูกถามต่อว่า แล้วจะเอากระทรวงไหนดี นายอรรถกร ยกมือปฏิเสธ พร้อมบอกว่า วันนี้มาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และได้พูดคุยกันแล้ว
ส่วนคำถามว่า มาร่วมรัฐบาล หรือมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายอรรถกร ตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ “ผู้หลักผู้ใหญ่คุยกัน” และเมื่อถูกถามถึงสถานะปัจจุบัน นายอรรถกรยังย้ำว่า ทำหน้าที่ในฐานะ สส.ฝ่ายค้าน แต่เมื่อผู้สื่อข่าวแซวว่า เป็น “ฝ่ายค้านเชิงรัฐบาล” หรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า “ฝ่ายค้านเชิงกล้าธรรม”
พร้อมยืนยันว่า ตนพูดคุยกับนายภราดรอยู่ตลอด โดยเฉพาะเรื่องงานรัฐสภา และการทำอย่างไรให้รัฐบาลสามารถผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนผ่านสภาฯ ได้
เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรม พร้อมช่วยรัฐบาลหรือไม่ นายอรรถกรตอบสั้น ๆ ว่า “อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เราพร้อมช่วย”
ขณะที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อในลักษณะไม่ปิดทางร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย อีกด้วย ซึ่งคำตอบเหล่านี้ แม้ยังไม่ใช่การประกาศเข้าร่วมรัฐบาล แต่ก็สะท้อนว่า ช่องทางการพูดคุยระหว่างสองฝ่ายยังเปิดอยู่ และไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ปรากฏภาพ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับราชบุรี เอฟซี ภาพดังกล่าวถูกนำไปเชื่อมโยงกับกระแสข่าวเรื่อง “ฝากเลี้ยง สส.สีเขียว ในค่ายน้ำเงิน” และมีการจับตากลุ่ม สส.ของนางบุญยิ่ง ซึ่งมีกำลังหลักราว 10 คน ว่าอาจลงมติไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาลพร้อมยังมีรายงานว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นางบุญยิ่ง จะส่งลูกชายเข้ามาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และลงสมัครรับเลือกตั้งแทนเจ้าตัว ที่ทำให้มองได้ว่า “งูเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน”
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาปฏิเสธกระแสข่าว “10 งูเขียว” ส่วนภาพนายเนวินพบกับนางบุญยิ่ง นั้น ทั้งสองฝ่ายเกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอล จึงเป็นเรื่องปกติที่จะพบกันในช่วงการแข่งขัน พร้อมปฏิเสธการเชื่อมโยงกับการเมือง
แม้กระทั่งคำว่า “ไทยลีกคอนเนคชั่น” นายอนุทิน ก็รับมุกด้วยการหยิบน้ำมันเขียวขึ้นมา พร้อมบอกว่า “มีแต่น้ำมันเขียว ทาแล้วหัวไม่โน” แต่ยิ่งปฏิเสธ กระแสการจับตาก็ยังไม่จบ เพราะล่าสุด นายอนุทิน ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี และมี สส.ในพื้นที่มาต้อนรับ โดยราชบุรีมี สส.พรรคภูมิใจไทย 3 เขต และพรรคกล้าธรรม 2 เขต
แม้ก่อนหน้านี้ ยังมีกระแสข่าวสูตรจัดตั้งรัฐบาลสลับขั้ว “ส้ม-แดง-เขียว” หรือ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม แต่สูตรดังกล่าวถูกมองว่าเป็นไปได้ยาก ทั้งจากข้อจำกัดด้านจำนวนเสียง ความแตกต่างทางการเมือง ตลอดจนปัญหาเรื่องการจัดสรรตำแหน่งและโควตากระทรวง ที่สำคัญ หากรวมเสียงได้เพียงประมาณ 250 เสียง ก็อาจกลายเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพไม่มากพอสำหรับการผ่านกฎหมายสำคัญ
ขณะที่แกนนำพรรคต่าง ๆ ก็ยังออกมาปฏิเสธข่าวการสลับขั้ว ทำให้ในเวลานี้ สูตรที่ถูกจับตามากกว่า จึงอาจไม่ใช่ “น้ำเงินถูกล้มด้วย ส้ม-แดง-เขียว” แต่เป็นการขยับของ “สีเขียว” เข้าหา “สีน้ำเงิน” เพราะคำพูดของนายอรรถกรที่ว่า “ผู้หลักผู้ใหญ่คุยกัน” จึงกลายเป็นประโยคที่น่าจับตา
ในเกมการเมือง และหากเสียงของกลุ่ม สส.กล้าธรรม ยังคงโหวตไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งชัดเจนว่า แม้ยังไม่เข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการร่วมกันในทางปฏิบัติไปก่อน