เกาหลีเหนือส่งหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC กล่าวหาว่าเกาหลีใต้กุเรื่องเหตุระเบิดจากทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหาร เมื่อวันที่ 21 กันยายน ซึ่งทำให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย พร้อมเตือนว่าอาจใช้สิทธิป้องกันตนเอง หากเกาหลีใต้รุกล้ำดินแดนหรือคุกคามความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่เพิ่มสูงขึ้น
สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า ผู้แทนถาวรเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 ต.ค.) เพื่อกล่าวหาว่าเกาหลีใต้สร้างเรื่องเหตุทุ่นระเบิดระเบิดในเขตปลอดทหาร หรือ DMZ ซึ่งเป็นพื้นที่กันชนระหว่างสองเกาหลี โดยระบุว่าเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงและขัดขวางการเสริมกำลังป้องกันชายแดนของเกาหลีเหนือ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน ส่งผลให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยเกาหลีใต้กล่าวหาว่าทุ่นระเบิดที่เกาหลีเหนือวางไว้เป็นต้นเหตุ พร้อมเรียกร้องให้เปียงยางขอโทษและรับผิดชอบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึกที่ยุติการสู้รบในสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496
อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างแข็งกร้าว โดยระบุว่า การเสริมแนวป้องกันชายแดนเป็นการใช้สิทธิอธิปไตยโดยชอบด้วยกฎหมายและสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ อีกทั้งอ้างว่าเป็นมาตรการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามภายนอก
จดหมายยังกล่าวหาเกาหลีใต้ว่า ทหารเกาหลีใต้ยิงปืนเตือนเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือที่ปฏิบัติงานบริเวณชายแดน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 2 วรรค 4 ซึ่งกำหนดให้รัฐต่าง ๆ งดเว้นการใช้กำลังหรือข่มขู่ใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐอื่น พร้อมเตือนว่า เกาหลีเหนือจะใช้สิทธิป้องกันตนเองตามมาตรา 51 หากเกาหลีใต้รุกล้ำดินแดนแม้เพียงเล็กน้อย หรือกระทำการยั่วยุที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ
ก่อนหน้านี้ นายชา จีฮุน เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำสหประชาชาติได้ส่งจดหมายถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสรุปผลการสอบสวนและยืนยันว่า เหตุระเบิดเกิดจากทุ่นระเบิดที่ทหารเกาหลีเหนือวางไว้ ซึ่งเกาหลีใต้มองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึก พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือแสดงความรับผิดชอบและเปิดการเจรจาเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
ความขัดแย้งทางการทูตระหว่างสองประเทศเกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนตึงเครียดขึ้น โดยก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้เสนอให้จัดการเจรจาทางทหารเพื่อยืนยันตำแหน่งแนวชายแดนอย่างชัดเจน และหารือการฟื้นฟูช่องทางสื่อสารระหว่างกัน
ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นหลังคิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ระบุว่า เกาหลีเหนือได้เคลื่อนกำลังทหารชุดใหม่เข้าสู่ตำแหน่งพร้อมยิงตามแนวชายแดน ขณะเดียวกัน เกาหลีเหนือยังขู่ว่าอาจกลับมาใช้เครื่องกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อตามแนวชายแดนอีกครั้ง ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลี.