คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพิจิตร · เปลี่ยน

มิชลิน เปิดโชว์ Projection Mapping หัวลำโพง 2 คืน เสริมกลยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์

ที่มา: ข่าวสด

มิชลิน เดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์ (Experience Marketing) ผ่านกิจกรรม Michelin Lights Up ภายใต้แคมเปญ “On the Road and Beyond!” หรือ “มิชลิน…ในเส้นทางที่ไกลกว่าเดิม” ด้วยการแสดงแสงสีและภาพเคลื่อนไหวด้วยเทคนิค Projection Mapping บนอาคารด้านหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ระหว่างวันที่ 16-17 ต.ค.นี้ ถ่ายทอดเรื่องราวนวัตกรรมของแบรนด์ผ่านประสบการณ์ร่วมสมัย

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวทางการสร้างแบรนด์ที่ก้าวข้ามการสื่อสารคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ไปสู่การนำเสนอประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเรื่องราวและศักยภาพขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเลือกใช้สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่นำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านแสง สี และภาพเคลื่อนไหว

การแสดงแต่ละรอบมีความยาวกว่า 2 นาที และฉายวนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาจัดกิจกรรม นำเสนอแนวคิดว่าบทบาทของมิชลินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตยางรถยนต์ แต่ยังครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งการเดินทาง การก่อสร้าง การบิน พลังงานสะอาด และการดูแลสุขภาพ

หนึ่งในประเด็นสำคัญของแคมเปญคือการสะท้อนทิศทางการพัฒนาธุรกิจของมิชลินที่นำองค์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีนวัตกรรมสำคัญที่นำเสนอผ่านการแสดงครั้งนี้หลายรายการ

เริ่มจาก Michelin Lunar Wheel นวัตกรรมยางล้อไร้ลมที่ออกแบบเพื่อรองรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ขององค์การนาซา สะท้อนศักยภาพด้านการพัฒนาวัสดุและวิศวกรรมสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดสูง ขณะที่ WISAMO (Wing Sail Mobility) เป็นนวัตกรรมใบเรือที่ใช้พลังงานลมช่วยขับเคลื่อนเรือ มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางและการขนส่งสินค้าทางทะเล

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี Michelin Acoustic ที่ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร ยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทาง รวมถึงนวัตกรรมยางยั่งยืนภายใต้แนวคิด Performance Made to Last ซึ่งมุ่งผสานสมรรถนะและความปลอดภัยเข้ากับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นรักษาสมรรถนะของยางให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มใช้งานจนถึงช่วงเปลี่ยนยาง

อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ Universal Tire Digital Twin ซึ่งใช้แบบจำลองยางเสมือนจริงเพื่อแปลงข้อมูลจากระบบรถยนต์เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่รถยนต์หรือผู้ขับขี่ และสนับสนุนการยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

การนำเสนอนวัตกรรมเหล่านี้สะท้อนทิศทางการขยายขอบเขตความเชี่ยวชาญของมิชลิน จากธุรกิจยางรถยนต์ไปสู่โซลูชันที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี การขนส่ง และความยั่งยืน ซึ่งเป็นกลุ่มประเด็นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว

กลยุทธ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างความแตกต่างในตลาดที่ผู้บริโภคไม่ได้พิจารณาผลิตภัณฑ์จากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ การสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการรับรู้แบรนด์ในระยะยาว

โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงความแข็งแกร่งของแบรนด์เข้ากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยมิชลินเปิดให้ประชาชนเข้าชมการแสดง Projection Mapping บริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพงในวันที่ 16-17 ต.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.30-23.30 น. เป็นเวลาเพียง 2 คืน

ความคิดเห็น