คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangราชบุรี · เปลี่ยน

หลาก&หลายเทคโนโลยีชาวบ้าน – ‘ชันโรง’ แมลงทำเงิน งานสบาย สร้างรายได้วัยเกษียณ

ที่มา: ข่าวสด

ชันโรง หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘ผึ้งจิ๋ว’ เป็นแมลงตระกูลเดียวกับผึ้ง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ‘ไม่มีเหล็กใน’ จึงไม่ดุร้ายและไม่ต่อย กระจายตัวอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่ป่าเขตร้อนชื้นของไทย ปัจจุบันชันโรงกลายเป็นแมลงเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากน้ำผึ้งที่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยาโดดเด่นกว่าน้ำผึ้งทั่วไป

ไพรินทร์ ชูรอด ประธานวิสาหกิจชุมชนรินชูชันโรงบ้านบางกล้วย ต.จอมประทัด อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ครั้งหนึ่งเธอเคยเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บที่กัดกินร่างกายจนเกือบหมดหวัง แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการหันมารักษาตัวด้วยการดื่มน้ำผึ้งชันโรง จนร่างกายฟื้นฟูดีขึ้นมากอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่คาดคิด

อาชีพเดิมของเธอเป็นเซลล์ สร้างรายได้ดีมากๆ แต่การทำงานหนักควบกะทั้งวันทั้งคืนสุดท้ายร่างกายทนไม่ไหว ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้จึงลาออกมาพักรักษาตัวที่บ้านเกิด จ.ราชบุรี จมอยู่กับความหดหู่ สิ้นหวังกว่า 2 ปี ก่อนจะฮึดสู้ ลุกขึ้นมาหัดเดิน

ระหว่างหัดเดินอาศัยเกาะเสาเหล็กหน้าบ้าน มักถูกชันโรงที่อาศัยอยู่ในเสาบินมาตอม กัดผม กัดคิ้ว เธอจึงเสิร์ชกูเกิลหาวิธีกำจัด แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับกลายเป็นคำว่าชันโรงแมลงเงินล้าน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาและเพาะเลี้ยงชันโรงอย่างจริงจัง

แล้ววันหนึ่งมีวิทยากรมาให้ความรู้แก่เกษตรกรในหมู่บ้าน เธอกับสามีจึงอาสาเข้าร่วม และเริ่มต้นอาชีพนี้ด้วยชันโรง 4 รังแรก จากนั้นเลี้ยงแบบสะสมไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะทำเป็นธุรกิจจริงจังเพราะที่บ้านยังมีรายได้จากทางอื่น

แต่จุดเปลี่ยนคือช่วงโควิดระบาด อาชีพในครอบครัว ผักขายไม่ได้ งานสานตะกร้าไม่มีคนสั่ง จึงหันไปมองชันโรงที่เลี้ยงทิ้งไว้ในสวน มีมากกว่า 100 รัง จึงเริ่มขาย และบอกกันปากต่อปาก จากคนมาขอซื้อแค่ 2-5 รัง เริ่มมีการสั่งซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 10 ขยายพันธุ์ชันโรงมาแล้วกว่า 1,000 รัง แบ่งขายไปบ้าง ปัจจุบันดูแลอยู่ประมาณ 600 รัง โดยเลือกเลี้ยง ‘สายพันธุ์ขนเงิน’ เพราะเป็นพันธุ์พื้นถิ่นที่เลี้ยงง่าย ทนทาน และเหมาะสมกับสภาพอากาศทุกภาคของไทย

“อาชีพเลี้ยงชันโรงเป็นอาชีพที่มหัศจรรย์มากๆ มนุษย์เงินเดือน คนไม่มีเวลา หรือวัยเกษียณก็เลี้ยงได้แบบสบายๆ ไม่ต้องให้อาหาร ไม่ต้องตัดขน ไม่ต้องพาไปเดินเล่น ไปอาบน้ำ น้องหาเอง เราแค่เตรียมแหล่งอาหารไว้ แหล่งอาหารที่สำคัญคือเกสรดอกไม้ หมายความว่าเราปลูกดอกไม้ ชันโรงได้กินเกสร เราได้ความสดชื่น แหล่งน้ำจากธรรมชาติ แค่นี้เองสิ่งที่เราต้องเตรียม” ไพรินทร์กล่าว

ชันโรงอยู่ได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 35 องศา ตรงไหนที่เราอยู่แล้วรู้สึกสบาย น้องก็อยู่ได้ ถ้าไม่ได้อยู่ใต้ร่มไม้ต้องมีหลังคากันแดดกันฝน กันน้ำค้าง เมื่อได้ที่ตั้งแล้วห้ามย้ายไปมา พื้นที่น้อยสัก 1 งาน 100 รังก็เลี้ยงได้ เลี้ยงบ้านเรากินบ้านเพื่อน หมายความว่ารัศมีหากินของน้อง 300 เมตร น้องไปหากินกับบ้านข้างเคียงได้ แต่มีข้อแม้ว่าบริเวณนั้นต้องไม่มีเคมี

“แหล่งอาหารคือดอกไม้ น้องจะรู้ว่าดอกไหนมีพิษหรือไม่มีพิษ ดอกไม้ที่ชอบเป็นดอกไม้ชนิดดอกเปิด คือดอกที่เห็นเกสรชัดเจน เช่น รักแรกพบ” ไพรินทร์กล่าวและว่า ดอกมะพร้าว ปลีกล้วยให้น้ำหวานดี ยางก็ดี และยังมีพวงชมพู บานชื่น ดอกบัว แต่กล้วยไม้ไม่ได้เพราะเกสรน้อย

มือใหม่หัดเลี้ยงแนะนำให้เริ่มที่ 30-50 รัง เพราะเมื่อขยายเพิ่มจะได้จำนวนเพิ่มทวีคูณ จาก 30 รัง เป็น 60 รัง จาก 50 รัง เป็น 100 รัง สร้างอาชีพได้แต่ไม่อยากให้รีบ ถ้ารีบหมายความว่าต้องใช้ทุนทรัพย์เยอะในการสะสมแม่พันธุ์ ถ้าไม่รีบหาเก็บตามธรรมชาติ หรือล่อ ก็จะใช้ทุนน้อยแต่แลกด้วยเวลา

ส่วนวิธีเก็บชันโรง ฤดูกาลคือตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิต ฤดูร้อน เมื่ออุณหภูมิสูงจัด โดยเฉพาะโรงเรือนหลังคาเมทัลชีทที่สะสมความร้อน แก้ปัญหาด้วยการติดตั้งสปริงเกลอร์พ่นน้ำบนหลังคา เสริมร่มเงาด้วยการยกไม้ใหญ่มาวางในพื้นที่ สร้างบ่อบัวที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศในช่วงที่อากาศแห้งแล้ง

ฤดูฝน ความชื้นที่สูงเกินไปไม่ดีต่อรังชันโรง ช่วงนี้ ต้องเคลื่อนย้ายไม้ใหญ่ออก เพื่อให้ลมโกรกและเร่งการระบายความชื้นออกจากโรงเรือนให้เร็วที่สุด ส่วนฤดูหนาว ชันโรงจะออกหากินน้อยลงและอยู่นิ่งคล้ายจำศีล ทำให้ผลิตน้ำหวานได้น้อย จึงไม่ควรไปรบกวนรังในช่วงฝนชุกหรือหนาวจัด แต่จะเลือกเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงที่น้ำผึ้งมีคุณภาพดีที่สุด

กระบวนการเก็บเกี่ยว หัวใจสำคัญอยู่ที่ความใจเย็น ปริมาณน้ำหวานเฉลี่ยจะอยู่ที่ 30 มิลลิลิตรต่อ 6 เดือน ต้องเก็บอย่างประณีต ระมัดระวังเพื่อให้ตัวชันโรงตามก้อนน้ำหวานมีเวลาเลี่ยงหลบเครื่องมือ

ส่วนการแปรรูปจะเน้นความสะอาดและความบริสุทธิ์สูงสุด การกรองหยาบ นำก้อนน้ำหวานวางบนผ้าขาวบางแล้วค่อยๆ กรีดให้หยดน้ำผึ้งไหลลงมา, การกรองละเอียด ผ่านกระบวนการกรองซ้ำอีกครั้งด้วยผ้ากรองความละเอียดสูงขนาด 10 ไมครอน ส่วนการไล่ความชื้น บรรจุลงขวดแก้วและปิดด้วยแอร์ล็อกเพื่อคุมคุณภาพจนได้น้ำผึ้งที่มีค่าความชื้นมาตรฐานอยู่ที่ 22-25 เปอร์เซ็นต์ พร้อมส่งต่อความหวานจากธรรมชาติสู่มือผู้บริโภค

ไพรินทร์เผยว่า ปัจจุบันวิสาหกิจฯ ของเรามีผู้เลี้ยงที่มีรายได้แล้ว 10 ราย และมีสมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจฯ อื่นๆ รวมถึงเกษตรกรในเครือข่ายกระจายอยู่หลายจังหวัด ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ไปจนถึงกระบี่

ช่องทางการสร้างรายได้หลักของฟาร์มจะเน้นผ่านเพจเฟซบุ๊ก ออกบูธ และเปิดรับลูกค้าที่สนใจ Walk-in เยี่ยมชมฟาร์ม โดยมีน้ำผึ้งชันโรงเป็นสินค้าสร้างรายได้หลัก ราคา 700 บาท (200 มิลลิลิตร) และ 1,700 บาท (500 มิลลิลิตร) ยังต่อยอดรายได้ด้วยการจำหน่ายแม่พันธุ์ชันโรงในราคา 1,500 บาทต่อกล่อง และอุปกรณ์การเลี้ยงแบบครบวงจร ทั้งขาตั้ง หลังคาและสารล่อ

“อนาคตของชันโรงยังคงสดใส ปัจจุบันปริมาณน้ำผึ้งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่เมื่อมีเกษตรกรรายใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ การขายแค่แม่พันธุ์อย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนระยะยาว จึงเตรียมพร้อมแตกไลน์สินค้าให้หลากหลายขึ้นในอนาคต” ไพรินทร์กล่าว

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่เพจเฟซบุ๊ก: รินชูชันโรง บ้านบางกล้วย หรือโทร. 062-418-5889

ทั้งนี้ 30 ต.ค.นี้ เวลา 10.00-11.00 น. ไพรินทร์จะร่วมเวิร์กช้อป “ถอดรหัสเลี้ยง ‘ชันโรง’ ต่อยอดสร้างมูลค่า เข้าใจธรรมชาติแมลงเศรษฐกิจสุดฮิต เทคนิคการเลี้ยงและการแปรรูปสร้างรายได้แบบยั่งยืน” ในงานสัมมนา “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม” ที่ อาคารข่าวสด หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 ถนนเทศบาลนิมิตใต้ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

บัตรราคา 490 บาท สำรองที่นั่ง โทร. 02-589-2222 ต่อ 1555 หรือ Inbox ที่เพจเทคโนโลยีชาวบ้าน m.me/480010195361254

เทคโนโลยีชาวบ้าน

ความคิดเห็น