ลูกสาวสุดช้ำ! โต้กลับดราม่าทอดทิ้ง “ลุงโยธิน” อดีตดารา บทพระ ที่ตอนนี้ตกอับ แฉความจริงอีกมุมโดนทิ้ง หย่าแม่ตั้งแต่ 3 ขวบ ไม่เคยเลี้ยงดู แถมส่งข้อความด่าแช่งตัดขาด
กรณีข่าวดังในสังคมออนไลน์ เมื่อ นายโยธิน มาพบพันธ์ หรือ “ลุงโยธิน” อดีตนักแสดงสมทบชื่อดังที่แฟนละครคุ้นตาในบทพระ ออกมาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตตกอับหลังลาสิกขา ต้องเผชิญความลำบาก ไร้บ้าน ไร้เงิน เร่ร่อนขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมระบุว่าไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล และมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปรุมต่อว่าลูกสาวว่าเป็นคนอกตัญญูนั้น
ล่าสุด ลูกสาวของอดีตนักแสดงรุ่นใหญ่ ซึ่งอาศัยและทำงานในจังหวัดสมุทรสงคราม ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงแบบหมดเปลือก เพื่อปกป้องตนเองและครอบครัวจากกระแสดราม่าที่เกิดขึ้น
ลูกสาวเปิดเผยว่า ข้อมูลที่พ่อให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าไม่มีญาติ ไร้ที่พึ่งพานั้นไม่เป็นความจริง เพราะแท้จริงแล้วยังมีญาติพี่น้องอยู่ที่กรุงเทพฯ คอยดูแลอยู่ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวนั้น พ่อกับแม่ได้แยกทางกันตั้งแต่ตนยังแบเบาะ และจดทะเบียนหย่าขาดจากกันเมื่อวันที่ 12 พ.ค.2523 ตอนตนอายุได้เพียง 3 ขวบครึ่ง
เนื่องจากฝ่ายพ่อไปมีผู้หญิงคนอื่นในระหว่างที่แม่กำลังตั้งครรภ์น้องคนที่ 2 จนแม่ต้องหอบลูกย้ายกลับมาอยู่ที่แม่กลอง ซึ่งในการหย่าครั้งนั้น ได้มีการบันทึกสลักหลังใบหย่าชัดเจนเพื่อตัดขาดสิทธิ์ความเป็นพ่อเพื่ออนาคตของลูกทั้งสอง และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พ่อไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูหรือมาดูแลเลยแม้แต่น้อย จึงไม่ได้มีความผูกพันกัน
ลูกสาว ยังกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนเคยคิดว่าหากพูดคุยกันด้วยดีก็ยินดีจะช่วยเหลือส่งเสียตามกำลัง ทว่าฝ่ายพ่อกลับเป็นฝ่ายส่งข้อความและโทรศัพท์มาต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย สาปแช่งตนเอง ลูกสาวของตน และครอบครัวอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเป็นฝ่ายเอ่ยปากตัดขาดความสัมพันธ์กับตนไปเองก่อน ทำให้มารดาและตนตัดสินใจยุติการติดต่อโดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้ การที่พ่อออกมาให้ข่าวโดยเปิดเผยชื่อและภูมิลำเนาของตน ส่งผลให้คนรอบข้างและสังคมเข้าใจผิด มองว่าตนเป็นลูกอกตัญญู กระทบต่อสภาพจิตใจ ครอบครัว ตลอดจนหน้าที่การงานอย่างหนัก ตนจึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงความจริง ไม่ได้ต้องการมาเกาะกระแสหรือหิวแสงแต่อย่างใด
สำหรับแนวทางต่อจากนี้ หากมีคนกลาง เข้ามาช่วยประสานพูดคุยเพื่อหาทางออก ตนก็ยินดีพูดคุยและยินดีให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม แต่ขอยืนยันหนักแน่นว่าจะ ไม่รับกลับมาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันอย่างเด็ดขาด เนื่องจากไม่เคยเลี้ยงดูภรรยาและลูก อีกทั้งตัดขาดกันตั้งแต่ตนยังเล็ก
พร้อมกันนี้ ลูกสาวได้ฝากถึงสังคมและชาวเน็ตว่า ขอให้เสพข่าวอย่างมีสติ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินคนอื่นโดยที่ไม่รู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังที่แท้จริง และขอเตือนผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ด่าทอด้วยถ้อยคำเสียหายลามปามเกินขอบเขตว่า ตนกำลังรวบรวมหลักฐานและพร้อมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป