ชาวต.ปากน้ำ บางคล้า ฉะเชิงเทรา เผชิญน้ำท่วมขังนานกว่า 2 สัปดาห์ ผวาข่าวต้องอยู่กับน้ำต่อไปอีก 30 วัน ยิ่งสร้างความกังวล ต่างวิตกกังวลจะต้องแบกรับความยากลำบากไปอีกนานเพียงใด
วันที่ 9 ต.ค.2569 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ยังคงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลปากน้ำ ซึ่งหลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมขังมานานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่กระแสข่าวว่าประชาชนอาจต้องเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมต่อไปอีกถึง 30 วัน ทำให้ผู้ประสบภัยต่างวิตกกังวลว่าจะต้องแบกรับความยากลำบากไปอีกนานเพียงใด
น.ส.จินตนา ผู้ประสบภัยน้ำท่วม หมู่ 1 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า นำภาพจากกล้องวงจรปิดภายในซอยอนามัยเก่า ส่งให้ผู้สื่อข่าวเผยแพร่ หลังพบรถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรเข้าออกภายในซอยโดยไม่ลดความเร็ว ส่งผลให้เกิดคลื่นน้ำซัดทะลักผ่านแนวกระสอบทรายที่ชาวบ้านนำมากั้นน้ำไว้ ก่อนจะไหลเข้าปะทะสิ่งของภายในบ้านจนได้รับความเสียหายเพิ่มเติม โดยฝากขอความร่วมมือผู้ขับขี่รถบรรทุกขนาดใหญ่ หากไม่มีความจำเป็นขอให้งดใช้เส้นทางภายในซอย
แต่หากจำเป็นต้องเข้าออก ขอให้ใช้ความเร็วต่ำและเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้คลื่นน้ำสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนของประชาชนที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมอยู่แล้ว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม เช่น การจำกัดรถขนาดใหญ่หรือจัดระบบการสัญจรในพื้นที่เสี่ยง
ขณะที่นายธนาธร ผู้ช่วยคนไข้รพ.บางคล้า หนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วม บอกว่าตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ตำบลปากน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทรัพย์สินภายในบ้านหลายอย่างอาจถูกมองว่ามีมูลค่าไม่มาก แต่สำหรับเจ้าของบ้านแล้ว สิ่งของเหล่านั้นล้วนได้มาจากน้ำพักน้ำแรง เมื่อถูกน้ำท่วมเสียหายจึงเป็นความสูญเสียที่สร้างความทุกข์ใจไม่น้อย นอกจากความเสียหายภายในบ้านแล้ว การเดินทางไปทำงานก็เป็นอีกปัญหาสำคัญ แม้สถานที่ทำงานจะไม่ได้ถูกน้ำท่วม แต่เส้นทางสัญจรกลับถูกน้ำท่วมจนเดินทางลำบากหลายคนยังต้องทำงานเพื่อหารายได้และรับผิดชอบภาระของครอบครัวไม่สามารถหยุดงานได้ตามต้องการ
หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนต้องอยู่กับน้ำท่วมนานถึง 30 วันจริง ประชาชนคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งความเครียดและความเป็นอยู่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งการเคลื่อนย้ายออกจากบ้านทำได้ยากเมื่อเส้นทางถูกน้ำท่วมและการช่วยเหลือยังมีข้อจำกัด อีกหนึ่งปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องอาหารการกินและการขับถ่าย โดยเฉพาะพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยากและประชาชนต้องอยู่กับน้ำเป็นเวลานาน การใช้ห้องน้ำกลายเป็นเรื่องลำบากอย่างมาก โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้สูงอายุ
นายธนาธร บอกด้วยว่า ตอนนี้น้ำท่วมขังเริ่มเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น และมีขยะตกค้าง ยิ่งเพิ่มความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ก็ขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชน ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ แม้บางจุดจะเข้าถึงได้ยาก แต่ทุกความช่วยเหลือมีความหมายต่อผู้ประสบภัย สถานการณ์น้ำท่วมลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี เพราะประชาชนต้องแบกรับความเสียหายทั้งทรัพย์สิน รายได้ การทำงาน และชีวิตประจำวัน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางจัดการน้ำและมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนชีวิตได้ ไม่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนท่ามกลางน้ำท่วมเป็นเวลานาน