คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangประจวบคีรีขันธ์ · เปลี่ยน

สสส. ชู “ออกแบบตลาดเพื่อสุขภาพ” สร้างกติกา-แรงจูงใจ เปลี่ยนกลไกเศรษฐกิจ สู่สุขภาวะที่เป็นธรรม

ที่มา: ข่าวสด

สุขภาพของประชาชนไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของแต่ละคนเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากโครงสร้างตลาด นโยบาย แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมทางการค้าที่กำหนดทางเลือกในชีวิตประจำวัน การสร้างสุขภาวะที่เป็นธรรมจึงจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ไปสู่การออกแบบระบบและตลาดให้เอื้อต่อสุขภาพของประชาชน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จึงจัด “การประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ ปี 2569 (National Conference on Commercial Determinants of Health 2026: NCDH2026)” ระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจ แลกเปลี่ยนหลักฐานและบทเรียน พร้อมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สุขภาวะที่เป็นธรรม ภายใต้แนวคิด “จากภูมิทัศน์สู่การกระทำ: การกำกับดูแลปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะที่เป็นธรรม”

หนึ่งในเวทีสำคัญของการประชุม คือ Plenary 3 “การออกแบบตลาดเพื่อสุขภาพ: เส้นทางเชิงบวกและธุรกิจที่มีความรับผิดรับชอบ (Designing Markets for Health: Positive Pathways and Responsible Business)” ซึ่งชวนมองอีกด้านของปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ โดยไม่ได้มุ่งเพียงการควบคุมผลกระทบด้านลบ แต่ตั้งคำถามว่า จะออกแบบกลไกตลาด กติกา และแรงจูงใจทางเศรษฐกิจอย่างไรให้ภาคธุรกิจสามารถสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพและสาธารณะได้จริง

เวทีดังกล่าวมี Dr. Monika Kosinska หัวหน้าฝ่ายบูรณาการด้านปัจจัยทางเศรษฐกิจและปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กําหนดสุขภาพ องค์การอนามัยโลก (WHO) ปาฐกถานำในหัวข้อ “เส้นทางเชิงบวกของ CDoH: เงื่อนไขที่ทําให้ตลาดทํางานเพื่อสุขภาพ” พร้อมด้วย ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ ประธานคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะประเด็นการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส., รศ.ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อํานวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, ไพสิฐ พาณิชย์กุล ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศวอ.) และ สุวรรณา หลั่งนํ้าสังข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เลมอนฟาร์ม (บริษัท สังคมสุขภาพ จํากัด)

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การสร้างเสริมสุขภาพในปัจจุบันต้องมองให้ไกลกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยต้องพิจารณาถึงโครงสร้างตลาด แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ และปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพ เพื่อออกแบบกลไกที่ทำให้ภาคธุรกิจและระบบเศรษฐกิจสามารถมีส่วนสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อประชาชนได้

หนึ่งในบทเรียนสำคัญคือการใช้ “Sin Tax” เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่สร้างประโยชน์ได้ทั้งการระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพ และการเพิ่มต้นทุนของปัจจัยเสี่ยง ซึ่งสะท้อนว่า หากออกแบบแรงจูงใจและกติกาอย่างเหมาะสม กลไกทางการคลังสามารถเปลี่ยนทิศทางของตลาดให้เอื้อต่อสุขภาพได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการควบคุมเพียงอย่างเดียว

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า การออกแบบตลาดเพื่อสุขภาพจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีการประเมินผล เพื่อให้มั่นใจว่าแรงจูงใจทางธุรกิจนำไปสู่ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมต้องร่วมกันสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพสามารถเกิดขึ้นและขยายผลได้ในระบบตลาด

“เราต้องมองว่าบริบททางสุขภาพไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เรื่องแพทย์ ยา หรือความรู้ของบุคคลเท่านั้น แต่ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพก็มีความสำคัญ รวมถึงปัจจัยใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ (CDoH) ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพวกเราด้วยเช่นกัน การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพของทุกคน” รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ความคิดเห็น