คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangแพร่ · เปลี่ยน

สถานีคิดเลขที่ 12 : บันเทิงในภาวะ‘ถดถอย’?

ที่มา: มติชน

วาทกรรมระหว่าง นายเนวิน ชิดชอบ กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ที่ “อวย” ให้เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย หรือเป็นจน “เบื่อ” นั้น

ไม่ว่าจะเป็นวาทกรรม “ทีเล่น” หรือ “ทีจริง” ก็ตาม

สะท้อนว่า ในภาวะที่หลายฝ่ายประเมินว่า ระบอบสีน้ำเงิน หรือระบอบ น.หนู “ถดถอย” นั้น

แต่แกนนำระบอบ “น.หนู” ดูเหมือนจะเชื่อว่าฝ่ายตนยังคง “มั่นคง” ในระดับ “อยู่จนเบื่อ” ได้

แถมยังสามารถ “รุกในถอย” ได้อีกด้วย

อย่าง “ศึกใหญ่” ที่กำลังจะมาถึง คือ การซักฟอก

ถึงแม้รัฐมนตรีภูมิใจไทยจะถูกขึ้นบัญชี 18 คน

แต่ภูมิใจไทย มั่นใจว่าเสียงในสภายัง “แข็งแกร่ง”

“มือ” ของฝ่ายค้านที่จะยกมือไม่ไว้วางใจ คงไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเมืองได้

ตรงกันข้าม เสียงในฝ่ายค้านดูจะรวนเรมากกว่า

รวนเรถึงขนาดที่ นายอนุทินโชว์เขี้ยวการเมือง ด้วยการย้อนถามสื่อในวันที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก ว่า “พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมยื่นด้วยหรือ”

และกระแทกซ้ำอีกว่า “ผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมได้ใช่หรือไม่”

ถือเป็นการตอกย้ำความไม่เป็นเอกภาพในปีกฝ่ายค้านอย่างชัดเจน

โดย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร คนของกล้าธรรม ออกมาซ้ำว่าที่ไม่ร่วมสังฆกรรมกับญัตติซักฟอกในครั้งนี้ เนื่องจากเนื้อหาและข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านมีน้ำหนักพุ่งเป้าไปที่เรื่องการเมืองและคดีฮั้ว ส.ว.มากกว่า ซึ่งไม่ได้เชื่อมโยงกับการตรวจสอบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินหรือผลงานของรัฐบาลแต่อย่างใด

น่าสังเกตว่า นอกจากจุดยืนของกล้าธรรม ที่ไม่ยืนข้างฝ่ายค้านแล้ว

ยังดิสเครดิต “ญัตติซักฟอก” อีกว่าไม่เกี่ยวกับผลงานรัฐบาล มุ่งไปแค่เรื่อง “ฮั้ว ส.ว.” ที่นายอนุทินและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย “ลอยนวล” ด้วยเสียงข้างมากของ กกต.ที่ยกฟ้องไปแล้ว

นอกจากนี้ ส.ว.ในเครือข่าย “สีน้ำเงิน” ยังยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.เอาผิด กกต.เสียงข้างน้อย ที่มีมติไม่เป็นคุณกับภูมิใจไทย ฐานเอาสำนวนการสอบสวนมาเปิดเผยอีก

เน้นย้ำว่า เรื่อง “ฮั้ว ส.ว.” ที่ดูเหมือนเป็นมรสุมหนักของพรรคสีน้ำเงิน

แต่เอาเข้าจริงแล้ว ระบอบสีน้ำเงินยัง “รุก” กลับได้

ไม่ได้ตั้งรับ หรือถดถอย แต่อย่างใด

ยิ่งไปกว่านั้น อีกมรสุมหนึ่งที่คาดหมายว่าภูมิใจไทยจะเผชิญในศึกซักฟอก คือ การทุจริตสอบข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย

กลับมีความคืบหน้าของคดีไม่มากนัก ไม่สามารถสาวไปถึง “นักการเมือง” ที่บงการได้

แถมยังเกิดปรากฏการณ์ ป.ป.ช.ทำสำนวนส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน ต้องปล่อยตัวพ้นเรือนจำ

สะท้อนว่าคดีนี้แม้จะสำคัญและส่งผลสะเทือนรุนแรงในเรื่อง “ทุจริต”

แต่ ป.ป.ช.กลับทำงานในอัตรา “เร่งปกติ” ไม่ได้กระตือรือร้นอย่างที่สังคมอยากจะเห็น

แน่นอนภาวะนี้ ย่อมทำให้ภูมิใจไทย พึงใจ

ด้วยมันจะส่งผลให้เรื่องนี้ไม่ร้อนแรงเกินไปนักในศึกซักฟอก

เช่นเดียวกับคดีฮั้ว ส.ว.ที่ไม่มีความคืบหน้าจาก “ดีเอสไอ” ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงผู้นำองค์กรใหม่โดยฝีมือรัฐมนตรียุติธรรม จากภูมิใจไทย

นี่จึงทำให้ภูมิใจไทยที่ถูกมองว่าถดถอย ออกอาการ “บันเทิงธิปไตย”

บันเทิงว่า ใครจะมาโค่นล้มไม่ได้

แต่กระนั้น ระบอบ น.หนู ก็คงเพลินกับการใช้อำนาจ “รุก” เกินไปไม่ได้

เช่น เพลินกับการรุก ด้วยการเด้ง “นายอำเภอแก้น้ำท่วม”

หรือรุกเข้าไปรื้อองค์กรตระกูล “ส” ไม่ว่าสื่อสาธารณะของไทยพีบีเอส หรือ สสส.

ด้วยมันก่อให้เกิดกระแสต่อต้านระบอบสีน้ำเงินขึ้นมาอย่างไม่คาดหมาย

และเมื่อผสมกับภาวะถดถอยอื่น

อาจทำให้ระบอบ “น.หนู” ไม่บันเทิงนักก็ได้!

ความคิดเห็น