คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangราชบุรี · เปลี่ยน

บอร์ด E-Waste นัดแรก ตั้ง 3 ทีมสกัดขยะพิษ ลุยตรวจโรงงาน-คุมเข้มนำเข้า ดันเพิ่มโทษ-ขยายผลเส้นเงิน

ที่มา: มติชน

บอร์ด E-Waste นัดแรก ตั้ง 3 ทีมสกัดขยะพิษ ลุยตรวจโรงงาน-คุมเข้มนำเข้า ดันเพิ่มโทษ–ขยายผลเส้นเงิน

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งแรก เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าและฝังกลบขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมและผลักดันกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม

นางศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการป้องกันและสกัดกั้นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้าห้ามนำเข้า โดยจะประสานการทำงานทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ตัดวงจรการสำแดงเท็จ และการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมข้ามแดนผิดกฎหมาย

ที่ประชุมกำหนดให้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 3 ทีม ได้แก่ ทีมปราบปรามและกวาดล้าง แบ่งเป็นชุดของกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจสอบเชิงรุกโรงงานกลุ่มเสี่ยง และชุดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่แก้ปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชน ทีมกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้า–ส่งออก และทีมยกระดับมาตรการทางกฎหมาย เพื่อเพิ่มความเข้มงวดและอัตราโทษ ป้องปรามการกระทำผิดซ้ำ

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงจะเข้มงวดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งปราบปรามโรงงานเถื่อนและตรวจสอบโรงงานกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ทั่วประเทศ เริ่มนำร่องในพื้นที่ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด จนถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต

พร้อมกันนี้ จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรม เพื่อสร้างกลไกบริหารจัดการและจัดตั้งกองทุนรองรับการแก้ปัญหามลพิษ รวมถึงประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผลักดันให้ความผิดด้านสิ่งแวดล้อมเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ครอบคลุมกฎหมายโรงงาน วัตถุอันตราย และสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่ากฎหมายฟอกเงินฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2570

นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้สั่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมยกระดับการติดตามการขนส่งกากอุตสาหกรรม ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลเพื่อกำกับดูแลแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการตรวจโรงงานอย่างต่อเนื่อง และเร่งพิจารณามาตรการเพิ่มบทลงโทษทั้งผู้ก่อกำเนิด ผู้ขนส่ง และผู้รับกำจัด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดตามกฎหมาย

ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ต้องจัดการปัญหาอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมอบหมายกรมควบคุมมลพิษศึกษาแนวทางควบคุมการนำเข้าและส่งออกเศษโลหะและขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้เหมาะสม พร้อมจัดตั้งชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและการลักลอบทิ้งของเสีย โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า จะเร่งจัดทำมาตรการกำหนดให้ผู้นำเข้าเศษโลหะแสดงหนังสือรับรองระดับการปะปนของสิ่งอื่นตามหลักเกณฑ์ พร้อมระบุวัตถุประสงค์และโรงงานปลายทาง รวมถึงควบคุมการส่งออก เพื่อป้องกันการนำของเสียเข้ามาคัดแยกเฉพาะส่วนที่มีมูลค่าส่งออก แล้วทิ้งส่วนที่เหลือไว้ในประเทศอย่างไม่ถูกต้อง

ด้านนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า จะใช้ข้อมูลข่าวกรองและวิเคราะห์ความเสี่ยงคัดเลือกตู้สินค้าต้องสงสัย ควบคู่กับการเอกซเรย์และเปิดตรวจร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษ เนื่องจากภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียวอาจตรวจพบของเสียที่ปะปนมาได้ไม่เพียงพอ พร้อมประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง

พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า จากการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัย 915 ตู้ น้ำหนักกว่า 13,393 ตัน มูลค่าตามข้อมูลกว่า 338 ล้านบาท พบพฤติการณ์ต้องสงสัยสำแดงสินค้าเท็จ เชื่อมโยงโรงงานและแหล่งทิ้งของเสียในภาคตะวันออก จึงเสนอรับเป็นคดีพิเศษ 2 คดี ครอบคลุมพื้นที่ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว พร้อมขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ

นางศุภจีกล่าวว่า คณะกรรมการฯ จะรวบรวมผลการดำเนินงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่โฆษกคณะกรรมการฯ รวบรวมข้อมูลและแถลงความคืบหน้าให้ประชาชนทราบทุกสัปดาห์

ความคิดเห็น