การมาถึงของ BMW Series 7 ทำให้ลูกค้ากลุ่มประธานบริษัท นักการทูต รวมถึงนายกรัฐมนตรีและเศรษฐีพันล้านของไทย มีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นระหว่างรถเรือธง 3 รุ่นที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน ได้แก่ i7 50 xDrive M Sport พลังงานไฟฟ้า 100%, 740d xDrive M Sport เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง และ BMW 760e xDrive Plug in Hybrid
ทั้งสามขุมพลัง ตอบสนองต่อการเดินทางสุดหรูในระดับอภิมหาเรือธงของแบรนด์ตราใบพัด ช่วงล่างถุงลมนุ่มนวลสมฐานะยานระดับเรือธง ที่น่าสนใจสำหรับผู้บริหารระดับสูงก็คือ ห้องโดยสารใหม่ที่ BMW ใช้แนวทางการออกแบบใหม่หมด เป็นการเปลี่ยนงานตกแต่งภายในให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า
นี่คือรุ่น LCI Life Cycle Impulse (การปรับโฉมในผลิตภัณฑ์ของ BMW) ในรหัสตัวถัง G70 ด้านกลไกและงานวิศวกรรมของสวรรค์ชั้นเจ็ดนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อุปกรณ์ใหม่ที่ใส่เข้ามาคือ กระจังหน้าแบบกระจายแสง (Illuminated Kidney Grille), ไฟ DRL ทำจากผลึกคริสตัลเรียวบางลง ความละเมียดของชุดไฟที่ทำจากชิ้นงานคริสตัลบางเฉียบ , ไฟท้ายทรงยาวแบบใหม่ที่ลงตัวและทำให้ส่วนท้ายของรถสวยขึ้น ตัวถังภายนอกและห้องโดยสารอิงกับแพลตฟอร์ม Neue Klasse การตัดตัวอักษร "i" ออกจากชื่อรุ่น โดย 740i ถูกเปลี่ยนชื่อเหลือเพียง 740 เดิมที G70 เปิดตัวมาด้วยงานดีไซน์ด้านหน้าที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดนับตั้งแต่ยุค E65 แต่การปรับโฉมรอบนี้ช่วยเกลาให้เส้นสายดูภูมิฐานขึ้น เหมือนกับที่เคยใช้กับ E65 ในอดีต สีทูโทนบนตัวถังทำให้รถดูภูมิฐานและสง่างาม
กระจังหน้ามาพร้อมรูปทรงเรขาคณิตที่สง่างาม ระบบไฟส่องสว่างสะท้อนคาแรกเตอร์เฉพาะตัว งานฝีมือภายในห้องโดยสารที่สัมผัสรายละเอียดได้อย่างเด่นชัด BMW Series-7 เชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของการออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัล จากยานยนต์รุ่นใหม่ในแพลตฟอร์ม Neue Klasse สู่รถยนต์หรูในตระกูลเรือธง
งาน “Driven by Dedication” ศิลปะแห่งเสียงดนตรี ผ่านประสบการณ์ BMW Immersive Sound Experience แบบอินเทอร์แอคทีฟ ทั้งบริเวณพื้นที่จัดแสดงและภายในห้องโดยสารของ BMW New Series- 7 ใหม่ ซึ่งติดตั้งระบบเสียงจากเทคโนโลยีของแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำ Bowers & Wilkins + Dolby Atmos เปิดโอกาสให้ศิลปินสามารถเล่นเพลงผ่านระบบสามมิติ ซึ่งโอบล้อมผู้ฟังจากทุกทิศทาง ทำให้ห้องโดยสารของ New Series-7 กลายเป็นคอนเสิร์ตฮอลล์เคลื่อนที่wfhอย่างสมบูรณ์แบบ ประสบการณ์เสียงอันสมจริง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BMW เพื่อมอบความเป็นเลิศในทุกรายละเอียด ด้วยเทคโนโลยีระบบเสียงขั้นสูง กับวิศวกรรมเสียงอันพิถีพิถัน + ความคมชัด มิติเสียงที่ล้ำลึก และความแม่นยำเหนือระดับ
BMW i7 50 xDrive M Sport ใหม่ จำกัดจำนวน 12 คันเ ราคา: 6,999,000 บาท สี Single-tone รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard ราคา 7,599,000 บาท (สี Two-tone) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)
BMW M760e xDrive ใหม่ คาดการณ์ราคาไม่เกิน 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)
BMW 740d xDrive M Sport ใหม่ คาดการณ์ราคาไม่เกิน 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)
พื้นผิวตัวถังที่เน้นความเรียบร้อยสะอาดตา สง่างาม ไร้รอยต่อ กระจังหน้าใหม่ BMW kidney Iconic Glow พร้อมด้วยไฟหน้าแบบ Crystal ด้านข้างตัวถังลดทอนความซับซ้อนบนพื้นผิว มือจับประตูดีไซน์ใหม่ มาพร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบ Soft Close และระบบ Ceremonial Access ต้อนรับผู้ขับและผู้โดยสารด้วยพรมแสงไฟแบบไดนามิก พร้อมชุดแต่ง Illuminated M Door Sills บริเวณกรอบประตู
ชุดแต่ง M Sport ใน BMW i7 50 xDrive M Sport และ BMW 740d xDrive M Sport พร้อมคาลิเปอร์เบรก M Sport สีน้ำเงินเข้มเมทัลลิก ส่วน BMW M760e xDrive มาพร้อมชุดแต่งภายนอก M Sport ควบคู่กับอุปกรณ์เสริมพิเศษจากชุดแต่ง M Sport package Pro เช่น ไฟหน้า M Lights Shadowline คาลิเปอร์เบรก M Sport สีดำเงา
ระบบแสดงผลและควบคุม BMW Panoramic iDrive ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X เสริมความสามารถในการปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ขับ แผงหน้าปัดดีไซน์ใหม่ หน้าจอกลาง Central Display แบบลอยตัว ในตำแหน่งที่รองรับการใช้งานของผู้ขับ ทำงานร่วมกับ BMW Panoramic Vision นำข้อมูลหลากหลายมาแสดงตลอดแนวด้านหน้ารถ BMW 3D Head-Up Display แสดงข้อมูลสำคัญในระดับสายตาของผู้ขับโดยตรง อีกหนึ่งอุปกรณ์ใหม่ที่พร้อมให้สัมผัสกันเป็นครั้งแรกคือ หน้าจอ BMW Passenger Screen ขนาด 14.6 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในซีรีส์ 7 ใหม่ทุกรุ่น โดยจัดวางเคียงข้างหน้าจอ Central Display
พวงมาลัยหนังแบบ M กระจกมองหลังแบบดิจิทัล Digital Interior Mirror จอภาพ Theatre Screen อินเทอร์แอคทีฟแบบ Phygital ที่เปลี่ยนสีของไฟตามโหมดต่างๆ ช่องแอร์ระบบไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับงานออกแบบอย่างแนบเนียน ชุดตกแต่งกระจก BMW Individual CraftedClarity แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายผสานวัสดุคุณภาพสูงเพื่อผิวสัมผัสที่ดีขึ้น
ผู้โดยสารเบาะหลัง สามารถรับชมความบันเทิงผ่าน BMW Theatre Screen ทั้งการชมภาพยนตร์และการเชื่อมต่อเพื่อทำงานระหว่างการเดินทาง หน้าจอทัชสกรีนขนาด 31.3 นิ้ว ให้ภาพคมชัดด้วยความละเอียดระดับ 8K ที่เลื่อนลงจากเพดานหลังคา เป็นครั้งแรกที่จอภาพบนเพดานของผู้โดยสารตอนหลังรองรับระบบการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ ควบคู่ไปกับการใช้งานแอปสำหรับสตรีมคอนเทนต์ เล่นเกม และเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ
ระบบเสียงเซอร์ราวด์จาก Bowers & Wilkins /ระบบเสียงของ BMW i7 50 xDrive M Sport และBMW M760e xDrive ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วย Bowers & Wilkins Diamond รองรับ Dolby Atmos พร้อมประสบการณ์เสียงแบบ 4D ผ่านลำโพงที่ติดตั้งไว้ภายในพนักพิงเบาะหลัง ให้กำลังขับรวมสูงสุด 1,965 วัตต์ ผ่านลำโพงทั้งหมด 35 ตัว
ระบบเสียง Dolby Atmos ยกระดับวิศวกรรมเสียงในห้องโดยสารของยานยนต์เรือธง เพื่อ BMW Series 7 โดยเฉพาะ
Bowers & Wilkins รับงานถ่ายทอดความคมชัดและรายละเอียดเสียงดนตรีอันเหนือชั้น ด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos® ผ่านออปชันระบบเสียง Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System มอบประสบการณ์การฟังผ่านชุดลำโพงสมรรถนะสูงสูงสุด 35 ตัว และพละกำลังขับรวม 1,965 วัตต์ ผสานการทำงานของทวีตเตอร์โดมเพชร (Diamond Dome Tweeters), ลำโพงบริเวณหมอนรองศีรษะ และช่องเสียง 3D บนหลังคา เพื่อดึงศักยภาพความแม่นยำของระบบ Dolby Atmos ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ที่ได้คือบรรยากาศการฟังเพลงแบบ 3 มิติที่มีรายละเอียดสมจริง เติมเต็มคาแรกเตอร์ความหรูหราของ BMW Series 7 และระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังอย่างสมบูรณ์แบบ
ระบบเสียง Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System ใน BMW i7 50 xDrive M Sport และ BMW M760e xDrive ถือเป็นหนึ่งในระบบเสียงในรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบและล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน ออกแบบร่วมกันแบบ Bespoke ระหว่างวิศวกรเสียงของ Bowers & Wilkins และทีมออกแบบของ BMW Series-7 เพื่อสร้างมิติเสียงระดับสตูดิโอ (Studio-grade Audio)
กำลังขับรวม: สูงสุด 1,965 วัตต์ (Class-D Digital Amplifier) จำนวนลำโพงทั้งหมด: 35 ตัว (จัดวางตำแหน่งอย่างพิถีพิถันครอบคลุมทั่วห้องโดยสาร) การถ่ายทอดทิศทางเสียง ใช้ระบบเสียงรอบทิศทาง 3D และ 4D รองรับ Dolby Atmos และ QuantumLogic Immersion
ลำโพงและวัสดุ
Diamond Nautilus™ Tweeters ลำโพงเสียงแหลมไดมอนด์ ใช้โดมทวีตเตอร์ที่ผลิตจากเพชรสังเคราะห์ (Synthetic Diamond) มีความแข็งแกร่งสูงสุด ถ่ายทอดเสียงความถี่สูงได้อย่างใสสะอาด ตอบสนองไวกว่าวัสดุทั่วไป และไร้ความเพี้ยน ทำงานร่วมกับท่อระบายแรงดันด้านหลังแบบ Nautilus™ ช่วยซับคลื่นเสียงสะท้อนที่ไม่ต้องการออกไป ทวีตเตอร์บริเวณเสา A และแผงประตู ผลิตด้วยงานกระจกและโลหะฉลุลาย พร้อมไฟเรืองแสงซ่อนอยู่ภายใน (Illuminated Tweeters)
Continuum® Midrange Drivers ลำโพงเสียงกลาง กรวยลำโพงผลิตจากวัสดุเส้นใยทอ Continuum® เทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะของ Bowers & Wilkins ที่ใช้ในลำโพงบ้านระดับไฮเอนด์ตระกูล 800 Series Diamond ให้เสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีเปิดกว้าง เที่ยงตรง และเป็นธรรมชาติ
Central Bass & Dual-Opposed Woofers ลำโพงเสียงต่ำ/ซับวูฟเฟอร์ -ติดตั้งซับวูฟเฟอร์เบสคู่แบบวางหันหน้าตรงข้ามกันบริเวณประตู เพื่อยกเลิกแรงสั่นสะเทือน ทำให้ได้เสียงเบสที่ แน่น ลึก โดยแผงประตูไม่มีอาการสั่น เบส Carbon Fiber / Rohacell ติดตั้งใต้พื้นรถเพื่อให้เสียงเบสลงได้ลึกและทรงพลัง
3D Height Speakers ลำโพงสร้างมิติ ติดตั้งลำโพงบริเวณหลังคาและเพดาน เพื่อสร้างมิติเสียงทิศทางสูง-ต่ำ สำหรับการฟังเพลงแบบมิติ 3 และรับชมภาพยนตร์ด้วยระบบ Dolby Atmos
ระบบเสียง 4D & ลำโพงพนักพิงเบาะ (4D Audio Experience)ไฮไลต์สำคัญของการยกระดับระบบเสียงใน Series 7 เจเนอเรชันนี้ คือเทคโนโลยี 4D Bass Experience
4D Shakers / Tactile Transducers ติดตั้งตัวทอนแรงสั่นสะเทือน (Shakers) โดยมีกาสรซ่อนเอาไว้ภายในพนักพิงของเบาะนั่ง แทนที่จะปล่อยให้เสียงเบสส่งผ่านทางอากาศเพียงอย่างเดียว ระบบ 4D จะแปลงคลื่นเสียงย่านความถี่ต่ำสุดให้กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนนุ่มนวลส่งตรงเข้าสู่ร่างกายผู้โดยสารโดยตรงสามารถปรับระดับความหนักเบาของแรงสั่นสะเทือน 4D ได้ผ่านหน้าจอทัชสกรีน เพื่อให้เข้ากับจังหวะดนตรีหรือเอฟเฟกต์ภาพยนตร์บนจอ BMW Theatre Screen 31.3 นิ้ว Headrest Speakers ลำโพงขนาดเล็กฝังไว้บริเวณหมอนรองศีรษะ สร้างเวทีเสียงส่วนตัว ให้ผู้โดยสารแต่ละตำแหน่งได้ยินรายละเอียดของเสียงร้องอย่างคมชัด
การประมวลผลและประสบการณ์ใช้งาน Dolby Atmos & Immersive Sound รองรับไฟล์และระบบสตรีมมิ่งที่มิกซ์เสียงแบบ Dolby Atmos แยกมิติเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้โอบล้อมรอบตัวผู้ฟัง ทั้งด้านหน้า ข้าง หลัง และเหนือศีรษะ
โหมดเสียง หรือ Sound Modes
Studio ความแม่นยำ เที่ยงตรง ถ่ายทอดดนตรีตามต้นฉบับห้องอัด
Concert จำลองก้องสะท้อนของฮอลล์คอนเสิร์ต ให้เวทีเสียงที่กว้างขวางและมีมิติลึก
Rear Focus ปรับจูนเวทีเสียงให้ความเพลิดเพลินสูงสุดตกอยู่กับผู้โดยสารเบาะหลัง โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับโหมดไฟอารมณ์และเบาะเอน Executive Lounge
ดีไซน์ฝาครอบลำโพงสแตนเลสแกะสลักด้วยเลเซอร์ สะท้อนแสงไฟ Ambient Light ปรับเปลี่ยนสีตาม My Modes ของตัวรถ
นอกเหนือจากประสบการณ์ความบันเทิงแล้ว ผู้โดยสารเบาะหลังใน Series- 7 ใหม่ จะได้รับความสะดวกสบายจากเบาะนั่งและคอนโซลหลังแบบ Executive Lounge ฟังก์ชันปรับเบาะเอน Relax Position หลังคากระจก Panorama Sky Lounge ระบบไฟแบบใหม่ และช่องปรับอากาศบริเวณเสา B ที่ได้รับการออกแบบใหม่
BMW Series-7 ใหม่ สร้างความประทับด้วยระบบส่งกำลังที่หลากหลาย ทุกรุ่นติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
BMW i7 50 xDrive M Sport ขุมพลังไฟฟ้าล้วน มาพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 355 กิโลวัตต์ / 455 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 5.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง
M760e xDrive ระบบปลั๊กอินไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง BMW TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Sport กำลังรวมสูงสุด 450 กิโลวัตต์ / 612 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 22.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นระยะทาง 69-80 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ช่วงล่าง Adaptive M Chassis Control Professional เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะรุ่น
740d xDrive M Sport เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ BMW TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 48 โวลต์ ในระบบ Mild Hybrid เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Sport กำลังรวมสูงสุด 230 กิโลวัตต์ / 313 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 670 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom