ชลประทานพิษณุโลกผลักดันพัฒนาลุ่มต่ำแม่น้ำยมฝั่งขวา ชู 3 แนวทางแก้ปัญหาบางระกำ
ชลประทานพิษณุโลกเสนอเร่งคลองชักน้ำฝั่งขวา ผลักดันเขตชลประทาน และวางแนวทางบริหารทุ่งรับน้ำ–เยียวยาเกษตรกรในแผนแม่บทลุ่มน้ำยม
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 กันยายน 2569 ดร.ชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก มอบหมายให้ นางสาวกานต์พิชชา เพ็ชรบึงพร้าว หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ร่วมเวที "การประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำยม ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 - 2580) " โครงการชลประทานพิษณุโลกได้เน้นย้ำและผลักดันวาระสำคัญในเรื่อง "การพัฒนาพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำยมฝั่งขวา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก" เพื่อให้ได้รับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม ด้านข้อมูลและสะท้อนประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในที่ประชุม 3 ด้านหลัก ดังนี้
1. เสนอเร่งรัด “โครงการคลองชักน้ำฝั่งขวาแม่น้ำยม”เสนอให้บรรจุโครงการระบบส่งน้ำและระบายน้ำฝั่งขวาอย่างเป็นระบบ (เช่น คลองสุชน-คลองตะโม่-แก้มลิง) เข้าเป็นโครงการเร่งด่วนในมาตรการลด/บรรเทาผลกระทบ (Mitigation) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำและตัดยอดน้ำหลากไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนนอกเขตชลประทานที่ต้องแบกรับปริมาณน้ำเป็นเวลานานกว่าปกติ 2. ผลักดันการประกาศ “เขตชลประทานฝั่งขวาแม่น้ำยม” ปัจจุบันพื้นที่เกษตรกรรมใน อ.บางระกำ มีมากกว่า 300,000 ไร่ แต่ได้รับการพัฒนาเป็นเขตชลประทานภายใต้ "โครงการส่งน้ำบำรุงรักษายมน่าน" พื้นที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำยมเพียงประมาณ 50,000 ไร่เท่านั้น ชลประทานพิษณุโลกจึงเสนอให้ใช้กระบวนการ SEA นี้ ขับเคลื่อนนโยบายยกระดับพื้นที่ฝั่งขวาให้เป็นเขตชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการปรับปฏิทินเพาะปลูกได้เช่นเดียวกับพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล
3. สะท้อนข้อจำกัดด้าน “การบริหารจัดการทุ่งรับน้ำและการเยียวยาที่เป็นธรรม”สะท้อนเสียงของราษฎรในพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งขวา ซึ่งถือเป็นพื้นที่รับภาระภัยพิบัติน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเสนอให้แผนแม่บทฯ กำหนดมาตรการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง (Avoidance) และมีเกณฑ์ความรับผิดชอบชดเชยเยียวยาความเสียหายแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม และการร่วมให้ข้อมูลเชิงพื้นที่ในครั้งนี้ โครงการชลประทานพิษณุโลกมุ่งหวังให้คณะผู้ศึกษาของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำประเด็นลุ่มน้ำยมฝั่งขวาไปบูรณาการลงในรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างธรรมาภิบาลและความยั่งยืนให้กับวิถีชีวิตของชาวบางระกำอย่างแท้จริง.