คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangระนอง · เปลี่ยน

ม.หอค้าไทย เผยประชาชนกังวลน้ำท่วม-ของแพง ฉุดเชื่อมั่นดิ่งครั้งแรกรอบ 4 เดือน

ที่มา: มติชน

ม.หอค้าไทย เผยประชาชนกังวลน้ำท่วม-ของแพง-หนี้พุ่ง ฉุดความเชื่อมั่นต่ำรอบ 4 เดือน ธุรกิจชง 6 ข้อรัฐเร่งแก้ไข

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ธุรกิจ) เดือนกันยายน 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงอีกครั้งทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เพราะผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมและราคาน้ำมัน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลในประเทศสูงเกินระดับ 40 บาทต่อลิตร แม้รัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่องอีก 2 เดือน อีกทั้งเริ่มกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตว่าจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด และค่าครองชีพในอนาคตที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันเริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง จึงผลทางจิตวิทยาเชิงลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (CCI) ลดลงจากเดือนสิงหาคมระดับ 53.2 เป็น 52.1 ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน ลดจากระดับ 36.5 เป็น 34.5 ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต ลดจากระดับ 61.4 เป็น 60.7 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต ลดจากระดับ 46.6 50.9 และ 62.1 ตามลำดับ เป็น45.1 50.1 และ 61.2 ตามลำดับ เช่นเดียวกับดัชนีวัดความสุขในการดำรงชีวิต จากความวิตกเรื่องท่วม ทำให้ดัชนีลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน อีกทั้งดัชนีความกังวลต่อค่าครองชีพ ดัชนีเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด และดัชนีสถานการณ์ทางการเมือง ลดลงในทิศทางเดียวกันสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในระดับ 1-2 จุด

” แนวโน้มผู้บริโภคคงระมัดระวังจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ เพราะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง แต่คาดจะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นกลางเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เพิ่มเติม ตลอดจนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวและราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวระดับสูงกว่าปีก่อน หากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายลงและราคาน้ำมันกลับมาลดลงต่ำกว่า 40 บาทต่อลิตร อีกทั้งไม่มีปัญหาน้ำท่วมเพิ่มเติม คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะกลับมาฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะปรับตัวจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายปีนี้ รวมกับความคึกคักไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่าง 12–18 ตุลาคม ที่จะมีคนเข้าร่วม 1.5 หมื่นคนและกระแสข่าวกล่าวถึงประเทศไทยผ่านคนมาร่วมงาน ที่จะมีผลต่อการท่องเที่ยวและการลงทุนในอนาต บวกกับใช้จ่ายเทศกาลกินเจคาดสะพัด 4.9 หมื่นล้านบาท แม้จะเจอภาวะท่วมเสียหายประมาณ 3 หมื่นล้านบาท หรือกระทบต่อจีดีพี 0.1-0.2% เมื่อหักปัจจัยหนุนปัจจัยลบ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังโตได้ 2.2-2.5% ” รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ธุรกิจ) โดยรวมในเดือนกันยายน 2569 ลดลง จาก 41.8 เป็น 41.2 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ธุรกิจ)ในปัจจุบันและอนาคต ลดลงจาก 36 และ 47.5 เป็น 35.4 และ 47.1 ตามลำดับ ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ซึ่งปัจจัยลบเช่นเดียวกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คือ กังวลภาวะน้ำท่วม ราคาน้ำมันสูง หนี้ครัวเรือนสูง และต้นทุนบริหารงานแพง

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจมีข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไข ได้แก่ 1. เร่งบริหารจัดการน้ำและเยียวยาอุทกภัยโดยบูรณาการระบบเตือนภัยล่วงหน้า เร่งระบายน้ำ พร้อมออกมาตรการชดเชยและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที 2. บริหารจัดการต้นทุนการผลิตและราคาผลผลิตเกษตร ควบคุมราคาพลังงานและปุ๋ย ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพราคาพืชผลช่วงฤดูเก็บเกี่ยว 3.กระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปี ต้องประชาสัมพันธ์อีเวนต์ระดับภูมิภาค อาทิ งานพืชสวนโลกอุดรธานี และทาตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง 4.เสริมสภาพคล่องและแก้หนี้เชิงรุกโดยปรับโครงสร้างหนี้ภาคครัวเรือนและ SME เติมสภาพคล่องดอกเบี้ยต่า เพื่อประคองกาลังซื้อและป้องกันหนี้เสีย 5.ดูแลเสถียรภาพค่าเงินและการค้าต่างประเทศ รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ พร้อมหนุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 6. ผลักดันเม็ดเงินงบลงทุนภาครัฐลงสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเร่งพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ความคิดเห็น