“สส.อังสณา” จับมือ “เต้อาชีวะ–ไทยไม่ทน” บุกกระทรวงแรงงาน ยื่นหนังสือเบรก ILO 87–98 หวั่นกระทบความมั่นคง จี้กวาดล้างแรงงานเถื่อน–ขบวนการส่วย
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่กระทรวงแรงงาน สส.อังสณา เนียมวณิชกุล รองเลขาธิการพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย “เต้อาชีวะ” และตัวแทนกลุ่มไทยไม่ทน ร่วมกันยื่นหนังสือและเข้าหารือกับผู้แทนกระทรวงแรงงาน เพื่อเสนอให้รัฐบาลทบทวนความพร้อมของประเทศไทยในการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 รวมถึงเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ และผลกระทบต่อสิทธิของแรงงานไทย
สส.อังสณา เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและภาคประชาชนที่มีเป้าหมายร่วมกันในการแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะขบวนการที่มีการกล่าวอ้างว่าจ่ายผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่บางราย เพื่อแลกกับการปล่อยให้ผู้กระทำผิดกลับมาประกอบกิจการได้อีก แม้เคยถูกตรวจสอบหรือดำเนินการไปแล้วก็ตาม
“ที่ผ่านมาเราเห็นปัญหาว่า เมื่อเข้าไปตรวจสอบหรือจับกุมแล้ว สุดท้ายบางพื้นที่กลับมาเปิดดำเนินการใหม่ มีข้อสงสัยเรื่องการจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ ทำให้การแก้ปัญหาไม่เกิดผลจริง หากไม่จัดการขบวนการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง ปัญหาก็จะวนกลับมาเหมือนเดิม” สส.อังสณา กล่าว
สส.อังสณา ย้ำว่า พรรคเศรษฐกิจไม่ได้คัดค้านสิทธิการรวมตัวหรือการจัดตั้งสหภาพแรงงานโดยหลักการ แต่การพิจารณาให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 จะต้องศึกษาข้อกฎหมายและผลกระทบให้รอบด้าน โดยคำนึงถึงบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศไทยเป็นสำคัญ
เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังเผชิญปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง การประกอบอาชีพที่อาจกระทบโอกาสของแรงงานไทย ตลอดจนเครือข่ายนายหน้าและกลุ่มทุนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำแรงงานเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย หากรัฐบาลเร่งดำเนินการโดยไม่เตรียมความพร้อม อาจทำให้ปัญหาที่มีอยู่เดิมซับซ้อนยิ่งขึ้น
“แรงงานไทยของเราเองยังมีปัญหา ยังไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอ ยังมีปัญหาการแย่งอาชีพคนไทย มีขบวนการทุจริตและทุนเทาที่เกี่ยวข้องกับแรงงานผิดกฎหมาย เรื่องเหล่านี้ยังแก้ไขไม่หมด แล้วถ้าเรารีบไปให้สัตยาบันโดยไม่ศึกษาผลกระทบให้ดี ก็อาจทำให้เกิดปัญหาที่ยากต่อการแก้ไขมากขึ้น” สส.อังสณา ระบุ
นอกจากนี้ สส.อังสณา ยังแสดงความกังวลต่อข้อเสนอเกี่ยวกับการลดหรือยกเลิกขั้นตอนพิสูจน์อัตลักษณ์และสัญชาติของแรงงานต่างด้าว โดยเห็นว่าการจัดเก็บข้อมูลบุคคลเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบประวัติและติดตามผู้กระทำผิด โดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการหลอกลวงออนไลน์
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาการปลอมแปลงเอกสาร การสวมสิทธิ และการทุจริตเกี่ยวกับเอกสารประจำตัว ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งแก้ไขก่อนพิจารณาผ่อนคลายมาตรการตรวจสอบบุคคลจากต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน สส.อังสณา ยังหยิบยกปัญหาภาระงบประมาณด้านสาธารณสุขที่เกิดจากการรักษาพยาบาลแรงงานต่างด้าวบางกลุ่ม โดยเฉพาะกรณีที่สถานพยาบาลมีค่ารักษาพยาบาลค้างชำระและไม่สามารถเรียกเก็บได้ พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการจัดเก็บภาษีจากรายได้แรงงานต่างด้าวตั้งแต่บาทแรก เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมในการจัดสรรภาระทางการคลัง และนำรายได้กลับมาพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ
ด้านตัวแทนกลุ่มไทยไม่ทนและเต้อาชีวะ ระบุว่า การรวมตัวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประสานการทำงานของภาคประชาชนในการตรวจสอบขบวนการทุจริต ส่วยสินบน และการเอื้อประโยชน์ให้แรงงานผิดกฎหมาย พร้อมแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านความมั่นคงและการจัดตั้งสหภาพแรงงานตามอนุสัญญา ILO
ทั้งนี้ จากการหารือ ผู้แทนกระทรวงแรงงานได้ชี้แจงตามที่กลุ่มผู้ยื่นหนังสือระบุว่า ยังไม่เห็นร่างข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง และหากมีความคืบหน้าจะเชิญภาคประชาชนเข้าร่วมหารืออีกครั้ง เพื่อรับฟังข้อกังวลและแลกเปลี่ยนข้อมูลก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
สส.อังสณา ยืนยันว่า พรรคเศรษฐกิจจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อผลักดันให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ป้องกันการทุจริต และสร้างระบบบริหารจัดการแรงงานที่เป็นธรรม
“ถ้ากฎหมายของเรายังไม่พร้อม ระบบตรวจสอบยังมีปัญหา เราก็ต้องแก้ปัญหาเหล่านั้นให้ได้ก่อน ไม่ใช่เร่งรับข้อผูกพันระหว่างประเทศโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับคนไทย เราจะติดตามเรื่องนี้ต่อไปเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด” สส.อังสณา กล่าวทิ้งท้าย