“เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือน้ำแม่กลองเอ่อท่วมราชบุรี เตือนกลุ่มเปราะบางพร้อมอพยพ
“เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่ติดตามน้ำแม่กลองเอ่อท่วมราชบุรี สั่ง ปภ. เร่งวางแนวกั้นน้ำและเตรียมกำลังรับมือ เตือนประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และผู้พิการ เตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์รุนแรง
เมื่อวันที่ 29 ก.ย.69 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำเอ่อไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำกลอง ในเขตจ.ราชบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบถึง 3 อำเภอซึ่งอยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่อำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม และอำเภอเมืองราชบุรี หลังเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมาได้มีการแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ล่วงหน้า โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะ กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และผู้พิการ ให้เตรียมพร้อมอพยพ หากได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ พร้อมขอให้ประชาชนยกสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง เตรียมของใช้จำเป็น และวางแผนเส้นทางอพยพไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงและความสูญเสียที่อาจเกิดท โดยทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมพื้นที่พักพิงและแผนรองรับประชาชนไว้แล้ว
ซึ่งสถานการณ์ของระดับน้ำนั้นเพิ่มขึ้น มีสาเหตุจากปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ภายหลังการบริหารจัดการน้ำของ เขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนศรีนครินทร์ ส่งผลให้มีมวลน้ำไหลลงสู่ลำน้ำและเข้าสู่แม่น้ำแม่กลอง ขณะที่เขื่อนแม่กลองมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่ไหลเข้า มท.3 จึงสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ เร่งเตรียมมาตรการป้องกันก่อนที่น้ำจะเข้าถึงชุมชน โดย ปภ. ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ พร้อมดำเนินการ วางแนวกั้นน้ำและเสริมจุดป้องกันในพื้นที่เสี่ยง เพื่อชะลอและป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและจุดสำคัญ รวมถึงติดตามระดับน้ำและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
โดยมี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย นายพุทธพงษ์ สุริยะสิงห์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต1 คอยให้การต้อนรับ พร้อมทั้งไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำแม่กลองซึ่งมีปริมาณน้ำขึ้นสูงและไหลเชี่ยว และให้กำลังใจกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารที่มาช่วยกันนำทรายใส่กระสอบเพื่อนำไปทำแนวกั้นน้ำตลอดเขื่อนรับประชาพัฒนา ซึ่งมีระยะทางกว่า 1.5 กิโลเมตร และไปตรวจสอบบริเวณจุดสูบน้ำภายในเขตเทศบาลออกมาบริเวณแม่น้ำแม่กลอง เพื่อไม่ให้เกิดน้ำเอ่อตามท่อไหลเข้าท่วมในเขตเทศบาล
จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากการที่ทางชลประทานประกาศแจ้งเตือน ในเรื่องของน้ำที่จะไหลผ่านตัวเมืองราชบุรีและยังมีปริมาณที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทางจังหวัดได้บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน ก็ต้องพูดจากใจจริงขอชื่นชมกับแผนเผชิญเหตุของจังหวัดราชบุรี มีการทำงานเป็นขั้นเป็นตอน รวมทั้งการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มกำลังความสามารถ แล้วก็มีการวางแนวกระสอบทรายโดยมีพี่น้องประชาชนมาช่วยกัน ได้มีการเน้นย้ำในส่วนของโรงพยาบาลก็ไม่มีปัญหา ส่วนประชาชนที่ไม่อยากออกจากบ้าน ก็เป็นเหมือนกันทั่วประเทศ ในพื้นที่ต่างจังหวัดทุกพื้นที่ เราได้ทำความเข้าใจแล้ว เราพยายามแล้ว พยายามสื่อสารแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเด็ดขาดกับกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพัง ต้องนำออกมาแต่คนที่ยังอยู่ได้ก็ต้องดูในเรื่องของอาหาร ถ้าเขาถูกตัดไฟ อันนี้ก็อาจจะได้รับผลกระทบ เราก็ต้องดูแลเรื่องของการจัดหาอาหารนะครับ แล้วก็เรื่องของถุงยังชีพที่ต้องมีเพียงพอกับพี่น้องประชาชน ซึ่งสถานการณ์ในปีนี้มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมาในทุกครั้งในทุกภัยในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย เพราะฉะนั้นการที่เราอาจจะคิดว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น หรือว่าสถานการณ์มันไม่เคยรุนแรงอันนี้ต้องเปลี่ยน เนื่องจากว่าภัยพิบัติมันก็มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ยาวนานขึ้นแล้วก็รวดเร็ว ก็ฝากให้พี่น้องประชาชนว่าพื้นที่ทางหน่วยงานมีพื้นที่เพียงพอนะครับ มีเพียงพอแถมมีความเป็นอยู่ที่สมดุ มีที่นอน อาหารครบ 3 มื้อ ยารักษาโรค รวมทั้งน้ำอุปโภคบริโภค ห้องน้ำ มีไว้ให้กับพี่น้องประชาชนตรงนี้อยู่ไม่นาน ท่านอยู่มาประมาณ 4-5 วัน ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเราก็มีรถรับส่งท่านกลับอยู่แล้ว