สภาเกษตรกรแถลงการณ์ คัดค้านพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช หากไม่ฟังพร้อมบุกทำเนียบรัฐบาล สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติทั่วประเทศ คัดค้าน พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชไปก่อน เพราะเกษตรกรไทยยังไม่มีความพร้อม ต้องเร่งศึกษา UPOV ต้องเร่งศึกษารายละเอียด หากไม่รับฟังความคิดเห็น เกษตรกรทั่วประเทศพร้อมที่จะบุกไปทำเนียบรัฐบาลแน่นอน เมื่อวันที่ 24 กันยายน 69 โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ แกรนด์ อำเภอเมืองพิษณุโลก มีการประชุมสมาชิกสภาเกษตรกรทั่วประเทศ โดยมีนายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ ประธานสภาเกษตรจังหวัดพิษณุโลก รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ(คนที่ 1) ในการประชุมสภาสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2569 โดยมีสมาชิกจากทั่วประเทศร่วมประชุมหารือหัวข้อต่างๆที่ ประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร โดยเฉพาะกรณีรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุถึงการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 และอนุสัญญา UPOV 1991 แพร่สะพัดข่าวลือว่า ต่อไปเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกเองจะผิดกฎหมาย สร้างความไม่เข้าใจ และมีความตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ให้กับประชาชน เกษตรกรทั่วไป ถึงแม้ว่าปัจจุบันกฎหมายดังกล่าว ยังไม่ได้มีการแก้ไขก็ตาม เพียงแค่คิดจะปรับปรุง ศึกษา พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งทำให้สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้รับผลกระทบเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งสัญญานเตือนภัย เพราะประชาคมโลกกำลังรุกคืบกระทบเกษตรกรไทย นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติพร้อมสมาชิกสภาเกษตร ได้ออดกแถลงการณ์ร่วมกับสมาชิกสภาเกษตรกร ประกาศในที่ประชุมว่า ขอให้รัฐบาลชะลอเรื่อง UPOV ออกไปก่อน มิฉะนั้นจะพร้อมไปที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้เสียงสะท้อนจากพี่น้อง 77 จังหวัด เป็นเรื่องที่เร่งด่วน ไม่สมควรที่จะมาแก้ไข หรือ นำไปใช้ ให้รัฐบาลไปดูแลเรื่องอื่นก่อน ยืนยันให้ ชะลอออกไปก่อน โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ทำให้กระจ่างเร็วที่สุด โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า UPOV เป็นเรื่องการรับรองทรัพย์สินทางปัญญาของพันธุ์พืช ซึ่งโลกที่พัฒนาแล้ว ได้ผสมพันธุ์พืชใหม่ๆขึ้นมา แต่โลกที่ยังไม่พัฒนา อย่างประเทศไทย ไม่รู้เรื่อง เอาพืชชนิดใดมาก็นำมาปลูก แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว กลัวว่า ประเทศด้อยพัฒนาจะเอาพืชที่คิดค้นวิจัยมาปลูก โดยไม่แบ่งส่วนแบ่งให้ค่าวิชาการคิดค้น จึงนำมาสู่การบังคับใช้ ตามอนุสัญญา ยูปอฟ UPOV (ภาษาฝรั่งเศส) คุ้มครองทรัพยสินปัญญาวิจัยพันธุ์พืช โดยจะบังคับให้ ยูเอ็น สหประชาชาติรับรองและให้บังคับให้ประเทศรับรอง คือ ใครเอา พืชพันธุ์ที่ขายทั่วโลก อาทิ ถั่วเหลือง ข้าว ข้าวโพด ประเทศใด นำไปปลูกขาย จะต้องจ่ายเงินให้กับประเทศที่คิดค้น โดยทั่วโลกและประเทศไทย จะต้องออกกฎหมาย คุ้มครองประโยชน์ประเทศที่พัฒนาแล้ว ปัญหาคือ คนไทยและวิชาการเกษตร ไม่รู้เรื่อง หรือเพิ่งศึกษา เพียงแต่ ณ วันนี้ ประเทศไทยยังไม่เซ็นรับรอง เพราะมีคนต้าน และมีสื่อมวลชนประโคมข่าว เพื่อไม่ให้รัฐบาลเสียท่า ไปรับข้อเสนอประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว เนื่องจากเกษตรกรไทย ไม่พร้อมและจะเสียประโยชน์มากกว่าได้ ส่วนการเก็บเมล็ดพันธุ์ของโลกที่พัฒนาแล้ว ไว้ปลูกต่อนั้นผิดกฎหมายแน่ หากนำไปขาย กระทั่งถูกฟ้องร้องถูกตรวจสอบด้วย ดีเอ็นเอ แต่เกษตรกรไทยยังสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวของไทยที่กรมวิชาการเกษตรคิดค้นไว้ปลูกและจำหน่ายผลผลิตข้าวตามปกติ UPOV หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชฯ ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ไทยยังไม่รับข้อผูกพันต่างๆจากโลกที่เจริญแล้ว