"สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น" เร่งจี้รัฐชัดเจน "แผนสินภูฮ่อม" ก่อนปี 2570 ห่วงต้นทุนพลังงานกระทบปากท้อง
นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น เสนอรัฐบาลเร่งวางแผนผลิตก๊าซสินภูฮ่อมให้ต่อเนื่อง ยกบทเรียนราคาพลังงานและค่าขนส่งผันผวน กระทบผู้ประกอบการ 3,000–4,000 ล้านบาท ห่วงความไม่แน่นอนเพิ่มต้นทุนโรงงาน กระทบราคาสินค้าและความเชื่อมั่นลงทุนในอีสาน
ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมต้องการให้รัฐบาลกำหนดแนวทางรองรับการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งสินภูฮ่อมภายหลังสิ้นสุดสัมปทานให้ชัดเจนก่อนปี 2570 เพื่อให้สามารถเตรียมการลงทุน บำรุงรักษาระบบ และจัดหาเชื้อเพลิงได้อย่างต่อเนื่อง โดยความกังวลของผู้ประกอบการอยู่ที่ความมั่นคงของพลังงานและต้นทุนในระยะยาว เพราะไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญทั้งต่อโรงงาน ธุรกิจบริการ และครัวเรือน หากการจัดหาเชื้อเพลิงขาดความต่อเนื่องจนต้องใช้พลังงานจากแหล่งอื่นที่มีต้นทุนสูงขึ้น อาจเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการและส่งผลต่อราคาสินค้าในที่สุด
นายภพพล กล่าวว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขอนแก่นและภาคอีสานได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยข้อมูลที่รวบรวมจากสมาชิกสภาอุตสาหกรรม โรงงาน และผู้ประกอบการ พบมูลค่าผลกระทบประมาณ 3,000–4,000 ล้านบาท ครอบคลุมต้นทุนวัตถุดิบ การขนส่ง และการส่งออก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือยางมะตอยและเม็ดพลาสติก ทำให้ผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนได้ยาก โดยเฉพาะงานที่ต้องเสนอราคาล่วงหน้า เมื่อไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นเมื่อใดและมากน้อยเพียงใด การดำเนินธุรกิจก็สะดุดตามไปด้วย
บทเรียนดังกล่าวทำให้ภาคเอกชนเห็นความสำคัญของการเตรียมแผนพลังงานล่วงหน้า ควบคู่กับการพัฒนาระบบขนส่งที่ช่วยลดต้นทุน เช่น การขนส่งทางรางและท่าเรือบก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการในพื้นที่
สำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น มีท่อส่งก๊าซระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตรเชื่อมไปยังสถานีผลิตก๊าซ ก่อนส่งก๊าซส่วนใหญ่ให้โรงไฟฟ้าน้ำพองใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า โดยแหล่งดังกล่าวผลิตก๊าซประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยประมาณ 95% ส่งให้โรงไฟฟ้าน้ำพอง และประมาณ 5% ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์หรือ NGV ขณะที่โรงไฟฟ้าน้ำพองมีกำลังผลิตตามสัญญา 650 เมกะวัตต์ จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมทรัพยากรในพื้นที่กับการผลิตไฟฟ้าของภูมิภาค
แหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม มีพื้นที่สัมปทานสองแปลงที่ใกล้หมดอายุ ได้แก่ สัมปทานแปลง EU1 จะสิ้นสุดวันที่ 2 มิถุนายน 2572 และแปลง E5N จะสิ้นสุดวันที่ 15 มีนาคม 2574 ภาคอุตสาหกรรมต้องการให้รัฐกำหนดแนวทางรองรับล่วงหน้า เพื่อให้การผลิตก๊าซที่ส่งให้โรงไฟฟ้าน้ำพองดำเนินต่อเนื่อง เพราะการลงทุนและพัฒนาแหล่งก๊าซต้องใช้เวลา
ทั้งนี้ สภาฯ อยากให้รัฐบาลต้องตัดสินใจก่อนปี 2570 เพราะถ้าไม่ตัดสินใจ ทุกอย่างขยับไม่ได้ ความชัดเจนเรื่องระยะเวลาที่สามารถดำเนินการต่อได้มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการ หากเหลือเวลาผลิตอีกเพียงช่วงสั้น ๆ อาจไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนเพิ่มเติม แต่หากมีแนวทางรองรับการผลิตระยะยาว ก็จะช่วยให้วางแผนบำรุงรักษา สำรวจ และพัฒนาแหล่งก๊าซได้ต่อเนื่อง จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาว่าจะให้ผู้ดำเนินการเดิมทำต่อภายใต้แนวทางที่กฎหมายอนุญาต หรือจัดกระบวนการคัดเลือกผู้ดำเนินการล่วงหน้า พร้อมเตรียมแผนส่งต่อการดำเนินงาน เพื่อป้องกันการจัดหาเชื้อเพลิงสะดุดในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่กังวลว่า จะได้รับผลกระทบหากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ได้แก่ โรงงานน้ำตาล แหอวน โรงสีขนาดใหญ่ อาหารสัตว์ และการแปรรูปมันสำปะหลัง ซึ่งมีความสำคัญต่อการรับซื้อผลผลิตและการจ้างงานในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ภาระต้นทุนไฟฟ้าของแต่ละโรงงานแตกต่างกันตามประเภทการผลิตและรูปแบบการใช้พลังงาน นอกจากโรงงานแล้ว การเติบโตของเมืองขอนแก่น ทั้งศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย ธุรกิจบริการ และกิจกรรมประชุมสัมมนา ต่างต้องอาศัยไฟฟ้าและสาธารณูปโภคที่เพียงพอ นายภพพลจึงมองว่าความชัดเจนด้านพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุนตัดสินใจทำธุรกิจในระยะยาว
ด้านพลังงานหมุนเวียน ภาคอุตสาหกรรมสนับสนุนให้พัฒนาควบคู่กัน โดยบางโรงงานนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตพลังงาน เช่น แกลบและวัสดุจากอ้อย แต่เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านต้องวางแผนให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าและความต่อเนื่องของการผลิต
ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ได้เสนอประเด็นดังกล่าวผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดขอนแก่นแล้ว พร้อมมีแผนเสนอถึงสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการวางแผนในระดับประเทศ
อย่างไรก็ตาม การเตรียมแผนล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นทิศทางต้นทุนและตัดสินใจลงทุนได้มั่นใจขึ้น พร้อมเสนอให้การดำเนินโครงการในอนาคตเพิ่มประโยชน์แก่ประชาชนในขอนแก่นและอุดรธานี ทั้งด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่.