คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangปราจีนบุรี · เปลี่ยน

ฟิตเนส เฟิรส์ท ทุ่ม 330 ล้าน ขยายสาขา-ยกระดับบริการรับเทรนด์สุขภาพ หลังสมาชิกโต 25%

ที่มา: ข่าวสด

ฟิตเนส เฟิรส์ท ชี้ตลาดฟิตเนสไทยกลับมาดึงดูดทุนต่างชาติ สมาชิกเข้าใช้บริการเพิ่ม 25% ในรอบ 5 ปี ล่าสุพดกางแผนทุ่ม 330 ล้านบาทใน 12 เดือน ขยายสาขาใหม่และยกระดับบริการรับเทรนด์สุขภาพ

นายมาร์ค เอลเลียต บิวคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) อีโวลูชั่น เวลส์เนสส์ เอเชีย ผู้บริหาร ฟิตเนส เฟิรส์ท (Fitness First) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมฟิตเนสในประเทศไทยกลับมามีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติอีกครั้ง หลังผ่านช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยคาดว่าในช่วงหลายปีข้างหน้าจะเห็นการลงทุนและผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น สะท้อนโอกาสของธุรกิจสุขภาพและการออกกำลังกายที่มีแนวโน้มเติบโตตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในธุรกิจฟิตเนสไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนสาขาหรือความรวดเร็วในการขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดำเนินงาน คุณภาพบุคลากร และประสบการณ์ที่สมาชิกได้รับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้บริโภคมีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายมากขึ้น และคาดหวังบริการที่ตอบโจทย์เป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล

ทั้งนี้ นายมาร์ค ยังมองว่าทิศทางการเติบโตของตลาดฟิตเนสไทยกำลังเปลี่ยนจากการให้บริการพื้นที่และอุปกรณ์ออกกำลังกาย ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ครอบคลุมทั้งการฝึกความแข็งแรง การเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย การฝึกกับผู้เชี่ยวชาญ การออกกำลังกายเฉพาะทาง ตลอดจนการดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่างและรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

สมาชิกเข้าใช้บริการเพิ่ม 25% ดันความต้องการออกกำลังกายเฉพาะทาง

ข้อมูลของบริษัทระหว่างปี 2564-2569 พบว่า สมาชิก ฟิตเนส เฟิรส์ท มีความถี่ในการเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นประมาณ 25% จากเฉลี่ย 8 ครั้งต่อเดือน เป็น 10 ครั้งต่อเดือน สะท้อนว่าการออกกำลังกายมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับการฝึกที่มีเป้าหมายชัดเจนและต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น

สำหรับการฝึกส่วนบุคคล หรือ Personal Training (PT) บริษัทมีสมาชิกที่ใช้บริการมากกว่า 15,000 คน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 6,000 คนในปี 2564 โดยสัดส่วนสมาชิกที่ใช้บริการ PT เพิ่มจาก 17% เป็น 27% และคาดว่าจะมีชั่วโมงการฝึกรวมประมาณ 1.5 ล้านชั่วโมงในปี 2569 สะท้อนความต้องการบริการที่สามารถออกแบบโปรแกรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายและข้อจำกัดของสมาชิกแต่ละราย

ขณะที่คลาสออกกำลังกายแบบกลุ่มยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยการเข้าร่วมคลาส HIIT เพิ่มขึ้น 159% ในช่วง 5 ปี ส่วนคลาส Mind & Body และพิลาทิสเพิ่มขึ้น 73% แสดงให้เห็นถึงความต้องการกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การเสริมสร้างความแข็งแรงและความฟิต ไปจนถึงการพัฒนาความยืดหยุ่น การเคลื่อนไหว และการดูแลสุขภาพโดยรวม

นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังมีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก โดยประมาณ 7 ใน 10 ของการเข้าใช้บริการเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ทำร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าคลาส การฝึกกับเทรนเนอร์ส่วนตัว หรือกิจกรรมของชุมชนผู้รักการออกกำลังกาย บริษัทจึงจัดกิจกรรมสำหรับสมาชิกประมาณ 1,500 กิจกรรมต่อปี เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและส่งเสริมให้สมาชิกกลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

นายมาร์คกล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ซึ่งไม่ได้มองฟิตเนสเป็นเพียงสถานที่ออกกำลังกายอีกต่อไป แต่ต้องการบริการที่ช่วยพัฒนาสมรรถภาพร่างกายในหลายมิติ ทั้งการฝึกเฉพาะบุคคล พิลาทิส การเพิ่มความคล่องตัว ตลอดจนการฟื้นฟูร่างกาย บริษัทจึง

ทุ่ม 330 ล้านบาทใน 12 เดือน เปิดคลับใหม่อย่างน้อย 2 แห่ง

สำหรับแผนธุรกิจในระยะถัดไป ฟิตเนส เฟิรส์ทเตรียมลงทุนรวม 330 ล้านบาทในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพื่อขยายเครือข่ายและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ครอบคลุมการเปิดคลับใหม่ การปรับปรุงสาขาเดิม การพัฒนาคลาสออกกำลังกายเฉพาะทาง และการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนประสบการณ์ของสมาชิก โดยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตควบคู่กับการรักษาคุณภาพการให้บริการในระยะยาว

โครงการแรกคือ ฟิตเนส เฟิรส์ท เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการวันที่ 16 ต.ค. 2569 นับเป็นคลับคอนเซ็ปต์ใหม่ของ ฟิตเนส เฟิรส์ท ในประเทศไทย โดยออกแบบพื้นที่ให้รองรับการออกกำลังกายหลายรูปแบบ ทั้งการฝึกความแข็งแรง (Strength Training) การฝึก HYROX Training และพิลาทิสด้วยเครื่อง Reformer เพื่อรองรับสมาชิกที่มีเป้าหมายการออกกำลังกายแตกต่างกัน

ส่วนโครงการที่สองคือ เดอะ เซ็นทรัล บาย ฟิตเนส เฟิรส์ท บนถนนพหลโยธิน ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2570 วางตำแหน่งเป็นแฟลกชิปคลับแห่งใหม่ที่สะท้อนทิศทางการพัฒนาของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “The Finest Expression of Fitness First” โดยผสานการออกกำลังกายระดับพรีเมียม การฝึกเพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย การดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกาย ตลอดจนบริการจากผู้เชี่ยวชาญเข้าด้วยกัน

นอกจากการเปิดสาขาใหม่ บริษัทยังมีแผนปรับปรุงคลับเดิมอย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ แพลตินั่ม คิวเฮ้าส์ ลุมพินี,เซ็นทรัลเวิล์ด และ เมกา บางนา เพื่อปรับรูปแบบพื้นที่และบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมสมาชิกในปัจจุบัน รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับกิจกรรมและโปรแกรมการออกกำลังกายรูปแบบใหม่

ขณะเดียวกัน บริษัทยังลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์และโปรแกรมเฉพาะทาง อาทิ Pro Relief ซึ่งเน้นการฟื้นฟูร่างกาย X-Force สำหรับการฝึกความแข็งแรงและการใช้งานร่างกาย ตลอดจน HIIT X ซึ่งเน้นการออกกำลังกายแบบ HIIT รวมถึงการลงทุนในสตูดิโอพิลาทิส เพื่อรองรับความนิยมของการออกกำลังกายที่มีรูปแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

สำหรับเดอะ เซ็นทรัล บาย ฟิตเนส เฟิรส์ท บริษัทวางแนวคิดให้เป็นคลับที่นำประสบการณ์จากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากกว่า 25 ปี มาผสานกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมุ่งให้สมาชิกสามารถออกกำลังกายและดูแลสุขภาพได้หลากหลายมิติภายในสถานที่เดียว ทั้งการฝึกเพื่อเพิ่มสมรรถภาพ การฝึกกับผู้เชี่ยวชาญ และบริการด้านสุขภาวะที่ตอบโจทย์การดูแลร่างกายอย่างรอบด้าน

รักษามาตรฐานบริการ เสริมเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากร

นายมาร์คกล่าวว่า การขยายธุรกิจในระยะต่อไปจะให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานบริการควบคู่กับการพัฒนาประสบการณ์สมาชิก โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) มาใช้สนับสนุนการสื่อสาร การให้ข้อมูล และการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและแอปพลิเคชัน เพื่อให้สมาชิกเข้าถึงบริการได้สะดวกและตรงกับความต้องการมากขึ้น

อีกปัจจัยสำคัญคือการพัฒนาบุคลากร ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานประจำประมาณ 1,600 คน โดยเป็นคนไทยทั้งหมด และให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนและผู้สอนคลาสกลุ่มตามมาตรฐานของบริษัท รวมถึงการรักษาความต่อเนื่องของทีมงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความสัมพันธ์กับสมาชิก

“ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีบุคลากรจากมหาวิทยาลัยไทยมากกว่า 7,500 คนเข้ามาทำงาน ขณะที่ผู้ฝึกสอนมีอายุงานเฉลี่ยมากกว่า 10 ปี บริษัทมองว่าความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของบุคลากรเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาคุณภาพการให้บริการ ท่ามกลางการแข่งขันที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น”

สำหรับผลการดำเนินงานด้านการให้บริการ บริษัทประเมินว่าจะมีการเข้าใช้บริการรวมประมาณ 8 ล้านครั้งในปี 2569 หรือเฉลี่ยราว 22,000-25,000 ครั้งต่อวัน จึงต้องบริหารจัดการทั้งพื้นที่ อุปกรณ์ บุคลากร และตารางกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการและรักษามาตรฐานในทุกสาขา

อย่างไรก็ดีฟิตเนส เฟิรส์ท ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 25 ปี ปัจจุบันมีเครือข่ายฟิตเนสคลับ 34 สาขาทั่วประเทศ และ ให้บริการสมาชิกเกือบ 60,000 คน ทั้งนี้ บริษัทมุ่งพัฒนาเครือข่ายให้แข็งแกร่งผ่านการเปิดสาขาใหม่ การปรับปรุงคลับเดิม และการเพิ่มความหลากหลายของบริการ มากกว่าการเร่งเพิ่มจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว

“บริษัทมองว่าตลาดฟิตเนสไทยยังมีโอกาสเติบโตจากกระแสการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการที่จะรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาวจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพและบริการ ควบคู่กับการปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจฟิตเนส เฟิรส์ท ในประเทศไทยต่อไป”

ความคิดเห็น