"คีลิยัน เอ็มบัปเป" กองหน้าทีมเรอัล มาดริด ออกแถลงการณ์ขอโทษเป็นภาษาฝรั่งเศส จีน และอังกฤษ หลังคลิปวิดีโอที่เขาพูดถึงมีมล้อเลียนเหมาเจ๋อตง อดีตผู้นำจีน แพร่กระจายในโลกออนไลน์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในจีนและทำให้แบรนด์สินค้ารายใหญ่หลายแห่งยุติความร่วมมือ ขณะที่สถานีโทรทัศน์จีนระงับการถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกา และเรียกร้องให้ทั้งเอ็มบัปเปและเรอัล มาดริดแสดงความรับผิดชอบ
คีลิยัน เอ็มบัปเป กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสและสโมสรเรอัล มาดริด ออกแถลงการณ์ขอโทษ หลังคำพูดของเขาเกี่ยวกับมีมที่ล้อเลียน "เหมาเจ๋อตง" อดีตผู้นำจีน กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในจีน และส่งผลให้บริษัทสินค้ารายใหญ่หลายแห่งประกาศยุติความร่วมมือ
เอ็มบัปเประบุในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่เป็นภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน และภาษาอังกฤษว่า คำพูดของเขาขาดวิจารณญาณ และขณะนี้เข้าใจแล้วว่าคำพูดดังกล่าวสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้คนจำนวนมากในจีน รวมถึงชุมชนชาวจีนทั่วโลก พร้อมกล่าวขอโทษทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากคำพูดของเขา
ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีคลิปจากรายการพูดคุยเกี่ยวกับฟุตบอลของฝรั่งเศสชื่อ The Bridge เผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยเอ็มบัปเปกล่าวถึงมีมที่เขามองว่าตลกที่สุดในบรรดามีมที่เกี่ยวกับตัวเองว่า เป็นภาพใบหน้าของเขาถูกนำไปตัดต่อเข้ากับภาพของบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นเผด็จการชาวจีน ก่อนที่คลิปจะตัดไปยังภาพมีมที่นำใบหน้าของเขาไปซ้อนทับกับภาพที่มีลักษณะคล้ายเหมาเจ๋อตง
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นต้นฉบับของคลิปดังกล่าวได้โดยอิสระ ขณะที่คลิปต้นฉบับไม่ปรากฏอยู่ในช่องยูทูบของรายการ และยังไม่ชัดเจนว่าบทสัมภาษณ์ดังกล่าวเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อใด ในคลิปที่ถูกส่งต่อกัน เอ็มบัปเปไม่ได้เอ่ยชื่อเหมาเจ๋อตงโดยตรง
มีมดังกล่าวเชื่อมโยงกับมุกล้อเลียนที่เรียกเอ็มบัปเปว่า "เผด็จการ" เนื่องจากเขามีอิทธิพลอย่างมากในวงการฟุตบอล แต่ประเด็นนี้กลับสร้างความไม่พอใจในจีน ซึ่งเหมาเจ๋อตงยังคงได้รับการยกย่องในฐานะบุคคลสำคัญผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน แม้ในช่วงการปกครองของเขาจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงและนโยบายที่นักประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมหาศาล
ลาลีกา ลีกฟุตบอลสูงสุดของสเปน ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อความไม่พอใจที่เกิดขึ้นในหมู่แฟนฟุตบอลชาวจีน โดยระบุว่าคำพูดของเอ็มบัปเปเป็นการแสดงความเห็นในฐานะส่วนบุคคล และไม่ได้เป็นตัวแทนของจุดยืนของลาลีกา
อย่างไรก็ตาม สื่อของจีนรายงานว่า กลุ่ม China Media Group (CMG) ซึ่งกำกับดูแลสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ตัดสินใจระงับการถ่ายทอดสดการแข่งขันลาลีกา โดยระบุว่าการตัดสินใจเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. ก่อนที่เอ็มบัปเปและลาลีกาจะออกมาขอโทษ
CMG ยังเรียกร้องให้เรอัล มาดริดออกแถลงการณ์ขอโทษ โดยระบุว่าคำขอโทษเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเกิดขึ้นก่อนจึงจะมีการหารือเรื่องอื่นต่อไป นอกจากนี้ สื่อของรัฐจีนรายงานว่า แอปข่าวของซีซีทีวีจะไม่เผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเอ็มบัปเปด้วย
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมเตือนว่าคำพูดและการกระทำที่กระทบความรู้สึกของประชาชนชาวจีนย่อมได้รับการคัดค้านจากภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมจีน
กระแสไม่พอใจยังส่งผลต่อความร่วมมือทางธุรกิจของเอ็มบัปเป ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในจีนและมีผู้ติดตามบนสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก โดยตงเผิง (Dongpeng) ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของจีน ประกาศยุติความร่วมมือกับเอ็มบัปเป โดยระบุว่าบริษัทคัดค้านอย่างหนักและไม่ยอมรับพฤติกรรมใด ๆ ที่กระทบความรู้สึกของประชาชนหรือความรู้สึกของชาติ ก่อนหน้านี้ ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ บริษัทเคยใช้ภาพเอ็มบัปเปที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ในโฆษณาเครื่องดื่มเกลือแร่ของบริษัท
ขณะที่เหมิงหนิว (Mengniu) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ที่สุดของจีน และมิลค์กราวด์ (Milkground) ผู้ผลิตชีส ก็ประกาศยุติความสัมพันธ์กับนักฟุตบอลรายนี้เช่นกัน แม้บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ระบุถึงคลิปวิดีโอดังกล่าวโดยตรงในแถลงการณ์
บนเวยป๋อ แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมของจีน หัวข้อ "ตงเผิงยุติความร่วมมือกับเอ็มบัปเป" ขึ้นสู่อันดับหัวข้อที่ได้รับความสนใจสูงสุด โดยมียอดเข้าชมประมาณ 430 ล้านครั้ง ขณะที่แฮชแท็กเกี่ยวกับแบรนด์หลายแห่งที่ยุติความร่วมมือกับเอ็มบัปเปก็ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่าคำพูดดังกล่าวเป็นการล้ำเส้นอย่างร้ายแรง และเรียกร้องให้บริษัทนำภาพของเอ็มบัปเปออกจากบรรจุภัณฑ์สินค้า ขณะที่สื่อฟุตบอลออนไลน์ของจีนอย่างตงฉิวตี้ (Dongqiudi) ระบุว่าคำพูดดังกล่าวไม่เหมาะสมและกระทบความรู้สึกของชาวจีน
ผู้ใช้บางรายยังเรียกร้องให้คว่ำบาตรทั้งเอ็มบัปเปและเรอัล มาดริด ขณะที่บางคนตั้งคำถามว่าคลิปดังกล่าวมีเนื้อหาอย่างไรกันแน่ เนื่องจากมีผู้เผยแพร่ภาพหน้าจอและคลิปบางส่วนโดยเบลอภาพมีม รวมถึงช่วงที่เอ็มบัปเปพูดถึง “เผด็จการชาวจีน”
เหมาเจ๋อตงเป็นผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 และเป็นผู้นำประเทศในช่วงหลายทศวรรษที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความขัดแย้ง โดยเฉพาะนโยบายก้าวกระโดดไกล (Great Leap Forward) ซึ่งมีเป้าหมายเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมและการผลิต แต่กลับนำไปสู่ภาวะอดอยากครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนหลายสิบล้านคนตามการประเมินของนักประวัติศาสตร์
ต่อมา การปฏิวัติวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี 1966 ยังนำไปสู่การกวาดล้างผู้ที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระบอบคอมมิวนิสต์ ทั้งปัญญาชน เจ้าของที่ดิน ศิลปิน และบุคคลภายในพรรคคอมมิวนิสต์เอง เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความรุนแรงและความสูญเสียอย่างกว้างขวาง
เหมาถึงแก่อสัญกรรมในปี 1976 หลังจากนั้นจีนเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่และค่อย ๆ เปิดประเทศสู่เศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงยกย่องเหมาในฐานะบุคคลสำคัญของชาติ และมรดกทางประวัติศาสตร์ของเขายังคงเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง
ด้วยเหตุนี้ การล้อเลียนเหมาเจ๋อตงจึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องตลกเกี่ยวกับบุคคลในประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังอาจถูกตีความว่าเป็นการกระทบต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่ทางการให้ความสำคัญ
ก่อนหน้านี้ ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฟุตบอลฝรั่งเศส L'Équipe เมื่อเดือนกันยายน เอ็มบัปเปวัย 27 ปีเคยกล่าวถึงมีมที่นำเสนอภาพเขาในลักษณะผู้นำเผด็จการ โดยยอมรับว่าบางส่วนเป็นเรื่องตลก แต่ก็มีอีกด้านที่ไม่ตลกนัก เพราะบุคคลลักษณะดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างมากตลอดประวัติศาสตร์
เอ็มบัปเปกล่าวว่า การถูกนำไปเปรียบเทียบกับบุคคลที่สังหารผู้อื่นหรือทำให้ผู้คนหลายล้านคนต้องทุกข์ทรมานนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดว่าตนเองเคยทำ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีมเหล่านี้อาจสะท้อนถึงการขาดความตระหนักรู้ทางการเมืองและมนุษยธรรมของผู้สร้างหรือผู้เผยแพร่บางคน
ชื่อเสียงและอิทธิพลของเอ็มบัปเปทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก และเป็นที่ต้องการของแบรนด์ระดับนานาชาติ กรณีล่าสุดจึงสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่นักกีฬาระดับโลกอาจเผชิญ เมื่อคำพูดหรือการแสดงออกเกี่ยวข้องกับประเด็นทางประวัติศาสตร์และการเมืองที่อ่อนไหวในตลาดสำคัญอย่างจีน.