คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangภูเก็ต · เปลี่ยน

โซลาร์ประชาชนเข้าครม.วันนี้ ใช้งบ 1 แสนล้าน รบ.ช่วยครัวเรือนละ 5 หมื่น คลังลุยลดภาษี ‘บี20-อี20’

ที่มา: มติชน

โซลาร์ประชาชนเข้าครม.วันนี้ ใช้งบ 1 แสนล้าน รบ.ช่วยครัวเรือนละ 5 หมื่น คลังลุยลดภาษี ‘บี20-อี20’

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานภายใต้กรอบเงินกู้ของรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (27 ต.ค.) กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองที่กระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้วเพื่อเร่งสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเปิดโอกาสให้ครัวเรือนรายย่อยกลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขายคืนเข้าสู่ระบบสายส่งสร้างรายได้ โครงการดังกล่าวเดิมมุ่งเน้นในรูปแบบโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) แต่คณะกรรมการกลั่นกรองได้พิจารณาข้อจำกัดของประชาชนอย่างรอบด้าน เนื่องจากที่พักอาศัยของบางครัวเรือนอาจมีโครงสร้างหลังคาที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการติดตั้ง จึงได้ขยายขอบเขตการสนับสนุนให้ครอบคลุมการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นดิน รวมถึงในแหล่งน้ำหรือบ่อน้ำในรูปแบบโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ด้วยเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือการเร่งเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยยังคงต้องพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูงมาก การผลักดันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภายในประเทศจะช่วยลดภาระการนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมสำหรับมาตรการอุดหนุน รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตรงให้แก่ประชาชนครัวเรือนละ 50,000 บาท กำหนดเป้าหมายไว้ที่ 1 ล้านสิทธิ โดยมอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้หลังจากที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ได้ทันที จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการนี้คือการปรับบทบาทของประชาชน จากเดิมเป็นเพียงผู้ซื้อไฟฟ้าฝ่ายเดียว มาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบสายส่ง (Grid) ของการไฟฟ้าได้ ทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยมีโอกาสสร้างรายได้โดยตรงจากหลังคาบ้านหรือพื้นที่ของตนเอง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนกรณีข้อกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้านั้น คณะกรรมการกลั่นกรองได้อนุมัติงบประมาณจากเงินกู้อีกส่วนหนึ่งให้กฟน.และกฟภ. เพื่อนำไปใช้ดำเนินการเปลี่ยนเป็นมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ให้แก่ประชาชนเข้าร่วมโครงการโดยตรง เพื่อทำหน้าที่คำนวณและรองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สายส่ง ประชาชนจึงไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมิเตอร์ด้วยตนเอง นอกจากนี้ในส่วนของแนวทางการบริหารจัดการด้านเงินลงทุน รัฐบาลได้จัดเตรียมมาตรการรองรับไว้อย่างครบวงจร กลุ่มที่มีเงินลงทุนรัฐบาลจะร่วมจ่ายสมทบให้ทันทีครัวเรือนละ 50,000 บาท กลุ่มไม่มีเงินก้อนล่วงหน้าได้ประสานงานสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธ.ก.ส. (สำหรับกลุ่มเกษตรกร) เพื่อปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับนำมาใช้ลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์ประชาชนจึงไม่ต้องควักเงินก้อนออกมาลงทุนก่อน แต่สามารถนำรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้าคืนให้แก่การไฟฟ้ามาชำระคืนเงินกู้ในภายหลัง

รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 27 ตุลาคมนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะอนุมัติการใช้เงินกู้วงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท จากวงเงินเงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการโซลาร์ประชาชน 1 ล้านสิทธิ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งให้ประชาชนครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ทั้งการติดตั้งโซลาร์บนหลังคา โซลาร์บนพื้นดิน และในแหล่งน้ำหรือบ่อน้ำในรูปแบบโซลาร์ลอยน้ำ วงเงินรวมประมาณ 5 หมื่นล้านบาท อีกส่วนหนึ่งจะสนับสนุน 3 การไฟฟ้า ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ลงทุนสมาร์ทกริด และแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนสายส่งและการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ประชาชน ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์ให้ครัวเรือนที่ร่วมโครงการ หน่วยงานละประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท รวมประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขให้ 2 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายลงทุนซื้อสมาร์ทมิเตอร์มาก่อน แล้วมาเบิกจากรัฐ เพื่อให้การใช้งบคุ้มค่า ไม่เกิดปัญหาซื้ออุปกรณ์มากองรวมและมาเบิก หากไม่มีการติดตั้งจริง อุปกรณ์จะไม่ได้ใช้ประโยชน์ เกิดปัญหาตามหาในอนาคต

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ครม.จะอนุมัติโครงการด้านการอบรมทักษะแรงงาน ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับโครงการโซลาร์ประชาชนของ 3 กระทรวง คือ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะดำเนินการไม่ซับซ้อนกัน วงเงินหลักพันล้านบาท เมื่อรวมทั้งแพคเกจจะใช้วงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท

“การเตรียมอนุมัติดังกล่าว เป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท เร่งพิจารณาโครงการโซลาร์ภาคประชาชนทั้งระบบ วงเงิน 1 แสนล้านบาท คิดเป็น 50% ของวงเงินกู้รวม ดังนั้นส่วนที่เหลืออีก 1 แสนล้านบาท จะมุ่งสนับสนุนโซลาร์และอีวีของหน่วยงานต่างๆ ยังค้างอยู่ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอีกหลายกระทรวงเสนอเข้ามา จะพิจารณากลั่นกรองให้จบภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ภายในปีงบประมาณ 2570” รายงานข่าวระบุ

ความคิดเห็น