คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเพชรบูรณ์ · เปลี่ยน

“ศุภณัฐ” จี้ กทม. รื้อตารางประเมินค่าวัสดุซ่อมบ้านน้ำท่วม

ที่มา: ไทยรัฐ

“ศุภณัฐ” จี้ กทม. รื้อตารางประเมินค่าวัสดุซ่อมบ้านน้ำท่วม ซัดอาคารราชการเบิกหลักหมื่น แต่กดราคาซ่อมบ้านประชาชนเหลือหลักร้อย

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีกรุงเทพมหานครออกรายการประเมินค่าวัสดุที่เสียหาย สำหรับช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเขตกรุงเทพฯ โดยตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลในการกำหนดอัตราการจ่ายเงินเยียวยา ที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของราคาตลาดอย่างสิ้นเชิง

นายศุภณัฐระบุว่า จากประสบการณ์การทำงานในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษางบประมาณรายจ่ายด้านการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารราชการ สภาผู้แทนราษฎร พบว่าอาคารราชการและห้องประชุมของหน่วยงานรัฐจำนวนมากมีการกำหนดอัตราค่าก่อสร้างและค่าซ่อมแซมในระดับที่สูงกว่าเรตที่นำมาจ่ายให้ประชาชนอย่างเทียบไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นประตูและหน้าต่างที่เบิกในราคาบานละนับหมื่นบาท, พื้นกระเบื้องตารางเมตรละ 600-800 บาท, พื้นไม้ตารางเมตรละหลายพันบาท, ผนังเบาตารางเมตรละเกือบ 1,000 บาท ไปจนถึงฝ้าฉาบเรียบ ฝ้าหลุม และฝ้าคอมโพสิตที่มีราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลายพันบาท แต่เมื่อเป็นกรณีบ้านเรือนของประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษี ภาครัฐกลับกำหนดเรตราคาวัสดุต่ำเกินจริงจนไม่สามารถนำไปจ้างช่างมาซ่อมแซมบ้านได้จริง

นายศุภณัฐกล่าวต่อไปว่า นอกจากอัตราค่าวัสดุที่ถูกกดจนต่ำแล้ว ตารางการประเมินของรัฐยังตกหล่นและไม่ยอมจ่ายรายการความเสียหายที่จำเป็นอีกหลายรายการ ทั้งที่รายการเหล่านี้เมื่อหน่วยงานราชการทำคำของบประมาณต่อรัฐสภา กลับมีการคิดคำนวณให้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นค่าตกแต่งแบบบิวต์อิน (Built-in), ระบบไฟฟ้า, งานทาสี, ค่างานระบบกันซึม, ค่าคิ้วบัว, ค่าผ้าม่าน, ค่าเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงค่ารื้อถอน ค่าป้องกันความเสียหาย (Protection) และค่าเผื่อการก่อสร้าง (Factor F) สูงถึง 30%

นายศุภณัฐชี้ว่า ตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2568 ตนและทีมงานได้ร่วมผลักดันจนสามารถแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังได้สำเร็จ โดยเปลี่ยนหลักเกณฑ์จากการจ่ายเฉพาะค่าวัสดุไม่เกิน 49,500 บาท มาเป็นการ “จ่ายตามความเสียหายจริง” สูงสุดไม่เกิน 88,600 บาท เพื่อเปิดทางให้ภาครัฐสามารถเยียวยาประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายหลักคือการคำนวณว่าหากประชาชนต้องจ้างช่างมาซ่อมแซมบ้านด้วยตนเองจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าใด เพราะนั่นคือมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง แต่สุดท้าย รัฐบาลและ กทม. กลับไปดึงเรตราคาวัสดุพื้นฐานของกรมบัญชีกลางและกระทรวงพาณิชย์มาใช้เพื่อกดราคากลางค่าซ่อมบ้านของประชาชน ขณะที่อาคารราชการต่างมีวิธีเลี่ยงเพื่อขอใช้งบประมาณในอัตราที่สูงกว่า

นายศุภณัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ กทม. นำตารางการประเมินความเสียหายดังกล่าวกลับไปทบทวนและแก้ไขใหม่ โดยปรับเพิ่มอัตราค่าชดเชยและเพิ่มรายการความเสียหายให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง หรือหากไม่มีองค์ความรู้ในด้านนี้ ก็ควรไปศึกษาเรียนรู้จากระบบการประเมินและการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยเอกชนว่ามีวิธีดูแลและเยียวยาบ้านเรือนที่ประสบภัยพิบัติอย่างไร เพื่อให้เงินภาษีของประชาชนถูกนำกลับมาดูแลประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

ความคิดเห็น