คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangราชบุรี · เปลี่ยน

ครูทอม ควงนักเขียนซีไรต์ ป้ายยา ‘ความฝันไม่เคยไร้ค่า’ ย้ำ ‘สุขใจก็ทำไปเลย’ พักได้ แต่อย่าหยุด

ที่มา: มติชน

ครูทอม ควง นักเขียนซีไรต์ ป้ายยา ‘ความฝันไม่เคยไร้ค่า’ ย้ำ ‘สุขใจก็ทำไปเลย’ พักได้ แต่อย่าหยุด

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 (Book Expo Thailand 2026) ภายใต้แนวคิด “Unread Messages – คุณได้รับ ‘ข้อความใหม่’” ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม-1 พฤศจิกายนนี้

บรรยากาศเวลา 11.00 น. ที่บูธสำนักพิมพ์ J02 ซึ่งปีนี้มาในธีม ‘Bloom เติบโตไปด้วยกัน’ มีผู้อ่านหลากหลายช่วงวัยเข้าเลือกซื้อหนังสืออย่างไม่ขาดสาย ซึ่งครั้งนี้จัดเต็มหนังสือปกใหม่ที่ครอบคลุมประเด็นร่วมสมัย พร้อมผลงานจากนักเขียนหลากหลายวงการในราคาสุดพิเศษ ลดสูงสุด 20 % รวมทั้งกิจกรรม Meet & Read เปิดโอกาสให้ผู้อ่านพบปะพูดคุยกับนักเขียนและนักแปลอย่างใกล้ชิด

โดยเมื่อเวลา 14.00 น. นายจักรกฤต โยมพยอม หรือ ’ครูทอม คำไทย‘ พิธีกร นักแสดง นักเขียน ติวเตอร์ภาษาไทย และเจ้าของสำนักพิมพ์ Avocado Books และ นายนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2566 ผู้เขียน ‘ความฝันไม่เคยไร้ค่า’พบปะผู้อ่านที่บูธมติชน

โดยหนังสือ เรื่อง ‘ความฝันไม่เคยไร้ค่า‘ เป็นหนังสือในชุด Feel-Good Books ’ส่งต่อสร้างความหวัง-เติมเต็มความฝัน‘ ที่รวบรวมผลงานจากนักเขียน 12 คน ได้แก่ กิตติศักดิ์ คงคา, จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท, จักรกฤต โยมพยอม, นทธี ศศิวิมล, นริศพงศ์ รักวัฒนานนท์, ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด, พงษ์สรวง ตาชุบ, พวงสร้อย อักษรสว่าง, ลาดิด, วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ, อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์ และ คีตา ฐาปนพันธ์นิติกุล

ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานเขียนหลากหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องสั้น ประสบการณ์ และจินตนาการของผู้เขียนแต่ละคน ชวนผู้อ่านสำรวจความฝัน ความหวัง และความหมายของการเดินหน้าต่อไปในชีวิต ผ่านมุมมองที่แตกต่างกันของผู้คน พร้อมเติมพลังใจให้กลับมามองเห็นคุณค่าของความฝัน และ แรงขับเคลื่อนในการลงมือทำสิ่งที่ตั้งใจไว้

นายจักรกฤต โยมพยอม กล่าวว่า ตนเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนที่อยู่ในเรือนจำกับญาติ เพราะว่ามีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกับเรือนจำที่เกี่ยวกับหนังสือ เกี่ยวข้องกับการอ่าน เลยทำให้ได้เห็นว่าคนที่เขาอยู่ในเรือนจำมีความเป็นอยู่อย่างไร รวมไปถึงคนที่อยู่นอกเรือนจำ การที่เขาต้องเป็นผู้รอคอยเขามีความรู้สึกอย่างไรบ้าง และเขาทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะรักษา ความสัมพันธ์นั้นไว้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในฐานะนักเขียน ความฝันไม่เคยไร้ค่า มีช่วงไหนไหมที่รู้สึกว่าท้อ หรือไม่มีแรงใจในการเขียนต่อหรือไม่

นายจักรกฤต กล่าวว่า ไม่เคยท้อกับการทำงานหนังสือสักครั้ง ไม่ว่าจะในฐานะของคนเขียน การเป็นบรรณาธิการ หรือการทำสำนักพิมพ์ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุข

“รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เรามีความสุขกับมันมาก ๆ และไม่ได้รู้สึกท้อ แต่พอมาคิดดูสิ่งหนึ่งที่ทำให้ ไม่รู้สึกท้อ อาจจะเพราะว่า เรามองว่าสิ่งนี้สำหรับเรา การทำหนังสือมันคืองานอดิเรก และทุกครั้งที่เราได้คิดได้ทำมันมีความสุขทั้งนั้น ไม่ว่าผลที่ออกมามันจะเป็นอย่างไร ไม่ว่ามันจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน คนซื้อคนอ่านมากน้อยแค่ไหน ไม่เป็นไรเลย เพราะเรารู้สึกว่าการที่เราได้ทำในช่วงจังหวะของการทำงาน มันทำให้เรามีความสุขมากๆ โดยที่ไม่ได้รู้สึกท้อ เพราะสิ่งนี้เราทำสนองตัวเอง ใครไม่ชอบก็ไม่เป็นไร” นายจักรกฤต กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า อยากบอกอะไรกับคนที่มีความฝัน แม้สุดท้ายอาจไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้?

นายจักรกฤต ตอบว่า ตนรู้สึกว่าถ้ายังมีความสุขกับสิ่งที่ทําอยู่ก็ทําไปเลย ไม่ต้องไปแคร์ผลอะไรข้างนอกมาก เพราะว่าถ้ามันเป็นความฝัน เราทํา เรามีความสุข

อย่าเอาความสุขนี้ไปผูกกับความคิดหรืออะไรใดๆ ที่เป็นปัจจัยกับคนอื่น

“เอาแค่ว่าเรามีความสุขที่ได้ทําก็ทําไป มันจะไม่มีวันไร้ค่า ถ้าสิ่งนั้นทำให้เรามีความสุข ทำไปเลย” นายจักรกฤต กล่าว

ด้านนายนริศพงศ์ กล่าวถึงเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านหนังสือ ‘ความฝันไม่เคยไร้ค่า’ ว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีการพูดถึงการที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังเกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่ต้องการสื่อผ่านเรื่องสั้นคือ แม้หน้าที่การงานอาจถูกแทนที่ได้ แต่สำหรับคนในครอบครัวไม่ว่าอะไรก็ทดแทนไม่ได้

“ผมว่ามันเป็นอะไรที่อยากย้ำเตือนให้คนที่ได้อ่านเรื่องสั้นของตัวเองจดจำไว้” นายนริศพงศ์ กล่าว

นายจักรกฤต ถามติดตลกว่า แล้วถ้าบางครอบครัวคุยกับ AI แล้วมีความสุขกว่าคุยกับคนในครอบครัว?

นายนริศพงศ์ตอบว่า นั่นก็เป็นเรื่องน่าเศร้า โจทย์คือเราจะทำอย่างไรไม่ให้เป็นแบบนั้น เราต้องไม่ลืม

สำหรับช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยหรือหมดกำลังใจในการเขียนหนังสือ นายนริศพงศ์ กล่าวว่า มันมีช่วงที่เหนื่อย ไม่เชิงท้อแต่ก็ตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองทำ และการตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เรื่อย ๆ มันเป็นเรื่องดี ซึ่งคำตอบที่เราตอบกับตัวเองกลับมาทุกครั้งคือเรายังเชื่อว่าสิ่งที่เราทำมันมีคุณค่าทั้งกับตัวเอง และกับคนที่ได้อ่านมัน

“ตราบใดที่คำตอบยังเป็นแบบนั้น เราก็ยังยินดีและอยากที่จะเขียนต่อไปแม้ว่าจะเหนื่อย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการทำอะไรสักอย่างหนึ่ง”นายนริศพงศ์ กล่าว

นายนริศพงศ์ กล่าวว่า คนที่มีความฝัน แม้สุดท้ายอาจไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า มันเรียบง่ายมาก แค่อย่าหยุด แล้วสักวันหนึ่งพอเรามองย้อนกลับไป เราจะขอบคุณตัวเอง แต่ขออย่างเดียวว่า อย่าหยุด คือหมายถึงว่าพักได้แต่อย่าหยุด

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยแวะเลือกซื้อหนังสือและร่วมกิจกรรมกับสำนักพิมพ์มติชนได้ที่บูธ J02 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.

ความคิดเห็น