คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพิจิตร · เปลี่ยน

คนสูงวัยกับรถไฮบริด HEV

ที่มา: ไทยรัฐ

รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้สูงอายุได้ดีแทบจะไม่แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์สันดาปภายในที่ไม่มีระบบไฮบริด ทุกวันนี้ เรามองหารถยนต์ที่ประหยัดเชื้อเพลิง จากราคาค่าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจะเลือกรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับคนวัยเกษียณอาจไม่สะดวกเมื่อนำใช้ในชีวิตจริง เพราะการชาร์จไฟอาจทำให้คนสูงวัยบางท่านเกิดอาการหงุดหงิดได้หากไม่สามารถเชื่อมต่อโทรศัทพ์ เข้ากับแท่นชาร์จในสถานีชาร์จไฟกลางทางได้ การลงแอพกลายเป็นเรื่องยุ่งยากที่ต้องจองเวลาเข้าไปชาร์จ หรือการสแกนเพื่อจ่ายเงินในคนแก่บางคนที่ยังนิยมใช้เงินสดแทนการสแกนจ่าย รถยนต์ไฮบริดมีข้อดีก็คือ การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ประหยัดน้ำมัน ลดมลพิษ และไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่ชาร์จไฟฟ้าเหมือนรถ EV ส่วนใหญ่รถไฮบริดมักจะมาจากแบรนด์ญี่ปุ่นเป็นหลักซึ่งดูแล้วให้ความเชื่อมั่นสำหรับการใช้งานระยะยาวมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า

ทำไมรถไฮบริดถึงเหมาะกับผู้สูงอายุ?

ประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยลดค่าน้ำมันและมีค่าบำรุงรักษาไม่ต่างจากรถยนต์ทั่วไปมากนัก

ไม่ต้องปรับพฤติกรรมการชาร์จ ไม่ต้องคอยเสียบปลั๊กหรือหาตู้ชาร์จ เพราะระบบจะชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่เองอัตโนมัติขณะขับขี่และเบรก (Regenerative Braking)

ขับขี่นุ่มนวลและเงียบในบางจังหวะที่ความเร็วต่ำจะเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้า ช่วงความเร็วต่ำหรือตอนออกตัว มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานทำให้ห้องโดยสารเงียบและตอบสนองได้นุ่มนวล

เทคโนโลยีความปลอดภัยแทบจะไม่ต่างจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ รถไฮบริดรุ่นใหม่มักมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, เตือนมุมอับสายตา และกล้องรอบคัน ช่วยชดเชยการเปลี่ยนแปลงด้านสายตา การมองที่แย่ลอง หรือหรือปฏิกิริยาของผู้สูงอายุที่ลดลงตามวัย

ข้อควรพิจารณาและจุดที่ต้องระวังในการเลือกซื้อรถยนต์ไฮบริดของคนสูงอายุ

ความสะดวกในการเข้า-ออก

ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่าหรือสะโพก ควรเลือก SUV หรือรถยกสูงเล็กน้อย (เช่น Toyota Corolla Cross Hybrid, Honda CR-V Hybrid) ที่มีความสูงเบาะพอดีกับระดับสะโพก ไม่ต้องก้มตัวลงต่ำหรือปีนขึ้นสูงเกินไป

ปุ่มกดและหน้าจอที่มีความง่ายในการใช้งาน ควรเลือกรุ่นที่มี ปุ่มกดจริง สำหรับควบคุมแอร์และเครื่องเสียง แทนการใช้หน้าจอสัมผัส (Touchscreen) ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดการละสายตาและใช้งานได้ง่ายกว่า

ทัศนวิสัย เสาเอหรือเสาด้านหน้าและเสาบีหรือเสาตรงกลางรถไม่ควรบังตา และมีกระจกมองข้างหรือระบบเตือนมุมอับที่ชัดเจน

รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างลงตัว ทั้งในมิติของการใช้งาน ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความคุ้มค่า การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าในช่วงออกตัวหรือใช้ความเร็วต่ำ รถไฮบริดจะใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้การเคลื่อนที่นุ่มนวล ไร้การกระตุก ไม่พุ่งกระชากเหมือนรถไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์  ในย่านความเร็วต่ำ ช่วยลดความเครียดและเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมคันเร่งของผู้สูงวัย

เกียร์อัตโนมัติทำงานนุ่มนวล จากการออกแบบระบบส่งกำลังของรถไฮบริดซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกียร์ e-CVT เพื่อปรับให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างเรียบเนียน ไหลลื่น ไร้อาการสะดุด กระตุก ทำให้ผู้สูงอายุขับขี่ได้อย่างผ่อนคลาย ห้องโดยสารเงียบ ลดความเมื่อยล้า ไฮบริดเมื่อขับในย่านความเร็วต่ำ จะมีความเงียบเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า ขณะจอดติดสัญญาณไฟหรือขับขี่ในเมือง เครื่องยนต์จะดับลงและใช้พลังงานไฟฟ้า ทำให้ภายในห้องโดยสารเงียบสงบ ไร้เสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ ช่วยลดความเครียดขณะเดินทาง ความเงียบสงบช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเหนื่อยล้าทางประสาทสัมผัสในการเดินทางไกล และช่วยให้การสนทนาภายในรถหรือการฟังเพลงผ่อนคลายชัดเจนยิ่งขึ้น

จุดที่มีความสำคัญก็คือ มันใช้งานง่ายมาก ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวชาร์จ ต่างจากรถไฟฟ้าที่ผู้สูงอายุอาจรู้สึกยุ่งยากกับการใช้แอปพลิเคชันค้นหาสถานีชาร์จ หรือการยกสายชาร์จที่มีน้ำหนักมาก รถไฮบริด (HEV) แค่เติมน้ำมันตามปกติ ระบบจะปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่เองขณะขับขี่และเบรก ไม่ต้องเรียนรู้เทคนิคการชาร์จ สามารถใช้งานตามความคุ้นเคยเดิมได้ทันที และใช้งานง่ายเหมือนรถเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิมที่เคยขับ

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักใช้รถในการเดินทางระยะใกล้ เช่น ไปหาหมอตามนัด ไปตลาด หรือไปเข้าสังคมกับเพื่อนฝูง ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบไฮบริดทำงานได้ประหยัดพลังงานที่สุด ช่วยเซฟเงินค่าน้ำมันได้

เทคโนโลยีความปลอดภัย ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติในรถไฮบริดรุ่นใหม่ๆ มาพร้อมแพ็กเกจเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง (เช่น Toyota Safety Sense, Honda SENSING) ซึ่งมีระบบเตือนการชนและช่วยเบรกอัตโนมัติ ช่วยชดเชยการตอบสนอง (Reaction time) ของผู้สูงอายุที่อาจช้าลงตามวัย ระบบเตือนออกนอกเลนและมุมอับสายตา ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนและการถอยรถในที่แคบ

ข้อดีอีกอย่างก็คือ ระบบปรับอากาศทำงานได้ต่อเนื่องแม้จอดนิ่งอยู่กับที่ เนื่องจากคอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นระบบแอร์ของรถไฮบริด ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไฮบริดโดยตรง ไม่ได้พ่วงกับสายพานเครื่องยนต์ เวลาจอดรอรับลูกหลานหรือจอดพักริมทาง เครื่องยนต์จะดับเพื่อประหยัดน้ำมัน แต่ระบบแอร์ยังคงเย็นฉ่ำต่อเนื่อง ไม่ร้อน และไม่มีกลิ่นไอเสียย้อนเข้าห้องโดยสาร

สิ่งที่สำคัญและกลายเป็นข้อได้เปรียบของรถยนต์ไฮบริดก็คือ คนสูงวัยไม่ต้องยกสายชาร์จที่โคตรจะหนัก สายชาร์จรถไฟฟ้าตามสถานีมักมีขนาดใหญ่และหนัก การต้องเอื้อม ยก ดึง หรือเสียบเข้าเต้ารับอาจเป็นภาระทางร่างกาย โดยเฉพาะผู้มีปัญหาเรื่องข้อหรือกำลังแขน ไม่ต้องวุ่นวายกับสมาร์ทโฟน เนื่องจากรถ EV ต้องโหลดแอปพลิเคชันตู้ชาร์จ ผูกบัตรเครดิต สแกน QR Code หรือคอยเช็กสถานะการชาร์จผ่านหน้าจอ ซึ่งสร้างความสับสน ใช้งานยาก ให้ผู้สูงอายุ เวลาแอปฯ ค้าง หรือตู้ชาร์จมีปัญหาไม่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ได้

เติมน้ำมัน 3 นาที ด้วยดารขับเข้าปั๊มน้ำมัน เติมเต็มถังตามปกติเหมือนรถคันเดิมที่เคยใช้มาทั้งชีวิต ไม่ต้องนั่งรอชาร์จไฟ 30–45 นาที หรืออาจนานกว่านั้นในช่วงลองวิคเอนท์ ทั้งเสียเวลาและทำให้การเดินทางที่ต้องรอรู้สึกเมื่อยล้า รถยนต์ไฮบริดพร้อมเดินทางทันทีในกรณีฉุกเฉิน หากมีความจำเป็นต้องเดินทางด่วน เช่น ไปโรงพยาบาลกลางดึก รถไฮบริดพร้อมออกเดินทางทันที ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าแบตเตอรี่ตื่นมาจะเหลือเท่าไหร่ หรือลืมเสียบปลั๊กชาร์จไว้เมื่อคืนหรือไม่

สรุป

ถ้าเลือกรถไฮบริด ก็จะได้ความประหยัดและความนุ่มนวลแบบรถไฟฟ้า โดยที่ไม่ต้องทิ้ง ความสะดวกสบายแบบรถน้ำมันไป เป็นเทคโนโลยีที่ประคบประหงมผู้สูงวัยอย่างแท้จริง รถยนต์ไฮบริด มีความผ่อนคลาย ปลอดภัย  โดยไม่สร้างภาระในการเรียนรู้เทคโนโลยีการชาร์จ  จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุครับ.

Toyota Yaris Ativ HEV

รุ่น HEV Premium: 729,000 บาท

รุ่น HEV GR Sport: 779,000 บาท

Toyota Yaris Cross

รุ่น HEV Smart: 809,000 บาท

รุ่น HEV Premium: 859,000 บาท

รุ่น HEV Premium Luxury: 909,000 บาท

Honda City e:HEV (4 ประตู)

รุ่น e:HEV V / SV: 619,000 – 729,000 บาท

รุ่น e:HEV RS: 739,000 – 799,000 บาท

Honda City Hatchback e:HEV (5 ประตู)

รุ่น e:HEV V / SV: 629,000 – 729,000 บาท

รุ่น e:HEV RS: 749,000 – 799,000 บาท

Honda HR-V e:HEV

รุ่น e:HEV E: 949,000 บาท

Honda Civic e:HEV

รุ่น e:HEV EL: 949,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER (ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟ)

รุ่น V: 789,900 บาท

รุ่น VL: 849,900 บาท

รุ่น AUTECH / SV 899,900 – 979,900 บาท

Mitsubishi X-Force HEV

รุ่น Ignite 899,000 บาท

Mitsubishi Xpander HEV (รถครอบครัว MPV 7 ที่นั่ง)

รุ่น HEV 933,000 – 939,000 บาท

Mitsubishi Xpander Cross HEV

รุ่น Cross HEV 969,000 บาท

MG3 Hybrid+

รุ่น D 579,900 บาท

รุ่น X 619,900 บาท

MG VS HEV

รุ่น D 759,000 บาท

รุ่น X 789,900 บาท

GWM / Haval / ORA

ORA 5 HEV

รุ่น Pro 789,900 บาท

รุ่น Ultra 849,900 บาท

Haval Jolion HEV

รุ่น Sport 799,000 บาท

รุ่น Ultra 999,000 บาท

อาคม รวมสุวรรณ

E-Mail [email protected]

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

ความคิดเห็น