คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพิษณุโลก · เปลี่ยน

‘สุภาภรณ์’ แฉรัฐคุกคาม ‘บุกถึงบ้าน’ สกัดม็อบวันประชุม IMF ชี้คล้ายช่วง APEC ยันจะเดินทางไปส่งเสียง

ที่มา: มติชน

‘สุภาภรณ์’ แฉรัฐคุกคาม ‘บุกถึงที่บ้าน’ สกัดภาคปชช. จัดม็อบวันประชุม IMF ชี้พฤติกรรมคล้ายช่วง APEC – ยัน จะเดินทางไปส่งเสียงที่หน้าศูนย์สิริกิติ์ฯ ด้าน ฐปณีย์ เห็นสัญญาณตั้งแต่ยังไม่เริ่ม หลังถูกถาม ‘ม็อบชุมนุมที่ไหน ?’

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม เวลา 10.30 น. ที่ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและ IMF จัดเวทีเสวนา ‘ใครสั่ง ใครเจ็บ ใครรับผิดชอบ? จากความรุนแรงของตำรวจบนท้องถนน สู่หลักนิติธรรมและการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมของประชาชน’

โดยในตอนหนึ่ง น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย หรือ แยม ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters กล่าวถึงเหตุผลของการชวนคุยในวันนี้ เนื่องจากกำลังจะมีการจัด การประชุมประจำปีธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“ทีนี้ มันมีสัญญาณบางอย่าง ว่าการประชุมยังไม่เริ่ม แต่มีการติดตามสอบถาม เหมือยอย่างแยม ก็โดนสอบถามเหมือนกันว่า ม็อบจะชุมนุมที่ไหนแยมรู้ไหม? มาถามข่าว คือเหตุผลที่ทำไมเราต้องมาคุยกันวันนี้” น.ส.ฐปณีย์เผย

ในตอนหนึ่ง นางสุภาภรณ์ มาลัยลอย ตัวแทนเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ (IMF) กล่าวถึง ประเด็นสิทธิของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ โดยระบุว่า จากปรากฏการณ์สลายการชุมนุมทั้ง 3 เหตุการณ์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แทนที่จะเป็นกฎหมายที่สนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่พฤติการณ์และกลไกของเจ้าหน้าที่ กลับถูกรัฐนำมาใช้เป็นเครื่องมือกำกับและควบคุมการใช้เสรีภาพของประชาชน

สุภาภรณ์ ได้เปิดเผยถึงพฤติการณ์การคุกคามของเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงก่อนการประชุมประจำปีธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่า เครือข่ายฯ ทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบถูกคุกคามอย่างหนักและต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยไล่เรียงไทม์ไลน์ ได้ดังนี้

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ชาย 2 คน ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นตำรวจสันติบาล บุกไปที่บ้านนักปกป้องสิทธิฯ จ.เชียงราย สอบถามว่าจะไปร่วมกิจกรรมที่กรุงเทพฯ หรือไม่

22 กันยายน 2569 มีชาย 2 คนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ไปตามหานักปกป้องสิทธิฯ ที่ จ.เชียงใหม่ ตามที่อยู่ทะเบียนราษฎร เมื่อไม่พบตัวได้สอบถามญาติว่าจะเดินทางไปกรุงเทพฯ กี่คน

2 ตุลาคม 2569 (วันเปิดตัวเครือข่ายฯ) มีตำรวจท่องเที่ยวในเครื่องแบบพยายามขอเข้าพื้นที่จัดงาน และซักถามว่าจะมีชาวต่างชาติร่วมชุมนุมหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีตำรวจสืบสวนจากนครบาลแฝงตัวมาลงทะเบียนเข้างานเพื่อประเมินผู้เข้าร่วม

6 ตุลาคม 2569 มีเพจเฟซบุ๊กแห่งหนึ่งปล่อยข่าวโจมตีเครือข่ายฯ ในพื้นที่ปาตานี เชื่อมโยงเรื่องความมั่นคงและอ้างว่ามีต่างชาติหนุนหลัง ซึ่งไม่เป็นความจริง และในวันเดียวกันที่ จ.หนองบัวลำภู มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไปพบผู้ใหญ่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลการเดินทางของกลุ่มผู้ชุมนุม

7 ตุลาคม 2569 ตำรวจในพื้นที่ จ.ขอนแก่น บุกคุกคามถึงบ้านนักกิจกรรม เมื่อไม่พบตัวได้สอบถามและข่มขู่มารดาว่า “เป็นแม่ทำไมไม่รู้ที่ทำงานของลูก”

8 ตุลาคม 2569 ชายฉกรรจ์ 6 คน บุกไปหาผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ ที่ จ.หนองบัวลำภู ถึงที่ทำงาน เพื่อซักถามเรื่องการเข้าร่วมประชุม IMF และพยายามขอเบอร์โทรศัพท์ จนสร้างความหวาดกลัว

“พฤติกรรมเหล่านี้คล้ายคลึงกับช่วงการประชุม APEC เมื่อมีการประชุมระดับโลก รัฐมักอ้างเรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และภาพลักษณ์ของประเทศ คำถามคือ นี่คือความมั่นคงของใครเรียบร้อยเพื่อให้การจัดประชุมราบรื่นบนผลประโยชน์ของกลุ่มใด

เราในฐานะผู้ได้รับผลกระทบคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญ แต่เสียงของเราในเวทีที่รัฐจัดกติกาให้ กลับไม่มีความหมาย เป็นเพียงข้ออ้างว่ามีภาคประชาชนเข้าร่วมเท่านั้น” นางสุภาภรณ์ กล่าว

นางสุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า บทเรียนในอดีตจากการที่ธนาคารโลกและ IMF เข้ามามีบทบาทในไทย ทั้งกรณีเขื่อนปากมูล กลุ่มผู้หญิงบริการ หรือการลดทอนสวัสดิการคนจนเมือง ล้วนสร้างผลกระทบที่ชาวบ้านไม่เคยได้รับการเยียวยา เครือข่ายฯ ซึ่งประกอบด้วย 26 กลุ่ม จึงรวมตัวกันเพื่อส่งเสียงถึงผลกระทบเหล่านี้

“เราขอยืนยันว่าการชุมนุมสาธารณะคือ ‘การแจ้ง’ ไม่ใช่ ‘การขออนุญาต’ ทุกครั้งเราแจ้งการชุมนุมตามกติกาเพื่อให้รัฐอำนวยความสะดวก แต่กลับกลายเป็นว่ารัฐใช้เป็นเครื่องมือคุกคาม เราจึงเลือกที่จะใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและหลักสากล

“โดยในวันที่ 12-18 ตุลาคมนี้ เครือข่ายฯ จะเดินทางไปส่งเสียงที่หน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้เสียงของผู้ที่ได้รับผลกระทบดังไปถึงโต๊ะเจรจาและสาธารณชน” นางสุภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ความคิดเห็น