คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangภูเก็ต · เปลี่ยน

“ซอนทานา”ผนึก “แสนสิริ”รุกตลาดภูเก็ต ดึง 3 โครงการเข้าพอร์ต ...

ที่มา: เดลินิวส์

นายชัชกร พฤกษานานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซอนทานา จำกัด (Sontana)เปิดเผยถึงความเป็นมาและการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ว่า บริษัทได้ก่อตั้งและดำเนินงานมาประมาณ 3.5 ปี โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของชาวต่างชาติที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การเดินทางมาท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่มีความต้องการย้ายมาอยู่อาศัยจริงหรือพำนักระยะยาวเป็นเวลาหลายเดือน ในลักษณะกลุ่มนักท่องเที่ยวตามฤดูกาล และ digital nomads (Seasonal Traveler)แต่กลุ่มผู้เช่าต่างชาติดังกล่าว ต้องเผชิญอุปสรรคในเรื่องการค้นหาที่พักอาศัยแบบรายเดือนเนื่องจากเจ้าของคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มุ่งเน้นปล่อยเช่าสัญญารายปีเป็นหลัก

ดังนั้นด้วยประสบการณ์ในการศึกษาและเดินทางไปหลายประเทศ จึงมองเห็นช่องว่างดังกล่าว และก่อตั้ง ซอนทานาฯ (Sontana) ขึ้นมา เพื่อดำเนินธุรกิจด้าน การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และตัวแทน/นายหน้าอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร(Serviced Residence Operator) โดยเน้นโมเดลการบริหารแบบ Asset-Light (ไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์เอง) เพื่อนำคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยใจกลางกรุงเทพฯ มาปล่อยเช่าระยะกลางถึงระยะยาว (ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป) ให้กับผู้เช่าชาวต่างชาตินักธุรกิจ และกลุ่ม Digital Nomads

“เราเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตลาดด้วยการนำเสนอโมเดลการปล่อยเช่าระยะกลาง หรือ Flex Rental ที่ครอบคลุมตั้งแต่สัญญารายเดือนไปจนถึงรายปีโดยมุ่งเน้นห้องพักที่ได้มาตรฐานตกแต่งพร้อมอยู่(Fully Furnished) และมีทีมงานคอยให้บริการตลอดเวลาเพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย”

สำหรับกลยุทธ์การคัดเลือกโครงการคอนโดมิเนียมเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอนั้น บริษัทจะใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ (Data-driven) และศึกษาข้อมูลจากดีมานด์ในแต่ละทำเล มาวิเคราะห์ความต้องการของผู้เช่าได้อย่างแม่นยำ โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลการเข้าพักในพื้นที่นั้นๆ ควบคู่กับการตั้งเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวด ทั้งอายุของอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และสภาพความพร้อมของห้องพัก ซึ่งทำให้บริษัทอนุมัติรับห้องเข้ามาบริหารจริงไม่ถึง 10% จากปริมาณความต้องการที่เข้ามาทั้งหมด โดยเน้นยูนิต ตั้งแต่ขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 30 ตารางเมตรขึ้นไป และขนาด 2ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 60-90 ตารางเมตรเป็นหลักรวมถึงยูนิตขนาด 3-4 ห้องนอน ซึ่งปัจจุบันพบว่ายูนิตขนาด 2 และ 3 ห้องนอน จะได้รับความต้องการจากลูกค้าแบบครอบครัวเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ซัพพลายในตลาดยังมีอยู่อย่างจำกัด ทั้งนี้ หลังกระบวนการจัดเตรียมห้องพักเสร็จสิ้น บริษัทฯสามารถค้นหาผู้เช่าเข้าพักได้เฉลี่ยรวดเร็วภายใน10 วัน

นายชัชกร กล่าวต่อไปว่า ในด้านอัตราผลตอบแทนซอนทานา(Sontana)สามารถรักษาอัตราการเข้าพัก(Occupancy Rate) ของพอร์ตโฟลิโอเฉลี่ยให้อยู่ในระดับสูงถึง 85-90% อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อคำนวณผลตอบแทนสุทธิแล้วพบว่า โมเดล Flex Rental ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการปล่อยเช่าระยะยาวทั่วไปเนื่องจากตลาดปล่อยเช่าระยะยาวจริงมักมีช่วงระยะเวลาห้องว่าง (Vacancy) เฉลี่ย 2-3 เดือนระหว่างการเปลี่ยนผู้เช่าหรือรอการปรับปรุง โดยการดำเนินงานของบริษัทฯคือผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์จริง (Real Operator) ไม่ใช่นายหน้า(Agent) จึงมีความได้เปรียบในด้านการตัดสินใจตกแต่งห้อง การบริหารราคาเช่า ด้วยข้อมูลเรียลไทม์ และการมีทีมงานบริการผู้เช่าตลอด 24 ชม.รวมถึงทีมซ่อมบำรุงที่เข้าแก้ไขปัญหาได้ทันที

ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของซอนทานา(Sontana) เป็นชาวต่างชาติสายกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานออนไลน์และ Digital Nomadที่เลือกพำนักในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากค่าครองชีพต่ำกว่าประเทศต้นทาง ซึ่งสัดส่วนลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจาก สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนีและฝรั่งเศส ที่เข้ามาพักอาศัยระยะยาว ขณะที่กลุ่มลูกค้าเช่าระยะสั้นเริ่มมีสัดส่วนของชาวมาเลย์และสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงคิดเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าชาวตะวันตกเดิม

“ยอมรับว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั่วไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับโมเดลธุรกิจของซอนทานา(Sontana) ถือว่าได้รับผลกระทบในระดับที่จำกัดเนื่องจากมุ่งเน้นจับกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มคนทำงานออนไลน์และ Digital Nomad ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอาชีพและรายได้จากการทำงานผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก นอกจากนี้ การตัดสินใจย้ายเข้ามาพำนักและทำงานในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยของกลุ่มคนทำงานดิจิทัลเหล่านี้ มีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากค่าครองชีพที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต้นทาง ส่งผลให้ความต้องการที่พักอาศัยในรูปแบบการปล่อยเช่าระยะกลาง (Flex Rental)ยังคงมีอุปสงค์รองรับอย่างแข็งแกร่ง และสามารถประคองการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับโลก”นายชัชกร กล่าว

นายชัชกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติแล้ว ยังมีลูกค้าบางส่วนที่เป็นคนไทยที่เคยอาศัยในต่างประเทศและเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน รวมถึงกลุ่มที่เข้ามาพักเพื่อรับการรักษาพยาบาลหรือทำคลอดในโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯนอกจากนี้บริษัทยังได้รับความไว้วางใจผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ นำคอนโดมิเนียมหรูจำนวนมากมาให้บริหารจัดการแบบ One-StopService เพื่อลดภาระความยุ่งยากในการดูแลผู้เช่าการจัดเตรียมห้อง และการติดตามค่าเช่า อีกด้วยซึ่งแต่ละรายจะมีห้องชุดเป็นจำนวนหลายยูนิต

ด้านอัตราค่าเช่าคอนโดมิเนียมภายใต้การบริหารของซอนทานา(Sontana) ในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับยูนิตขนาด 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ30,000 บาทต่อเดือน, ยูนิตขนาด 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน และยูนิตระดับลักชัวรีมีราคาสูงสุดถึง 120,000-200,000 บาทต่อเดือน เน้นการอำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้เช่าซึ่งรูปแบบจะคล้ายกับเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ในส่วนของโครงสร้างรายได้ บริษัทใช้โมเดลการแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) ทำให้ซอนทานา(Sontana) อยากสร้างรายได้ที่ดีที่สุดกับเจ้าของ

นายชัชกร กล่าวต่อถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี2569 นี้ บริษัทฯได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งเริ่มที่ จ.ภูเก็ต โดยได้รุกเข้าไปทำตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางปี2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการร่วมมือกับบริษัท แสนสิริจำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ในการนำห้องชุดจากโครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริฯ เช่น แบรนด์THE BASE และ CANVAS เข้ามาบริหารจัดการซึ่งตลาดภูเก็ตถือเป็นพื้นที่ที่มีความผันผวนตามฤดูกาล (Seasonal Market) สูง โดยช่วง HighSeason อัตราค่าเช่าสามารถพุ่งสูงขึ้น 3-4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วง Low Season ที่ราคาแตะไปที่ระดับมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ทำให้บริษัทฯต้องนำระบบ Dynamic Pricing เข้ามาวิเคราะห์ราคาล่วงหน้า เพื่อบริหารจัดการรายได้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากความร่วมมือกับแสนสิริฯ แล้วซอนทานา(Sontana) ยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกหลายราย ที่พัฒนาโครงการทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ตและหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ

อีกทั้งบริษัทยังได้ขยายช่องทางธุรกิจใหม่ด้วยการร่วมมือกับกลุ่มผู้ถือครองสินทรัพย์ (Asset Owners)โดยเฉพาะกลุ่มอะพาร์ตเมนต์และเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพบว่าเจ้าของอาคารหลายรายประสบปัญหาอัตราการเข้าพักไม่เต็ม และขาดทีมงานมืออาชีพเข้ามาดูแลบริหารจัดการ ซึ่งซอนทานา(Sontana) จะนำความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มศักยภาพ ยกระดับราคาเช่า และดันอัตราการเข้าพักให้เต็มมากยิ่งขึ้น

นายชัชกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตบริษัทฯมีแผนที่จะขยายการบริหารจัดการห้องพักไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะในระยะเวลา3-4 ปีนี้ ยังคงให้ความสำคัญและเน้นการบริหารจัดการห้องพักในประเทศไทยก่อน ซึ่งแผนนับจากนี้จะขยายการบริหารห้องพักครอบคลุมหัวเมืองหลักและเมืองรอง ที่มีศักยภาพทั่วประเทศไทยที่มีความต้องการในการพักอาศัยสูง เช่น พัทยา หัวหิน และเชียงใหม่ เป็นต้น โดยตั้งเป้าที่จะเข้าบริหารจัดการห้องพักเพิ่มขึ้นเกินกว่า 500 ยูนิต ภายในปี 2570

ความคิดเห็น