คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเพชรบูรณ์ · เปลี่ยน

เกาหลีใต้เตรียมถอน จนท.บางส่วนจากยูเครน ปมขัดแย้งส่งตัวเชลยศึกเกาหลีเหนือ

ที่มา: ไทยรัฐ

เกาหลีใต้ประกาศถอนเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากสถานทูตในยูเครน ท่ามกลางความขัดแย้งทางการทูต หลังประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือ 2 นายกลับไปยังเกาหลีใต้ต่อสาธารณะ ขณะที่ภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศยังเป็นอุปสรรคต่อการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลตัดสินใจถอนเจ้าหน้าที่บางส่วนจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ในยูเครน เนื่องจากความขัดแย้งทางการทูตเกี่ยวกับการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือ 2 นายกลับมายังเกาหลีใต้ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย และสถานการณ์ภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศทั่วประเทศทำให้การดูแลความปลอดภัยของบุคลากรเป็นไปได้ยาก

พัค ดู-ซุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวในการแถลงข่าวว่า ฝ่ายยูเครนยังไม่มีท่าทีตอบสนองในเชิงบวกต่อข้อเรียกร้องของเกาหลีใต้ เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทจากกรณีที่ยูเครนเปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกดังกล่าวโดยฝ่ายเดียว

อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้จะยังคงรักษาช่องทางการติดต่อทางการทูตที่จำเป็นกับยูเครน โดยให้เจ้าหน้าที่อุปทูตเป็นผู้ดูแล ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลทั้งหมดจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในประเทศ เพื่อดำเนินการคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือพลเมืองเกาหลีใต้ต่อไป

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกตัว พัค กี-ชาง เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำยูเครนกลับประเทศ หลังแสดงความไม่พอใจต่อการเปิดเผยข้อมูลของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ซึ่งเกาหลีใต้มองว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูลฝ่ายเดียว ทั้งยังเรียกร้องให้ยูเครนชี้แจงอย่างเป็นทางการและกล่าวขอโทษ รวมถึงให้สำนักงานประธานาธิบดียูเครนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่เคยมีข้อตกลงที่จะเก็บเรื่องดังกล่าวไว้เป็นความลับ

เชลยศึกชาวเกาหลีเหนือทั้ง 2 นายถูกจับกุมเมื่อเดือนมกราคม 2568 ขณะร่วมรบให้กับรัสเซียในแคว้นคูสค์ของรัสเซีย และเดินทางถึงเกาหลีใต้เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ โดยก่อนหน้านั้น สื่อเกาหลีใต้ได้เผยแพร่ภาพของทั้งสองคน ทำให้สามารถระบุตัวตนได้

ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศปะทุขึ้นหลังเซเลนสกีเปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกเมื่อเดือนก่อน สร้างความไม่พอใจให้แก่รัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งระบุว่าข้อมูลดังกล่าวควรได้รับการเก็บเป็นความลับ เพื่อปกป้องครอบครัวของเชลยศึกที่ยังอยู่ในเกาหลีเหนือ เนื่องจากเกาหลีเหนือเป็นที่รู้กันว่ามีมาตรการตอบโต้ผู้แปรพักตร์และครอบครัว

ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้เรียกเอกอัครราชทูตยูเครนเข้าพบเพื่อชี้แจง พร้อมขู่ว่าจะใช้มาตรการเพิ่มเติมที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด ขณะที่ยูเครนเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้การทูตเหนืออารมณ์ และต่อมาระบุว่ามองว่าสถานการณ์ได้รับการคลี่คลายแล้ว

เมื่อต้นเดือนนี้ โช ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า ยูเครนได้ส่งข้อความที่มีถ้อยคำขอโทษเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของเซเลนสกีมาให้แล้ว แต่เนื้อหายังไม่เป็นไปตามระดับที่เกาหลีใต้คาดหวัง ขณะเดียวกัน หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ประเมินว่า เซเลนสกีอาจเปิดเผยเรื่องดังกล่าวเพื่อเพิ่มการสนับสนุนจากสาธารณชนเกาหลีใต้ต่อการที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะส่งอาวุธให้ยูเครน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายสำคัญ โดยเฉพาะหลังรัสเซียรุกรานยูเครนในช่วงต้นปี 2565 และได้ทำข้อตกลงขายอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับโปแลนด์ อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้ยังคงหลีกเลี่ยงการจัดส่งอาวุธร้ายแรงให้ยูเครน โดยยึดถือนโยบายระยะยาวที่ไม่ส่งอาวุธให้ประเทศที่กำลังอยู่ในความขัดแย้งทางทหาร.

ความคิดเห็น