คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangประจวบคีรีขันธ์ · เปลี่ยน

ข่าวดี สปส. ปรับลดอัตราเงินสมทบ กองทุนเงินทดแทน มีผล 1 ม.ค. 2570 ช่วย นายจ้าง ลดต้นทุน

ที่มา: ข่าวสด

ข่าวดี สปส. ปรับลดอัตราเงินสมทบ กองทุนเงินทดแทน มีผล 1 ม.ค. 2570 ช่วย นายจ้าง ลดต้นทุน บรรเทาภาระ ผู้ประกอบการ ยังคงสิทธิประโยชน์ คุ้มครอง ลูกจ้าง ไว้ครบถ้วน

16 ต.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เผยประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ประเภท ขนาดของกิจการท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ 2) ปรับลดภาระการจ่ายเงิน สมทบกองทุนเงินทดแทน

คาดนายจ้าง ได้รับประโยชน์กว่า 344,521 แห่ง หรือประมาณ 75% ของนายจ้างทั้งหมด ลดเงินสมทบรวมประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี โดยไม่มีนายจ้างรายใด ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่ม มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป

น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า เรามีความห่วงใยภาระของนายจ้าง และ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ

กระทรวงแรงงาน จึงเห็นชอบให้มีการปรับปรุงอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เพื่อช่วยลดต้นทุนและบรรเทาภาระของ นายจ้าง ขณะเดียวกันยังคงสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครอง ลูกจ้าง ไว้อย่างครบถ้วน

“กองทุนเงินทดแทนเป็นกองทุนที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบเพียงฝ่ายเดียว เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ลูกจ้างกรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต

เนื่องจากการทำงาน การปรับปรุงครั้งนี้ จึงมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการลดภาระของ นายจ้าง กับการรักษาเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว เพื่อให้สามารถดูแลและเยียวยา ลูกจ้าง ได้อย่างต่อเนื่อง” น.ส.จีระภา กล่าว

น.ส.จีระภา กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญ สปส. ได้ปรับอัตราเงินสมทบหลักให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของกิจการ โดยมีกลุ่มกิจการที่สามารถปรับลดอัตราเงินสมทบหลัก จำนวน 452 รหัสกิจการ จากทั้งหมด 1,091 รหัสกิจการ พร้อมปรับปรุงวิธีการคำนวณอัตราค่าประสบการณ์ โดยเพิ่มส่วนลดสูงสุดจากเดิม ร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70

เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นายจ้างและสถานประกอบการให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน

จากการประเมินคาดว่า จะมีสถานประกอบการได้รับการปรับลดเงินสมทบจำนวน 344,521 แห่ง หรือประมาณร้อยละ 75 ของนายจ้างทั้งหมด คิดเป็นเงินสมทบที่ลดลงประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี

ที่สำคัญ ไม่มีนายจ้างรายใด ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น จากการปรับปรุงอัตราเงินสมทบและวิธีการคำนวณอัตราค่าประสบการณ์ในครั้งนี้

“การปรับปรุงอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนครั้งนี้ เป็นมาตรการสำคัญในการช่วยลดต้นทุนและลดภาระของนายจ้าง โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย

ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้สถานประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน” น.ส.จีระภา กล่าว

น.ส.จีระภา กล่าวว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลนายจ้างและการคุ้มครองลูกจ้าง การปรับลดเงินสมทบครั้งนี้ไม่ได้ลดทอนสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างแต่อย่างใด

แต่เป็นการบริหารจัดการกองทุน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างแรงจูงใจด้านการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน และรักษาเสถียรภาพของกองทุนเงินทดแทนให้มีความมั่นคง สามารถเป็นหลักประกันและที่พึ่งของลูกจ้างได้อย่างยั่งยืน

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น