คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเพชรบูรณ์ · เปลี่ยน

สบส.ลงดาบ สั่งปิด ‘บ้านเสริมสุข เนอร์สซิ่งโฮม’ ถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ-ผู้ดำเนินการ

ที่มา: ข่าวสด

สบส.ลงดาบ สั่งปิด ‘บ้านเสริมสุข เนอร์สซิ่งโฮม’ ถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ-ผู้ดำเนินการ เผยให้บริการไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

วันที่ 12 ต.ค.2569 นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ สบส.รับเบาะแสว่ามีการล่ามโซ่ และอดอาหารผู้รับบริการ ซึ่งถือเป็นการสร้างอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจของผู้รับบริการภายในสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ในซอยเรวดี 22 จ.นนทบุรี

สบส.จึงส่งทีมพนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 (ศบส.4) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุฯ ดังกล่าว คือ บ้านเสริมสุข (เนอสซิ่งโฮม) ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเรวดี 22 อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา

“เบื้องต้นพบการให้บริการไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีการให้บริการเตียงเกินจากที่ขออนุญาต จาก 9 เตียง เป็น 14 เตียง อีกทั้งในชั้น 2 และ 3 ของอาคารพื้นที่ส่วนกลาง มีการลักลอบให้บริการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้ป่วยด้านจิตเวชจากสาร เสพติด ถึง 59 คน โดยมิได้ขออนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือเป็นสถานพยาบาลตามกฎหมายแต่อย่างใด ถือเป็นการให้บริการที่เกินขอบเขตที่อนุญาต และเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน”

นพ.ภูวเดช กล่าวว่า จากการที่ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ขาดการควบคุมดูแล ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายมีการกระทำหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพของตน ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อผู้รับบริการ สบส.จึงสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.2569 เป็นต้นไป

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า ในกรณีที่สถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง จะรับตัวผู้ป่วยจิตเวชหรือผู้ป่วยผู้ป่วยด้านจิตเวชจากสารเสพติดเข้ามาดูแลนั้น จะรับได้เฉพาะผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาและมีอาการสงบแล้ว โดยจะต้องมีใบรับรองคำวินิจฉัยจากแพทย์ในการนำผู้ป่วยเข้ารับบริการ จึงสามารถรับผู้ป่วยเข้ามาดูแลได้ หากสถานดูแลผู้สูงอายุฯ รับตัวผู้ป่วยมารักษาเองโดยพลการ ก็อาจจะเข้าข่ายเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากพบเบาะแสการกระทำผิดมาตรฐานของสถานดูแลผู้สูงอายุฯ สามารถแจ้งเบาะแสไดที่ สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7002 หรือที่ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1-12 ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ความคิดเห็น