คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangประจวบคีรีขันธ์ · เปลี่ยน

รัฐสภาอียิปต์อนุมัติให้สนับสนุนทางทหารแก่ซาอุดีอาระเบีย หลังฮูตีถล่มหนักขึ้น

ที่มา: ไทยรัฐ

รัฐสภาอียิปต์อนุมัติให้รัฐบาลมอบการสนับสนุนทางทหารแก่ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถูกกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนโจมตีอย่างหนัก แต่เน้นย้ำว่า ภารกิจจะเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองเท่านั้น

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ต.ค. 2569 รัฐสภาอียิปต์ผ่านความเห็นชอบอนุมัติให้ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ดำเนิน “มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด” เพื่อช่วยซาอุดีอาระเบียป้องกันตนเอง หากได้รับการร้องขอ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้อียิปต์เข้ามามีบทบาทโดยตรงมากขึ้นในความขัดแย้งระหว่างซาอุฯ กับกลุ่มฮูตีในเยเมน

รัฐสภาอียิปต์ลงคะแนนเสียงแบบปิดลับ โดยไม่มีการเปิดเผยผลคะแนนออกมาอย่างเป็นทางการ แต่แถลงการณ์ของสำนักงานรัฐสภาระบุว่า มีสมาชิกรัฐสภาลงคะแนนเห็นชอบอย่างน้อย 2 ใน 3

แถลงการณ์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า อียิปต์จะช่วยเหลือซาอุดีอาระเบียอย่างไร แต่เน้นย้ำว่าภารกิจนี้เป็นไปเพื่อ “การป้องกันตนเองเท่านั้น” โดยจะจำกัดอยู่แค่การปกป้องดินแดน ชายแดน อธิปไตย และศาสนสถานของซาอุฯ จะไม่ขยายผลไปสู่การส่งกำลังเปิดศึกโจมตีเข้าไปในประเทศเยเมน

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุดของอียิปต์นี้ นอกเหนือจากการปกป้องซาอุฯ แล้ว พวกเขายังต้องการปกป้องช่องแคบ “บับ เอล-มันเดบ” (Bab el-Mandeb) ซึ่งเป็นประตูทางใต้สู่ทะเลแดงและคลองสุเอซของอียิปต์ ที่กำลังถูกกลุ่มฮูตีคุกคาม

ด้านฝ่ายค้านในอียิปต์และพรรคการเมืองบางพรรคลงคะแนนเสียง คัดค้าน หรือไม่ออกเสียง เนื่องจากมองว่าอียิปต์ควรเน้นบทบาทด้านการเป็นตัวกลางเจรจามากกว่าพาตัวเองเข้าสู่สงครามในภูมิภาค นอกจากนั้นยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของภารกิจ, ระยะเวลา และงบประมาณที่ต้องใช้ด้วย

เมื่อสัปดาห์ก่อน นายยาห์ยา อาลี อัล-ราอี ประธานสภาผู้แทนราษฎรเยเมน ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮูตี เรียกร้องให้รัฐสภาอียิปต์ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยเตือนว่าจะกระทบต่อความมั่นคงของอียิปต์เอง ขณะที่สภาที่ปรึกษาแห่งเยเมน หรือ “สภาชูรา” ซึ่งอยู่ฝ่ายรัฐบาลเยเมนที่นานาชาติให้การรับรอง สนับสนุนให้อียิปต์เข้าร่วมป้องกันซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยฮูตียิงอาวุธเข้าใส่สนามบินในกรุงริยาดและพื้นที่ทางใต้ของซาอุฯ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการโจมตีสนามบินคิงคาลิด เมื่อต้นเดือนตุลาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ศพ บาดเจ็บมากกว่า 300 ราย

ซาอุดีอาระเบียเพิ่งลงนามใน “ความตกลงร่วมป้องกันเมกกะ” (Mecca Joint Defence Agreement) ร่วมกับปากีสถานและตุรกีไปเมื่อเดือนสิงหาคม ขณะที่สหราชอาณาจักรระบุว่าจะส่งเครื่องบินขับไล่ “ไต้ฝุ่น” (Typhoon) ไปช่วยปกป้องน่านฟ้าซาอุฯ ด้วย แต่ย้ำว่าจะไม่ช่วยโจมตีใส่กลุ่มฮูตีในเยเมน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯ เคยขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ตกลงที่จะเปิดฉากโจมตีกลุ่มฮูตี และเลือกที่จะสนับสนุนด้านข้อมูลการข่าวและการชี้เป้าแทน

ที่มา : reuters

ความคิดเห็น