“ชมพู่ อารยา” เปิดใจดราม่าโกคาร์ต รับลูกเจ็บพ่อแม่รู้สึกยิ่งกว่า ยัน “น้องพายุ” ไม่หมดแพสชัน เตรียมลุยสนามต่อไป
จากกรณีดราม่าการแข่งขันโกคาร์ตของ “น้องพายุ” ลูกชายของ “ชมพู่ อารยา” และ “น็อต วิศรุต” ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ในรายการ Super Kart Thailand สนามที่ 3 รุ่น Cadet-B แต่ไม่ได้ขึ้นรับถ้วยรางวัลบนโพเดียม หลังมีการประท้วงเรื่องทางเทคนิคเกี่ยวกับเสื้อสูบเครื่องยนต์
ล่าสุด “ชมพู่ อารยา” มาร่วมงานเปิดแคมเปญ “A Celebration of Wonders 2027 ณ Central Court (ลิฟต์แก้ว) ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเปิดใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นครั้งแรก เผยคนเป็นแม่ย่อมรู้สึกมากกว่าลูก ยอมรับเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในวงการแข่งรถ พร้อมยืนยันน้องพายุยังมุ่งมั่น ไม่หมดแพสชัน ส่วนการแข่งขันปีหน้าจะลงสนามไหนบ้าง ต้องรอวางแผนกันอีกครั้ง
กับดราม่ารถโกคาร์ตน้องพายุ ?
“คือมันผ่านมาแล้ว กระทบกระเทือนติดใจครอบครัวยังไง มันก็เป็นประสบการณ์ มันเป็นเรื่องปกติของคนเป็นพ่อเป็นแม่ คือลูกรู้สึกเท่าไหร่ เราก็จะรู้สึกมากกว่าเขาไปอีก แต่ว่าสุดท้ายแล้วทุกสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ นั่นแหละ มันเป็นประสบการณ์ คือก็โอเค กำลังใจเยอะ แล้วก็เด็กมูฟออนเร็วกว่าผู้ใหญ่ เคยพูดไปแล้ว มันก็จริง เคสนี้ก็จริงเหมือนกัน”
บางคนอาจจะกลัวว่าน้องหมด Passion ในการขับรถ?
“อ๋อ ไม่ค่ะ ก็คุยเหมือนกัน คือจริง ๆ มันไม่ใช่อุปสรรคแรกที่เคยเจอ มันก็มีหลาย ๆ อุปสรรคที่เคยเจอมา เขาก็ยังมุ่งมั่นอยู่ จนถึงวันนี้ก็ยังมุ่งมั่นอยู่”
อยากให้แชร์ว่าเราคุยกับลูกยังไง?
“เราพูดตามจริงว่าวันนั้นสถานการณ์มันเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเราก็รู้พร้อมกับเขา เราก็รู้เท่าเขา เขาอยู่ในเหตุการณ์ก็รู้เท่ากัน ก็อธิบายตามจริง มันก็ไม่ได้ใช้เวลานานที่เขาจะทำความเข้าใจได้ เด็กมันก็เสพคอนเทนต์F1 มันก็เป็นเรื่องที่มันมีในวงการอยู่แล้ว พอมันเกิดกับเขามันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ คือมันก็เกิดกับใครก็ได้”
เราเห็นน้ำตาลูกรู้สึกยังไงบ้าง หลายคนเห็นก็เศร้ากับน้องพายุ?
“คือไม่ต้องอธิบายหรอก ชมว่าได้ คนเป็นแม่ มันผ่านไปแล้ว”
เรื่องอิตาลีว่ายังไง ที่น้องเกลสปอยล์?
“(ยิ้ม) อ่า ไม่มีอะไรชัดเจน คือคุณพ่อก็จะไปทำธุระของเขา เด็กเขาก็หูผึ่งเหมือนเด็ก เขาก็อยากตามไปด้วย แค่นั้น”
พายุยังไปต่อกับการแข่งขันไหม?
“คือจริง ๆ ตั้งแต่แรกเลย ปีนี้เรามองไว้ว่าว่าเป็นโปรแกรมนี้แค่โปรแกรมเดียว เหมือนเราค่อยคุยกันต่อว่าปีหน้าจะลงอะไรบ้าง เพราะว่าในแต่ละการแข่งขัน เวลาที่เราอยู่ในฤดูการแข่งขัน เขาก็ต้องซ้อม มันก็จะมีชิ่ง ๆ โดนเรื่องเรียนบ้าง เพราะฉะนั้นค่อยมาวางแผนกันอีกทีในช่วงปลายปีว่าปีหน้าลงอะไรบ้าง อะไรยังไง
ครอบครัวเรามีกันห้าคน เราก็ยังมีพี่สายและยังมีเกล เพราะฉะนั้นเวลาเราเดินทาง มันก็จะกระทบ มันจะชิ่งกันไปหมด ก็ต้องมานั่งวางแผนดี ๆ ว่าพายุจะได้ทำตามความฝันของตัวเอง ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ในขณะที่เราทุกคนยังได้มีเวลาเอ็นจอยด้วยกัน ได้ใช้เวลาคุณภาพด้วยกัน ยังไปกันเป็นแพ็คแบบนี้ คือโปรแกรมแข่งมันมีเยอะมากให้เลือก ให้ช้อปปิ้ง เดี๋ยวค่อยมาเลือกกันอีกทีว่าอะไรเหมาะกับเขา ลงตัวกับเขา ลงตัวกับเวลา”
ก็คือมันสะท้อนอย่างหนึ่งว่าคนไทยรักครอบครัวเรา?
“เออ อย่าพูดซึ้ง เดี๋ยวร้องไห้ (หัวเราะ) อย่าปั่น อย่าบิวต์ อย่าบิวต์ ก็ขอบคุณทุกคนจริง ๆ ไม่มีอะไรจะบอก แค่จะบอกว่าเห็นเกือบหมดก็ขอบคุณค่ะ”
คิดยังไงกับคำพูดก็ฉันเลี้ยงของฉันมา ?
”ก็อาจจะเป็นความผูกพัน มันก็อาจจะเป็นความผูกพันเนาะ คนเรามันเห็นกันมาตลอดในทุกช่วงเวลาของชีวิต”