‘พนัส’ นั่งรถเข็นใช้สิทธิเลือกตั้ง มั่นใจ ‘ทีมเรามาแน่’ ชี้ไม่ได้สู้กับลูกจ้าง แต่กำลังสู้กับพรรคการเมือง หวั่นใช้ประกันสังคมเป็นเครื่องมือ
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่โรงเรียนสมุทรปราการ นายพนัส ไทยล้วน นายจ้างนั่งรถเข็นมาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เท่าที่ได้รับรายงานมา การเลือกตั้งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่จะแพ้หรือชนะก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเท่าที่เดินมาเราก็ไม่รู้จักเขา ทั้งนี้สิ่งที่เรารู้จักมีอยู่ 2 อย่างคือ เรารู้จักผู้นำกรรมการแต่ไม่รู้จักสมาชิกของเขาที่มีอยู่กว่าเป็นพันคน อย่างไรก็ตามเท่าที่ได้รับรายงานมาน้องๆ เขาก็ช่วยกันเต็มที่ ส่วนจะแพ้หรือชนะไม่เป็นไร เราขับเคลื่อนกันมา 2 เดือน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่เหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเจตนาชัดเจนว่าจะเอากองทุนไปชัดๆ
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามในการสื่อสารว่าเป็นเด็กอมมือ ดังนั้นวันนี้คิดว่าจะล้มเด็กอมมือได้หรือไม่ นายพนัส กล่าวว่า เด็กอมมือจะมีความหมายอะไร มันต้องมองข้างหลังเด็กอมมือ เพราะเป็นลูกน้องของพรรคการเมือง ถ้าจะล้มเด็กอมมือลำพังตัวต่อตัวกับตน ถ้าได้สัก 100 คะแนนก็ถือว่าเจ๋งแล้ว แต่นี่อาศัยศักดิ์ศรีของพรรคการเมือง เป็นลูกจ้างจะไปด่านายจ้างเขาได้อย่างไร ซึ่งเท่าที่มีการพูดคุยกับตนถือว่าโกรธมาก เพราะถือว่าไปก้าวร้าวต่อเขา
”ทุกคนก็รู้อยู่ว่าเอานายจ้างกับลูกจ้างมาอย่างละ 2 แล้วเมื่อได้ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 7 คน อนุกรรมการอีก 60 คน แบบนี้เท่ากับมัดตราสังข์ประกันสังคมแล้ว ตายสนิท เพราะทั้งหมดมี 87 คน และมีรัฐบาลอยู่ 7 คน แบบนี้เรียกว่าตายหรือไม่ แล้วจะไปสู้ได้อย่างไร” นายพนัส กล่าว
นายพนัส กล่าวต่อว่า ทุกคนเวลาไปลงคะแนนก็มั่นใจว่า ‘ทีมเรามาแน่’ แต่จะมามากมาน้อยไม่เป็นไร แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเราผ่านการเลือกตั้งมาตั้ง 40-50 ครั้งแล้ว มีทั้งแพ้มีทั้งชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่เจ็บใจอย่างเดียวเราไม่ได้สู้กับลูกจ้าง แต่ตอนนี้เรากำลังสู้กับพรรคการเมือง นี่คือความแสบ แล้วพรรคการเมืองอื่นก็จะมองเป็นตัวอย่างว่าสามารถนำตรงนี้มาเป็นเครื่องมือได้ วันไหนที่พรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมด้วย ถามว่าประกันสังคมจะพังหรือไม่ ถ้าพรรคเพื่อไทยก็มา พรรคภูมิใจไทยก็มา บอกให้อบจ. ส่งลูกน้องมาลงหมดแบบนี้ไม่ชิบหายไปทั้งประเทศหรือ เท่ากับว่าเขาทำได้คนเดียวหรือคนอื่นทำไม่ได้หรือ ดังนั้นตนอยากให้เป็นผู้แทนฝั่งนายจ้างจริงๆ
เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงผู้ประกันตนหรือนายจ้างที่กำลังจะออกมาใช้สิทธิก่อนปิดหีบในวันนี้หรือไม่ นายพนัส กล่าวว่า นายจ้างเราคุยกันหลายครั้งหลายรอบแล้ว บอกว่าเรื่องนี้ยอมไม่ได้เพราะเป็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นนายจ้าง แล้วคนที่มาพูดว่าจะพบนายจ้างก็มี ทั้งๆ ที่ตัวเขาเป็นลูกจ้าง ซึ่งออกมาพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ดังนั้นตนยืนยันว่าอยากให้นายจ้างลูกจ้างยึด 3 ขาเหมือนเดิม ซึ่งมีการยึดโยงกันอยู่ จะทำอะไรก็ต้องมีการหารือและยินยอมพร้อมใจกัน แต่ถ้าเอามาผูกรวมกันเอาไว้แบบนี้ มันจะเป็นอย่างไร เพราะจริงๆ ประกันสังคมทำอะไรไม่ได้เพราะติดมาตรา 9 ดังนั้นที่เข้าไปจะไปทำอย่างเดียวคือดูเรื่องเงิน เรื่องสิทธิประโยชน์รักษาพยาบาล ซึ่งบางกลุ่มมีการพูดถึงหรือไม่
“ดังนั้นอยากฝากถึงลูกจ้างตัวจริงว่าขอให้รักกันไว้ มีแต่ลูกจ้างตัวจริงเท่านั้นที่สามารถรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานของเราเอาไว้ได้ ประกันสังคมเป็นเพียงการบรรเทาทุกข์ แต่อย่าให้มีการเอาเงินประกันสังคมที่เราต้องเสียเงินเข้าไปตลอดไปอยู่ในมือของพรรคการเมือง อยู่ในมือหัวหน้าพรรคการเมืองบางคน ที่พยายามจ้องจะเขมือบกองทุนแสนล้านนี้ ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่เคยมี แต่มันมีมาแล้ว เสนอนโยบายอะไรก็ตามแต่ จะเอาเงินประกันสังคมไปรวมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทองเราก็ค้านเต็มที่” นายพนัส กล่าว