คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangแพร่ · เปลี่ยน

สาวจีนวัย 22 ปี อดีตแชมป์โอลิมปิก เผยปมแม่คุมชีวิต แม้แต่เงินเก็บยังไม่ให้ลงทุน

ที่มา: ข่าวสด

ถกสนั่น! สาวจีนวัย 22 ปี อดีตแชมป์โอลิมปิก เปิดปมชีวิตสุดอึดอัด ถูกแม่บงการทุกฝีก้าว แม้แต่เงินเก็บยังไม่ให้ลงทุน ชาวเน็ตตั้งคำถาม เลี้ยงลูกหรือควบคุมชีวิต?

กลายเป็นดราม่าครอบครัวที่จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงบนโลกออนไลน์ หลังอดีตนักกีฬากระโดดน้ำเหรียญทองโอลิมปิกของจีน เปิดเผยเบื้องหลังชีวิตที่ไม่ได้สวยหรูอย่างที่หลายคนคิด เมื่อความสำเร็จระดับโลกกลับมาพร้อมแรงกดดันจากครอบครัว โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ที่ถูกวิจารณ์ว่าควบคุมชีวิตลูกสาวแทบทุกฝีก้าว แม้กระทั่งเรื่องเงินเก็บที่เจ้าตัวหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง

เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นกับ จาง เจียฉี อดีตนักกระโดดน้ำทีมชาติจีนวัย 22 ปี เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกโตเกียว 2020 ประเภทแพลตฟอร์ม 10 เมตรหญิงคู่ เธอเริ่มฝึกกระโดดน้ำตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ คว้าแชมป์ระดับประเทศครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี ก่อนกวาดเหรียญทองจากการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศอีกหลายสิบเหรียญ พร้อมมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มโต่วอินมากกว่า 3.3 ล้านคน

ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จต้องแลกมาด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนัก จนเธอมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณหัวไหล่ หลัง เท้า และข้อต่อบางส่วน ก่อนตัดสินใจอำลาวงการกีฬาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ด้วยการรับงานพูดในที่สาธารณะ เข้าร่วมงานแฟชั่น รวมถึงไลฟ์สดขายสินค้า เพื่อสร้างรายได้และก้าวไปสู่การมีอิสรภาพทางการเงิน

กระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคม จางและ เซียว อิงเจี๋ย ผู้เป็นแม่ ได้ปรากฏตัวร่วมกันในรายการเรียลลิตี้ My Little One ทางสถานีโทรทัศน์หูหนาน แต่แทนที่ผู้ชมจะได้เห็นโมเมนต์อบอุ่นของสองแม่ลูก กลับกลายเป็นการเปิดเผยความสัมพันธ์อันตึงเครียด เมื่อเซียวตำหนิลูกสาวแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่ไม่ตัดป้ายเสื้อผ้า สั่งอาหารเดลิเวอรี ปล่อยห้องรก ไปจนถึงการนั่งบนพื้นเพื่อสวมรองเท้า พร้อมบ่นว่าชีวิตของลูกสาว “ยุ่งเหยิงไปหมด”

ยิ่งไปกว่านั้น จางยังเปิดเผยความรู้สึกว่า เธอเติบโตมาภายใต้การดูแลของทีมกระโดดน้ำทีมชาติมากกว่าพ่อแม่ของตัวเอง พร้อมกล่าวหาว่าแม่ให้ความสำคัญกับเหรียญรางวัลมากกว่าความรู้สึกของลูกสาว และคาดหวังให้เธอโดดเด่นอยู่เสมอ แม้แต่ความทรงจำในวัยเด็กก็ยังสะท้อนความแตกต่าง เมื่อคุณยายมักให้ขนมเป็นรางวัลหลังฝึกซ้อม แต่แม่กลับคอยเตือนให้กินน้อยลงเพื่อควบคุมน้ำหนัก

ประเด็นที่ทำให้ดราม่ายิ่งเดือดขึ้น คือรายงานจากสื่อจีนที่ระบุว่า พ่อแม่ของจางเป็นผู้เก็บบัตรธนาคารทั้ง 3 ใบของเธอเอาไว้ทั้งหมด เมื่อจางต้องการนำเงินเก็บบางส่วนไปลงทุนหลังเลิกแข่ง ผู้เป็นแม่กลับไม่อนุญาต โดยให้เหตุผลว่า “ลูกยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้”

อีกทั้งยังไม่เห็นด้วยกับการที่เธอหันมาไลฟ์สดขายสินค้า อย่างไรก็ตาม จางยังคงมุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง ทั้งฝึกทักษะการขาย เรียนภาษาอังกฤษ เตรียมสอบเป็นผู้ตัดสินกีฬากระโดดน้ำระดับนานาชาติ และเรียนขับรถ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะหาเงินซื้อบ้านเป็นของตัวเองให้ได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม จางได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย สะท้อนความอึดอัดใจที่เผชิญมาตลอด พร้อมส่งข้อความถึงผู้เป็นแม่ว่า “แม่คะ หนูก็เหมือนเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังพยายามสร้างชีวิตของตัวเอง หนูอยากเป็นคนกำหนดโชคชะตาของตัวเอง และเติบโตเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน พร้อมใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเติมเต็มตัวเองได้อย่างแท้จริง” โดยเธอยังหวังว่าทั้งคู่จะสามารถหาจุดสมดุลและปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นได้

หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด โดยรายหนึ่งระบุว่า “เป็นถึงแชมป์โลก แต่แม่กลับมองไม่เห็นข้อดีของลูกเลย” ขณะที่อีกคนมองว่า จางควรมีสิทธิ์จัดการเงินรางวัลที่หามาด้วยความพยายามของตัวเอง ส่วนบางรายตั้งข้อสังเกตว่า แม่อาจกลัวสูญเสียอำนาจในการควบคุมเมื่อลูกสาวเริ่มเป็นอิสระมากขึ้น จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงถึงเส้นแบ่งระหว่าง “ความหวังดีของพ่อแม่” กับ “การควบคุมชีวิตลูก” ว่าควรสิ้นสุดลงตรงไหน

ที่มา: scmp

อ่านข่าวเพิ่มเติม: พ่อจีน ขุดหลุมศพลูกสาว 2 ขวบ หวังช่วยให้ทำใจเรื่องความตาย หลังลูกป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ก่อนปาฏิหาริย์หายป่วย กลายเป็นสวนดอกไม้แทน

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ความคิดเห็น