เปิด 77 นโยบาย ‘ทีมประกันสังคมก้าวหน้า’ กางแผน 7 วันแรก ลดงบไอที-ไลฟ์ประชุมบอร์ด-เร่งบำนาญCARE
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 15 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ภายหลังมีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 กำหนดให้มีผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้างเข้าร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม
ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจากแดชบอร์ดของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ณ เวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม พบว่า มีคะแนนรวมที่นับแล้วทั่วประเทศ 5,030,215 คะแนน โดยความคืบหน้าการนับคะแนนฝ่ายนายจ้างอยู่ที่ร้อยละ 88.16 และฝ่ายผู้ประกันตนอยู่ที่ร้อยละ 87.40
สำหรับทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งส่งผู้สมัครทั้งฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน และฝ่ายนายจ้าง 7 คน มีคะแนนอยู่ใน 7 อันดับแรกของทั้ง 2 ฝ่ายตามผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลาดังกล่าว
โดยผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 42 นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน ได้คะแนนสูงสุด 674,009 คะแนน ตามด้วยหมายเลข 43 นางนาริฐา โภไคยอนันต์ 672,478 คะแนน และหมายเลข 44 นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี 670,720 คะแนน
ส่วนหมายเลข 41 นายเริงฤทธิ์ ละอองกิจ ได้ 668,425 คะแนน หมายเลข 46 นางปรารถนา โพธิ์ดี ได้ 661,063 คะแนน หมายเลข 47 นางพรทิพย์ โม่งใหญ่ ได้ 653,736 คะแนน และหมายเลข 38 นางลักษมี สุวรรณภักดี ได้ 632,512 คะแนน
ขณะที่ผู้สมัครฝ่ายนายจ้าง หมายเลข 64 นางศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ได้คะแนนสูงสุด 6,974 คะแนน ตามด้วยหมายเลข 65 นายรัตนสิทธิ สุภาภรณ์ 6,916 คะแนน และหมายเลข 63 นายกฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์ 6,904 คะแนน
ส่วนหมายเลข 66 นายกฤตวิทย์ หริมเทพาธิป ได้ 6,878 คะแนน หมายเลข 67 นายสุโขทัย หัตถะรัชต์ ได้ 6,868 คะแนน หมายเลข 62 นายอดิศร เกิดมงคล ได้ 6,843 คะแนน และหมายเลข 68 นางภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร ได้ 6,741 คะแนน
ทั้งนี้ ผลคะแนนดังกล่าวยังเป็นเพียงผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ต้องรอการนับคะแนนให้แล้วเสร็จและการประกาศรับรองผลตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้ระบุว่า หลังจากประกาศรายชื่อผู้ชนะเลือกตั้งแล้ว ผู้ที่ประสงค์คัดค้านผลการเลือกตั้งต้องยื่นคำคัดค้านภายใน 7 วัน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณาคำคัดค้านภายใน 30 วัน หากไม่แล้วเสร็จสามารถขยายเวลาได้อีก 30 วัน ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
น.ส.จีระภา กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมจะเร่งตรวจสอบและรับรองผลการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อให้ได้คณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในสิ้นปีนี้ แม้จำนวนผู้มาใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การดำเนินการใช้เวลานานกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 70 วัน
อย่างไรก็ตาม ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า มีความตั้งใจอย่างยิ่งในการนำเสนอนโยบายของผู้ประกันตนและนายจ้าง ซึ่งประกาศนโยบายหลักถึง 77 นโยบาย เริ่มตั้งแต่ 7 วันแรกของการเข้ารับตำแหน่งในฐานะบอร์ดประกันสังคม ไปจนถึงระยะ 1 ปีและ 2 ปี ระบุว่า “รวม 77 นโยบาย ต้องทำได้ใน 2 ปี หากมี 14 เสียงในบอร์ดประกันสังคม จะสามารถทำอะไรได้บ้าง?”
77 ข้อเสนอของทีมประกันสังคมก้าวหน้า เพื่อยกระดับสวัสดิการ ปฏิรูปโครงสร้าง และล้างบางทุจริต แบ่งตามกรอบเวลาที่เสนอให้ดำเนินการ ได้แก่ ภายใน 7 วัน ภายใน 1 ปี และภายใน 2 ปี
นโยบายที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 7 วัน
1.ตั้งกรอบบริหารสำนักงานปีละไม่เกิน 3% ของรายรับ จากเดิมไม่เกิน 10%
2.วางเงื่อนไขหนี้รัฐบาล ให้รายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบทุกการประชุมบอร์ด
3.หากมีการศึกษาดูงานหรือตั้งงบอุดหนุนโครงการ ต้องเปิดประชาพิจารณ์และเปิดรายงานสู่สาธารณะ
4.วางกรอบงบประมาณไอที ลดจาก 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท
5.ไม่ลงทุนระบบเอง แต่ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นและใช้ระบบส่วนกลางภาครัฐ
6.แก้ไขระบบธรรมาภิบาลภาพรวม ให้สำนักงานประกันสังคมยึดโยงกับประชาชน
7.กำหนดให้ประชุมร่วมกับบอร์ดแพทย์ในทุกวาระการปรับนโยบาย
8.ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดด้านการลงทุน ถอดบทเรียนและส่งข้อมูลดำเนินคดีทันที
9.ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดและอนุกรรมการ เพื่อเปิดเผยความโปร่งใสและป้องกันวาระใบสั่ง
10.เปิดเผยมติและบันทึกการประชุมของบอร์ดประกันสังคมและคณะอนุกรรมการทุกชุด
11.เพิ่มหน้าที่ให้สำนักงานประกันสังคมพื้นที่สำรวจความเห็น สรุปปัญหา และนำข้อเสนอนโยบายเข้าสู่บอร์ด
12.ประชาสัมพันธ์สิทธิสุขภาพ ทั้งการตรวจสุขภาพเชิงรุก วัคซีน การทำแท้งปลอดภัย และการป้องกันโรค
13.ผลักดันสูตรบำนาญ CARE เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทันที
นโยบายที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 ปี
14.สร้างช่องทางให้ผู้ประกันตนร่วมแสดงความคิดเห็นในโครงการระหว่างจัดทำงบประมาณ
15.ผลักดันเงินเกษียณพนักงานสำนักงานประกันสังคมตามกฎหมายแรงงาน เพื่อพัฒนาคนและให้สวัสดิการเป็นธรรม
16.จัดทำงบประมาณฐานศูนย์ ตั้งงบตามแผนและความจำเป็นจริง ไม่อ้างอิงจากงบปีก่อน
17.เปิดข้อมูลคำของบโครงการตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปและงบอุดหนุน เพื่อรับฟังความเห็นสาธารณะ
18.เปิด Open Data และ API ให้สาธารณะเข้าถึงข้อมูลประกันสังคมได้
19.กำหนดให้โครงการระบบใหม่ที่จัดจ้างทั้งหมดใช้ Open-Source เป็นมาตรฐาน
20.ดำเนินนโยบาย Cloud-first ลดการนำเงินสมทบมาลงทุนสร้างและดูแลระบบเอง
21.กำหนด TOR ตามหลัก Universal Design รองรับการใช้งานหลายภาษาและคนพิการ
22.ย้ายสาขาไปเช่าใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมยกเลิกการซื้อที่ดินสร้างสำนักงาน
23.ยกเลิกการยกเว้นอาชีพต่าง ๆ ทั้งหมดภายใต้กฎหมายประกันสังคม
24.แก้ระเบียบการหาประโยชน์กองทุน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและผลตอบแทนการลงทุน
25.ปรับปรุงแนวทางลงโทษสถานพยาบาลที่เก็บเงินผู้ประกันตนเพิ่มหรือทำผิดสัญญาการบริการ
26.จัดทำแผนที่สถานพยาบาลและร้านยา เพื่อให้ผู้ประกันตนค้นหาบริการใกล้ตัวได้สะดวก
27.ยกเลิกการสำรองจ่ายค่ารักษา เช่น ค่าคลอดบุตร การบำบัดทดแทนไต และโรคร้ายแรงอื่น ๆ
28.ปรับสัดส่วนการลงทุนเป็น 60:40 เพิ่มการลงทุนต่างประเทศ และลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก 15%
29.เปิดเผยข้อมูลการลงทุนบนเว็บไซต์ในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้
30.ปรับโครงสร้างและธรรมาภิบาลการลงทุนให้โปร่งใส เป็นมืออาชีพ และเป็นอิสระจากระบบราชการ
31.เปิดข้อมูลประกันสังคมสู่สาธารณะ ทั้งข้อมูลประชากร GIS การจ่ายสิทธิ เงินเดือน และการจ้างงาน
32.เปิดระบบยืนยันตัวตน เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนร่วมทำประชาพิจารณ์รายประเด็น
33.เปิดให้ลงทะเบียนร่วมสังเกตการณ์การประชุมบอร์ดและอนุกรรมการ โดยเริ่มจากบอร์ดใหญ่และงบประมาณ
34.อุดหนุนเงินบุตรอายุ 7–12 ปี ปีละ 12,000 บาท และเพิ่มเป็น 13,400 บาท เมื่อมีบุตรพร้อมกัน 2 คน
35.อุดหนุนค่าเล่าเรียนบุตรปีละ 5,000 บาท ระดับมัธยมศึกษา สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 15 ปี
36.จ่ายค่าคลอดบุตร 17,500 บาท และค่าฝากครรภ์ 4,300 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
37.เพิ่มเงินทดแทนว่างงานกรณีลาออกเป็น 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย นานไม่เกิน 90 วันต่อปี
38.ปรับเกณฑ์สิทธิว่างงานให้สอดคล้องกับชีวิตจริง มีเวลาพอสำหรับหางานใหม่
39.เพิ่มเงินว่างงาน 1,000 บาทต่อเดือน เมื่อมีบุตร คนพิการ หรือผู้สูงอายุในความดูแล
40.เพิ่มเงินว่างงานกรณีสุดวิสัยจาก 50% เป็น 70% เพื่อรับมือความผันผวนของโลกยุคใหม่
41.ผู้ว่างงานที่เข้าสู่การศึกษา รับเงินชดเชย 60% ของค่าจ้าง และเพิ่มระยะเวลาอีก 3 เดือน
42.ผู้ว่างงานที่เรียนคอร์สระยะสั้นไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ รับเวลาชดเชยเพิ่มอีก 1 เดือน
43.ให้สิทธิลาพัฒนาทักษะ 30 วันแก่ผู้ทำงานครบ 24 เดือน ชดเชย 60% และกลับสู่ตำแหน่งเดิม
44.ชดเชยการลาดูแลคนในครอบครัว 100% ของฐานเงินเดือน สูงสุด 15 วันต่อปี เมื่อสมาชิกป่วยหนักหรืออยู่ในภาวะพึ่งพิง
45.เพิ่มสิทธิการดูแลระยะยาวและการบริบาลฟื้นสภาพระยะกลาง โดยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บริหาร
46.ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการ สามารถรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านได้
47.ยกระดับสิทธิทำฟัน ให้ขูดหินปูนฟรี ไม่เสียส่วนต่าง ไม่ต้องสำรองจ่าย ปีละ 2 ครั้ง
48.เพิ่มสิทธิบรรเทาออฟฟิศซินโดรมด้วยแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก 300 บาทต่อคน
49.เพิ่มโบนัสเมื่อรับบำนาญหลังอายุ 60 ปี โดยรับเพิ่ม 3% หลังอายุ 65 ปี รับเพิ่ม 10% และหลังอายุ 70 ปี รับเพิ่ม 15%
50.ปรับเพิ่มบำนาญที่ได้รับทุกปีตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมแล้วไม่เกิน 1% ต่อครั้ง
51.การันตีบำนาญขั้นต่ำแก่ผู้ส่งเงินสมทบครบที่ได้รับต่ำกว่า 30% ของค่าจ้าง ผ่านการปรับ Pension Point
52.ให้รับบำนาญก่อนอายุ 55 ปีได้ เมื่อส่งเงินสมทบเกิน 20 ปี และมีคำวินิจฉัยว่ามีข้อจำกัดด้านสุขภาพจากงานเดิม
53.จัดสินเชื่อเกษียณตั้งตัว วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกันตนที่เริ่มอาชีพใหม่
54.ให้รับบำนาญล่วงหน้าเป็นเงินก้อนได้สูงสุด 60 เดือน คิดจาก 40% ของบำนาญรายเดือน
55.ผู้รับบำนาญมาตรา 33 และมาตรา 39 สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้โดยไม่จำกัดอายุ
56.ลดเงินสมทบ 50% สำหรับผู้สมัครมาตรา 40 ที่ชำระเงินล่วงหน้า 1 ปีในปีแรก
นโยบายที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 2 ปี
57.ผลักดันการสมทบแบบก้าวหน้า ให้รัฐและนายจ้างร่วมสมทบตามสัดส่วนฐานเงินเดือน
58.ผลักดันระบบเลือกตั้งออนไลน์ E-Vote ดูแลโดย DGA เพื่อลดงบเลือกตั้งกว่า 300 ล้านบาท
59.ปรับลดค่าบริหารจัดการสำนักงานปีละ 1,000 ล้านบาท ให้เหลืองบ 3,000 ล้านบาท
60.ยกระดับบริการประกันสังคมให้ทำออนไลน์ได้ 99% ของบริการทั้งหมด
61.พัฒนาระบบรับเรื่องและติดตามข้อมูลออนไลน์ ทั้งการร้องเรียนด้านการรักษาพยาบาลและบริการของสาขา
62.สร้างระบบแรงงานจุดเดียว เชื่อมข้อมูลทุกกระทรวง ทำธุรกรรมครบในที่เดียว ทั้งการส่งเงินสมทบ การว่างงาน และการขึ้นทะเบียน
63.ผลักดันการปฏิรูปประกันสังคมสู่ระบบประกันสังคมถ้วนหน้า บริหารโดยตัวแทนประชาชน
64.เปิดเผยสรุปรายงานข้อร้องเรียนด้านบริการรักษาพยาบาลรายไตรมาสต่อบอร์ดและสาธารณะ
65.เพิ่มผลตอบแทนการลงทุนภาพรวมของกองทุนประกันสังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
66.ให้ทุนอุดหนุนการศึกษาต่อ การอบรม และงานวิจัยด้านประกันสังคมกับรัฐสวัสดิการ
67.สนับสนุนการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วมของคนทำงานในทุกรูปแบบการจ้างงาน
68.ผลักดันศูนย์เลี้ยงดูเด็กร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในย่านที่มีสถานที่ทำงานหนาแน่น
69.ใช้ฐานข้อมูลประกันสังคมเพื่อ Upskill, Reskill, Job Center และจับคู่หางานอย่างมีคุณภาพ
70.ทยอยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รับผิดชอบจ่ายงบสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานตามช่วงอายุ
71.กำหนดให้การปรับแก้สิทธิบำนาญต้องผ่านประชามติโดยผู้ประกันตน
72.ปรับเพดานเงินสมทบที่เปอร์เซ็นไทล์ 90 ของฐานข้อมูลค่าจ้าง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 35,000 บาท
73.ทำให้ผู้รับบำนาญใหม่ 70% ได้รับบำนาญไม่น้อยกว่า 40% ของเพดานค่าจ้างสูงสุดในปีนั้น
74.สร้าง Hiw × เมือง ศูนย์อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ประกันตนทุกคน
75.อุดหนุนค่าเช่าช่วงเริ่มต้น ให้ผู้ค้าขายฟรีหรือจ่ายเฉพาะค่าส่วนกลางในปีแรก
76.ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ค้า มาตรา 39 และมาตรา 40 เพื่อซื้ออุปกรณ์และปรับปรุงร้านให้ได้มาตรฐานสุขาภิบาล
77.จัดบูธมาตรฐานพร้อมใช้ มีน้ำ ไฟ ท่อแก๊ส ระบบระบายควัน และระบบรับชำระเงินรวมศูนย์ เพื่อให้ผู้ค้าพร้อมเปิดร้านได้ทันที