ทางการเกาหลีใต้เริ่มปฏิบัติการครั้งที่ 3 เพื่อนำฉลาม "บูกังอี" กลับสู่ทะเล หลังติดอยู่ในคลองเทียมบริเวณสวนริมน้ำท่าเรือนอร์ทพอร์ต เมืองปูซาน นานกว่าหนึ่งเดือน หลังอุณหภูมิน้ำในคลองเริ่มลดต่ำลงจนหวั่นเป็นอันตรายถึงชีวิต ท่ามกลางกระแสฟีเวอร์ที่มีผู้คนแห่มาชมกว่า 1.6 ล้านคน
ทางการเกาหลีใต้เริ่มปฏิบัติการครั้งที่ 3 ในวันนี้ (21 ต.ค.) เพื่อช่วยฉลามดัสกี้ ที่มีชื่อเล่นว่า "บูกังอี" (Bukang-i) ออกจากคลองเทียมบริเวณสวนริมน้ำท่าเรือนอร์ทพอร์ต เมืองปูซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ หลังจากความพยายามสองครั้งก่อนหน้านี้ไม่ประสบผลสำเร็จ
กระทรวงมหาสมุทรและการประมงของเกาหลีใต้ร่วมมือกับเทศบาลเมืองปูซาน สถาบันความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลแห่งชาติของเกาหลี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายแห่ง วางแผนปฏิบัติการโดยจะใช้ตาข่ายที่ยึดติดกับโป๊ะลอยน้ำ แล้วค่อย ๆ เคลื่อนตาข่ายจากด้านในคลองไปยังปากทางออกสู่ทะเล เพื่อบังคับทิศทางให้ฉลามว่ายออกไปยังทะเลเปิด
ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะประจำอยู่บนโป๊ะลอยน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ฉลามกระโดดข้ามตาข่ายเหมือนที่เกิดขึ้นในการช่วยเหลือครั้งก่อน นอกจากนี้ ยังมีแผนติดตั้งตาข่ายชั้นที่สองไว้ด้านใน เพื่อป้องกันไม่ให้ฉลามว่ายย้อนกลับเข้าคลอง โดยเฉพาะบริเวณปากคลองที่ระดับน้ำลึกขึ้นและอาจเกิดช่องว่างระหว่างพื้นคลองกับตาข่าย
ก่อนเริ่มปฏิบัติการเต็มรูปแบบในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่จะสำรวจสภาพภูมิประเทศใต้น้ำและสิ่งกีดขวางบริเวณทางออกของคลอง โดยใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงโดรนใต้น้ำ ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญจะติดตามสุขภาพของฉลามอย่างใกล้ชิดแบบเรียลไทม์ ทางกระทรวงระบุว่า จะพยายามลดความเครียดของฉลามให้มากที่สุด พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้เข้าชมสวนริมน้ำ
ฉลามตัวนี้มีความยาวประมาณ 3 เมตร โดยข้อมูลจากหน่วยงานเกาหลีใต้ระบุว่าเป็นฉลามดัสกี้ (dusky shark) ขณะที่รายงานบางฉบับเรียกว่าเป็นฉลามครีบดำ (blacktip shark) มันถูกพบครั้งแรกในคลองดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา และชื่อ "บูกังอี" มาจากคำว่า "บูกัง" (Bukhang) ซึ่งเป็นภาษาเกาหลีหมายถึงท่าเรือเหนือ
นับตั้งแต่มีการพบฉลามตัวนี้ สวนริมน้ำได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างไม่คาดคิด โดยมีผู้มาเยือนสะสมมากกว่า 1.6 ล้านคน สร้างกระแสความสนใจและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น นายชอน แจ-ซู นายกเทศมนตรีเมืองปูซาน เคยกล่าวขอบคุณฉลามตัวนี้ที่ช่วยประชาสัมพันธ์เมือง ซึ่งหากต้องซื้อโฆษณาในระดับเดียวกันอาจต้องใช้งบประมาณมหาศาลถึงระดับล้านล้านวอน
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือฉลามกลับสู่ทะเลยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ก.ย. เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสูบน้ำฉีดกระแสน้ำเพื่อผลักดันให้ฉลามออกจากคลอง ส่วนครั้งที่สองเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ใช้ตาข่ายนำทางฉลามไปจนถึงจุดห่างจากปากคลองประมาณ 100 เมตร แต่ฉลามกลับว่ายข้ามตาข่ายและย้อนกลับเข้าคลองในเวลาต่อมา
เดิมทีเจ้าหน้าที่เลือกเฝ้ารอให้ฉลามว่ายออกสู่ทะเลเอง แต่เมื่อพบว่ามันยังไม่มีแนวโน้มจะออกจากคลอง ประกอบกับระดับอุณหภูมิน้ำที่ลดลงและความลึกของคลองที่จำกัด ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตาย จึงตัดสินใจเปิดปฏิบัติการครั้งที่ 3
ขณะเดียวกัน กลุ่มสิ่งแวดล้อมมองว่า การปรากฏตัวของฉลามในพื้นที่ดังกล่าวไม่ควรถูกมองเป็นเพียงปรากฏการณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ควรเป็นสัญญาณเตือนถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศ โดยชี้ว่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอาจผลักดันให้สัตว์ทะเลที่ชอบน้ำอุ่นเคลื่อนตัวไปทางเหนือ รวมถึงฉลามจากเขตกึ่งร้อนที่ติดตามแหล่งอาหารไปด้วย.
ที่มา Yonhap / Seoul Economic Daily / SBS NEWS