อสังหาภูเก็ตยังโตแรง-มท.2 ลงพื้นที่สะสาง - ประชาชาติธุรกิจ

อสังหาภูเก็ตยังโตแรง-มท.2 ลงพื้นที่สะสาง
เจาะผลประโยชน์ภูเก็ตท่องเที่ยว-อสังหาฯ การลงทุนโตพุ่งท่ามกลางความขัดแย้งของราชการ มท.2 ลงพื้นที่เตรียมเปิดคลินิกแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการ ล้างบางทุนเทาทั้งคนไทย-ต่างชาติ ขณะที่เอกชนชี้ผลกระทบเปลี่ยน “พ่อเมือง” บ่อยทำให้การขอใบอนุญาตหยุดชะงัก นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น แต่อสังหาฯยังไปได้ดี ครึ่งปีลงทุนแล้วกว่า 5 หมื่นล้าน
จากกรณีความขัดแย้งของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยใน จ.ภูเก็ต จนมีคำสั่งย้ายรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต 2 คนไปอยู่จังหวัดอื่น และย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยพบว่าในพื้นที่มีหลายปัญหาคาราคาซังอยู่ ถึงขั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ต้องลงพื้นที่ไปแก้ปัญหาถึง 2 ครั้ง ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
มท.2 นำทีมลงพื้นที่ภูเก็ต
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการหารือกับส่วนราชการ ผู้ประกอบการ และลงพื้นที่ตรวจสอบชายหาดและย่านแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังภูเก็ต สิ่งที่พบยกตัวอย่างเช่น 1.ชาวต่างชาติใช้นอมินีคนไทยเพื่อประกอบธุรกิจ 2.ทำถูกกฎหมาย แต่ติดปัญหาความล่าช้าระบบราชการในการขอใบอนุญาต จึงยังไม่มีใบอนุญาต 3.การก่อสร้างอาคารผิดระเบียบกรมโยธาธิการ 4.ทำธุรกิจผิดรูปแบบ เช่น ซื้อคอนโดฯ แล้วปล่อยเช่าเป็นโรงแรมขายในออนไลน์เพื่อเลี่ยงภาษี กลุ่มนี้ปล่อยไว้ไม่ได้
จึงต้องมาดูว่าอะไรเป็นจุดที่ควรต้องแก้ไขในมุมราชการ เนื่องจากกฎหมายบางตัวเก่าไม่ทันธุรกิจสมัยใหม่ หรือบางธุรกิจพัฒนาเร็วกว่ากฎหมาย วัตถุประสงค์หลักมหาดไทยต้องการบังคับใช้กฎหมายเพื่อไม่ให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองที่ดินในส่วนภูเก็ตได้ เพราะอาจทำให้เกิดธุรกิจสีเทาและเอาเปรียบคนไทย
กรมปกครองร่วมสอบสวน
สำหรับการตรวจสอบกลุ่มผู้มีอิทธิพลในภูเก็ต รมช.มหาดไทยยอมรับว่าได้กลิ่นผู้มีอิทธิพลทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นคนในประเทศ เนื่องจาชาวบ้านสะท้อนให้ฟังว่าแต่ละโซนพื้นที่ไหนมีใครดูแลอยู่บ้าง จึงสั่งให้กรมการปกครองดำเนินการสืบสวน เพราะในยุคของนายกรัฐมนตรีอนุทินห้ามมีผู้มีอิทธิพล
เบื้องต้นสั่งการให้เปิดคลินิกแก้ปัญหาแก่ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาและรับฟังเสียงในพื้นที่ เพราะหากล้อมกรอบผู้ประกอบการนอกระบบให้เข้าไปอยู่ในระบบได้ จะปิดช่องโหว่การเก็บส่วย ถ้าไม่ผิดกฎหมายก็ไม่ต้องกลัวใครขู่ และจะสืบหากลุ่มนอมินีต่อไปเรื่อย ๆ โดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการตรวจสอบตามสโลแกน “มหาดไทยชี้ พาณิชย์เช็ก มหาดไทยจับ”
ดูไบหนีสงครามหาซื้อบ้าน
ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจในภูเก็ตสะท้อนภาพการลงทุนและปัญหาอื่น ๆ นายเมธาพงศ์ อุปัติศฤงศ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดขยายตัวจนติดอันดับ 5 หรือ 6 ของประเทศ ผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนทางการตลาดใหญ่ที่สุดคือคอนโดมิเนียม ที่เติบโตในอัตราที่เร่งตัวอย่างรวดเร็ว
ส่วนกระแสความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ ในส่วนของกลุ่มผู้ซื้อจาก “ดูไบ” และประเทศในแถบตะวันออกกลางที่มาซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคนั้น เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นได้ประมาณ 2-3 เดือน ตัวเลขทางสถิติอย่างเป็นทางการอาจจะยังไม่สะท้อนออกมาชัดเจน แต่จากการสำรวจและพูดคุยกับผู้ประกอบการในพื้นที่ พบว่าเริ่มเกิดธุรกรรมการซื้อขายจริงในตลาด
หากจัดอันดับโครงสร้างดีมานด์ต่างชาติในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต (ไม่นับรวมธุรกิจโรงแรม) พบว่ากลุ่มชาติหลักที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง อันดับ 1 รัสเซีย, อันดับ 2 จีน และอันดับ 3 ฝรั่งเศส ส่วนดีมานด์จากดูไบเริ่มเข้ามาเติมเต็มในตลาด
ย้ายผู้ว่าฯ บ่อยธุรกิจชะงัก
นายเมธาพงศ์สะท้อนปัญหาถึงการกวาดล้างกลุ่มทุนสีเทาในพื้นที่ภูเก็ต นำมาสู่การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในจังหวัด ว่า ในมุมมองการปฏิบัติงานจริงภาคเอกชนยอมรับว่าไม่ต้องการให้เกิดการปรับเปลี่ยนหรือโยกย้ายข้าราชการระดับสูงบ่อยครั้ง เนื่องจากโครงสร้างการอนุมัติสิทธิและใบอนุญาตต่าง ๆ ในภาคอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องพึ่งพากระบวนการทางราชการ เมื่อเกิดการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งมักส่งผลให้กระบวนการพิจารณาชะงักงัน
แต่หากพิจารณาในภาพรวมถือเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐตื่นตัวและมีมาตรการตรวจสอบเมื่อเกิดข้อกล่าวหาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจและลงทุนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมีจุดยืนชัดเจนในการต่อต้านพฤติกรรมดังกล่าวอย่างเต็มที่
นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
ด้านนายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต สะท้อนปัญหาของการบริหารราชการว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาภูเก็ตเปลี่ยนตัวผู้ว่าราชการจังหวัดถึง 4 คน จนเกิดความไม่ต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบริหารงานภายในและการเมือง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
แม้ว่านักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือตั้งใจมาลงทุนระยะยาวไม่เข้าใจระบบการเมืองไทย แต่เมื่อเห็นผู้นำจังหวัดเปลี่ยนตัวบ่อยครั้งย่อมเกิดความไม่มั่นใจว่านโยบายหรือข้อตกลงต่าง ๆ ที่เคยคุยไว้จะสะดุดลงหรือไม่
ครึ่งปีลงทุน 5.2 หมื่นล้าน
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ นักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ตยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกปี 2569 โดยได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การขยายตัวของกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ รวมถึงความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อน การลงทุน และการอยู่อาศัยระยะยาว
“ครึ่งปีแรกมีเปิดตัว 67 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียมและวิลล่ารวม 4,166 ยูนิต มูลค่าการพัฒนา 52,955 ล้านบาท สะท้อนว่าภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งในตลาดอสังหาฯ ที่ได้รับความสนใจสูงสุดของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์เพื่อการพักผ่อนและลงทุนที่มีลูกค้าต่างชาติเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก”
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
💬 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรก!