คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพิจิตร · เปลี่ยน

ดราม่าเกาหลี หนุ่มวิศวะหน้าเปลี่ยนจนพี่จำไม่ได้ ยันไม่ได้ศัลยกรรม แฉเอาเงินไปเที่ยวบาร์

ที่มา: The Thaiger

ดราม่าเกาหลี หนุ่มวิศวะหน้าเปลี่ยนจนพี่จำไม่ได้ ยันไม่ได้ศัลยกรรม แฉเอาเงินไปเที่ยวบาร์

กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในวงกว้างของสังคมเกาหลีใต้ หลังรายการทอล์กโชว์ Kim Chang Ok Show 4 ทางช่อง tvN ออกอากาศเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงรายหนึ่งที่มาปรึกษาปัญหาน้องชายซึ่งหมกมุ่นกับการดูแลรูปลักษณ์จนครอบครัวกังวล

ผู้ร้องเรียนซึ่งรายการเรียกว่า นางสาวเอ เล่าว่าน้องชายคนเล็กของเธอเคยเป็นเด็กเรียนดีระดับท็อป 1 ถึง 2 ของโรงเรียน เป็นความหวังของบ้าน และได้รับการเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงโซลได้ แต่หลังจากนั้นกลับทุ่มเวลาไปกับการดูแลรูปลักษณ์แทนการเตรียมตัวหางาน

จุดที่ทำให้เธอตกใจที่สุดคือวันที่บังเอิญเห็นบัญชีโซเชียลมีเดียของน้องชายโผล่ขึ้นมาในหน้าฟีด โดยเธอเล่าว่า “ตอนแรกคิดว่าคนที่เรารู้จักมาโผล่ในฟีดเหรอ แล้วก็ตกใจมาก แต่พอเห็นหน้าน้องที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ฉันคิดว่ามีคนแฮกบัญชีเขาไปแล้ว มันช็อกมาก เพราะเป็นคนละหน้ากับสมัยเรียนเลย”

เมื่อรายการเปิดภาพเปรียบเทียบก่อนและหลัง ผู้ร่วมรายการต่างประหลาดใจที่การเปลี่ยนแปลงระดับนี้เกิดขึ้นโดยไม่ผ่านการศัลยกรรม โดยน้องชายอธิบายว่าเป็นผลจากการแต่งหน้า การเปลี่ยนทรงผม และการจัดฟัน พร้อมเล่าวิธีของตัวเองว่าเขาเลี่ยงการกินโซเดียมเพื่อลดอาการบวมบริเวณจมูก ใช้การเขียนใต้ตาและเติมริมฝีปากบนเพื่อแก้สัดส่วนใบหน้าช่วงกลางที่ยาว ไว้ผมหน้าม้ายาวลงมาถึงกลางใบหน้าเพื่อให้ปีกจมูกดูเล็กลง และเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นกว่า 20 กิโลกรัมเพื่อเปลี่ยนรูปร่าง พร้อมระบุว่ายึดวอนบิน สมาชิกวง RIIZE เป็นต้นแบบ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความงาม คือเหตุผลเบื้องหลัง โดยเจ้าตัวเปิดใจว่าจุดเริ่มต้นมาจากตอนที่กินข้าวกับรุ่นพี่ผู้หญิงที่เขาแอบชอบ แล้วถูกทักว่า “ป่วยหรือเปล่า” เพราะตอนนั้นเขาผอมมากและสภาพผิวไม่ดี “พอคิดว่าคนที่เราชอบมองเราเป็นแบบนี้ ผมช็อกมาก” เขากล่าว

จากนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงเตรียมตัวหางานแล้วสอบไม่ผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขายอมรับว่าเริ่มมองหาสาเหตุของความล้มเหลวจากรูปลักษณ์ของตัวเอง และตกอยู่ในความคิดที่ว่าสมัยนี้ภาพลักษณ์สำคัญกว่าคุณสมบัติในเรซูเม

ด้านพี่สาวมองต่างออกไป โดยระบุว่า “น้องเลื่อนเรื่องที่เป็นสาระสำคัญจริงๆ อย่างการเขียนใบสมัครหรือการอ่านหนังสือออกไป แล้วเอาการดูแลรูปลักษณ์มาเป็นเครื่องมือหนีความจริง” พร้อมเล่าว่าเคยให้เงินหลายแสนวอนเพื่อให้ไปซื้อสูทสำหรับสัมภาษณ์งาน แต่น้องชายกลับใส่สูทชุดนั้นไปเที่ยวบาร์หาคู่

ขณะที่คิมชางอก พิธีกรของรายการ ให้มุมมองที่ทำให้หลายคนต้องคิดตาม โดยระบุว่า “การดูแลรูปลักษณ์ไม่ใช่ปัญหาในตัวมันเอง แต่เบื้องหลังมันคือความภาคภูมิใจในตัวเองที่พังลงจากความล้มเหลวในการหางาน และความกลัวที่อยากได้รับการยอมรับ” พร้อมแนะนำว่า “บทบาทที่ครอบครัวควรทำไม่ใช่การบ่น แต่คือการอยู่เคียงข้างเพื่อไม่ให้เขารับความล้มเหลวเป็นเพียงความล้มเหลว”

เรื่องราวนี้สะท้อนภาพใหญ่ของสังคมเกาหลีใต้ ที่คนหนุ่มสาวเผชิญทั้งการแข่งขันในตลาดแรงงานที่รุนแรงและมาตรฐานความงามที่กดดัน จนรูปลักษณ์กลายเป็นสิ่งเดียวที่หลายคนรู้สึกว่าควบคุมผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ วิธีการที่เจ้าตัวเล่าในรายการเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ โดยเฉพาะการงดหรือจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการไม่แนะนำให้ทำเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะโซเดียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่เหมาะสม

- หมอริท เปิดหน้าใหม่ หลังศัลยกรรมหน้าถึงคอ ลั่นไหน ๆ ก็วางยาสลบแล้ว

- เปิดวาร์ป อดีตนักแบดญี่ปุ่น โชว์หุ่นแซ่บเอวเอส โต้ดราม่าศัลยกรรม

- ต้อม รัชนีกร ชนะคดี รพ.ศัลยกรรม สั่งชดใช้ 7.7 ล้าน ค่ารักษา-กระทบงานแสดง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

News1 เกาหลี และ Sports Hankook

ความคิดเห็น