คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพิษณุโลก · เปลี่ยน

เกษตรกรหญิงพิษณุโลกทำฟาร์มผักปลอดภัย ดัน “ผำ” พืชไทยโปรตีน ...

ที่มา: phitsanulokhotnews

พิษณุโลก  ฟาร์มเกษตรของหญิงชาวพิษณุโลก จากจุดเริ่มต้นสวนมะนาวเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ผ่านสารพัดวิกฤตและการปรับตัว จนวันนี้หันมาพัฒนาผักปลอดภัยและ “ผำ” พืชพื้นถิ่นที่มีโปรตีนสูง นำมาแปรรูปเป็นผงและต่อยอดเป็นขนมไทย หวังสร้างทางเลือกให้คนรักสุขภาพ พร้อมเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากฟาร์ม

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวพาไปรู้จักกับเกษตรกรหญิงพิษณุโลก เจ้าของ I ORGANIC FARM ตั้งอยู่ที่ 134 หมู่ 9 ต.นครป่าหมาก อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ฟาร์มเกษตรที่สะท้อนภาพการทำเกษตรยุคใหม่ที่ต้องรู้จักปรับตัวตามสถานการณ์ บนพื้นที่ของฟาร์มทั้งหมดประมาณ 23 ไร่ โดยมีพื้นที่โรงเรือนเดิมประมาณ 8 ไร่ ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนจากการใช้ทำธุรกิจพืชสมุนไพรมาเป็นพื้นที่สำหรับผลิตผักและพืชเพื่อสุขภาพ

จากจุดเริ่มต้นของ “สวนมะนาว” เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ก่อนผ่านการทดลองปลูกพืชหลากหลายชนิด รวมถึงพืชสมุนไพรควบคุม จนท้ายที่สุดหันกลับมาสู่แนวทางการผลิตอาหารปลอดภัย และพัฒนา “ผำ” พืชพื้นถิ่นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม

น.ส.จินตนา หึกขุนทด อายุ 43 ปี เจ้าของ I ORGANIC FARM เล่าว่า จุดเริ่มต้นของฟาร์มเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 หลังตัดสินใจกลับมาอยู่พิษณุโลกบ้านเกิดเพื่อดูแลครอบครัวและเลี้ยงลูก โดยในช่วงนั้นธุรกิจมะนาวกำลังได้รับความนิยม จึงเริ่มต้นทำเกษตรด้วยการปลูกมะนาว ก่อนจะพบว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีปัญหาหลายด้าน ทั้งเรื่องแมลงและการดูแลรักษา ขณะที่ต้องดูแลบุตรไปพร้อมกัน จึงเริ่มคิดเปลี่ยนแนวทาง

จากนั้นจึงศึกษาการทำเกษตรแบบผสมผสาน ลดการใช้สารเคมี และทดลองปลูกพืชหลายชนิด ทั้งผักสวนครัว กล้วย มะเดื่อฝรั่ง มัลเบอร์รี่ รวมถึงผักสลัด ก่อนจะศึกษาแนวทางเกษตรอินทรีย์และเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมัก การลดขยะ และการปลูกพืชผัก

เส้นทางการทำเกษตรไม่ได้ราบรื่น โดยฟาร์มต้องผ่านหลากหลายปัญหา การเปลี่ยนแปลงของตลาด และการปรับเปลี่ยนแนวทางธุรกิจหลายครั้ง รวมถึงช่วงที่หันไปทำธุรกิจพืชสมุนไพรควบคุม แต่เมื่อสถานการณ์และกฎหมายเปลี่ยนแปลง จึงต้องกลับมาทบทวนและนำความรู้ด้านการปลูกผักที่มีอยู่มาพัฒนาต่อ

กระทั่งปี 2567 ได้เริ่มต้นฟาร์มแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ “I ORGANIC FARM” โดยนำพื้นที่และโรงเรือนเดิมมาปรับใช้สำหรับปลูกพืชผัก ทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกลงดิน พร้อมมุ่งเน้นการผลิตที่ปลอดภัย และเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน GAP

ช่วงแรกทดลองปลูกผักสลัด แต่ต้องเผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งสภาพอากาศร้อน ระบบน้ำ รากเน่า และความต้องการของตลาด จึงมีการปรับระบบการผลิตและนำทีมงานไปอบรมเพิ่มเติม ก่อนพัฒนาคุณภาพผลผลิตจนสามารถผลิตผักสลัดที่มีความกรอบและรสชาติดีขึ้น

นอกจากนี้ยังทดลองปลูก “เคล” และนำมาแปรรูปเป็นผงเคล หลังพบว่าการจำหน่ายผลผลิตสดมีข้อจำกัด จึงนำมาเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป ทำให้สามารถเก็บรักษาและนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลาย และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี และอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความสนใจคือ “ผำ” หรือพืชน้ำขนาดเล็กที่คนไทยคุ้นเคย โดยฟาร์มเริ่มทดลองปลูกจากระบบเปิด ก่อนพัฒนาเข้าสู่โรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม

น.ส.จินตนา กล่าวต่อว่า ผำเป็นพืชที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีโปรตีนและกรดอะมิโนที่น่าสนใจ แต่การปลูกต้องควบคุมปัจจัยแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องแสงและอุณหภูมิ เนื่องจากผำไม่ชอบอากาศร้อนจัด จึงนำโรงเรือนเดิมที่ไม่ได้ใช้งานมาปรับเป็นพื้นที่ปลูกผำ และพบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับระบบเดิม

นอกจากนี้ ฟาร์มยังให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ โดยใช้น้ำ RO ที่ผลิตภายในฟาร์มสำหรับดูแลผำและพืชผักต่างๆ ขณะที่กระบวนการผลิตทั้งหมดมุ่งเน้นความสะอาดและความปลอดภัย พร้อมดำเนินการตามมาตรฐาน GAP

จากเดิมที่จำหน่ายผำสด ฟาร์มยังนำผำมาแปรรูปเป็นผง และทดลองพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการนำไปเป็นส่วนผสมในขนมไทย ซึ่งเป็นการสร้างจุดแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันมีการพัฒนาเมนู อาทิ ลอดช่องผำ บัวลอยผำ ขนมเปียกปูน และทองม้วนสดผำ โดยนำผงผำมาใช้แทนส่วนหนึ่งของวัตถุดิบที่ให้สีเขียว พร้อมเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับเมนูขนมไทย ซึ่งตนเองมองว่า กลุ่มลูกค้าหลักคือคนรักสุขภาพ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเพิ่มผักในมื้ออาหาร รวมถึงเด็กที่ไม่ชอบรับประทานผัก เพราะสามารถนำผงผำไปประยุกต์กับเมนูต่างๆ ได้ง่าย

นอกจากผำแล้ว ภายในฟาร์มยังมีการปลูกผักเคล ผักสลัด ขึ้นฉ่าย ต้นอ่อนทานตะวัน รวมถึงผักไทยหลายชนิด โดยแบ่งพื้นที่ปลูกทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และปลูกลงดิน ซึ่งฟาร์มระบุว่าเน้นการผลิตแบบปลอดสารเคมี

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ I ORGANIC FARM มีทั้งผักสด ผำสด ผงผำ ผงเคล และผงผักรวม โดยผำสดจำหน่ายกิโลกรัมละ 220 บาท ส่วนผงผำขนาดอบแห้งในบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานขนาด 80 กรัม ราคา 399 บาท ขณะที่ผงเคลและผงผักรวม ราคา 289 บาท โดยผงผักรวมประกอบด้วยเคล ขึ้นฉ่าย และต้นอ่อนทานตะวัน ซึ่งมีจุดเด่นด้านใยอาหาร สำหรับผักปลอดสารประเภทต่างๆ ราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 90 บาท ทั้งนี้ราคาสินค้าอาจแตกต่างกันตามชนิดและขนาดบรรจุ

น.ส.จินตนา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคใน จ.พิษณุโลก หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และไม่ได้มองเพียงเรื่องราคา แต่ยังให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการปลูก การดูแล ไปจนถึงความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งเราไม่ได้มองแค่การปลูกแล้วขายสดอย่างเดียว แต่พยายามคิดต่อว่าผลผลิตของเราจะนำไปทำอะไรได้อีกบ้าง เพราะถ้าเราสามารถแปรรูปได้ ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าและทำให้ผลผลิตของเราไปได้ไกลขึ้น ตนมองว่า การทำเกษตรในปัจจุบันต้องพร้อมเรียนรู้และปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เพราะตลาดและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาหาวิธีแก้ และไม่หยุดทดลองสิ่งใหม่

สำหรับเมนูผำที่ผู้บริโภคสามารถนำไปประกอบอาหารได้ง่าย มีทั้ง “คั่วผำ” “แกงผำ” รวมถึงการนำผำไปผสมในไข่เจียวหมูสับ โดยทางฟาร์มได้มีการสาธิตเมนูแกงผำ ซึ่งนอกจากจะรับประทานง่ายแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งเมนูที่นำวัตถุดิบพื้นถิ่นมาต่อยอดให้เข้ากับกระแสการดูแลสุขภาพ

ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ทาง Facebook : I ORGANIC FARM หรือ Line ID @iorganicfarm รวมถึง Shopee “ไอออร์แกนิคฟาร์ม” โดยในเขตตัวเมืองพิษณุโลกมีรอบจัดส่งทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี โทร. 063-531-9245 และ 099-134-9245

จากสวนมะนาวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจอยากให้ลูกเติบโตใกล้ชิดธรรมชาติ วันนี้ “I ORGANIC FARM” กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ของครอบครัวที่ผ่านการลองผิดลองถูกมานานกว่าทศวรรษ และกำลังเดินหน้าสู่การเป็นฟาร์มที่ไม่ได้เพียงผลิตอาหารปลอดภัย แต่ยังนำผลผลิตมาแปรรูป เพิ่มมูลค่า และสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค

////////////////////////

ความคิดเห็น