คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพะเยา · เปลี่ยน

“วราวุธ” คิกออฟปฏิบัติการ ตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม

ที่มา: ไทยรัฐ

“วราวุธ” คิกออฟปฏิบัติการ ตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม สั่งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้สุด

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ ตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 โดยมีทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วม

โดยนายวราวุธ กล่าวมอบนโยบายแก่ ผู้บริหาร กระทรวง และอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญและเน้นเรื่องนี้มาก วันนี้ประเทศไทยมาในจุดที่ถอยกลับไม่ได้แล้ว ถ้าไม่ทำวันนี้ก็ตายหมู่ ไม่ว่าจะตายในโลกโซเชียลและของจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย 5 ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทยในท้องนา ในแหล่งน้ำ มันไปถึงจุดที่ต้องตั้งคำถามว่า วันนี้ถ้าครอบครัวของท่านอยู่ในพื้นที่นั้น ท่านจะทำอย่างไร จะนั่งดูเฉย ๆ แล้วรอให้ฟ้าฝนมาพัดไป หรือถ้าปล่อยให้มันกองอยู่อย่างนั้น เชื่อว่า หลายคนมีครอบครัว มีลูก ท่านจะปล่อยให้ลูกของท่านไปวิ่งเล่นแล้ววันดีคืนดีไปเจอเศษซากขยะอุตสาหกรรม หรือขุดดินไปขุดดินมาไปเจอไอ้พวกเลว ๆ เอากากอุตสาหกรรมไปทิ้ง ถามจริง ๆ ว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ หรือวันนี้จะใช้อำนาจที่อยู่ในมือทำอะไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับประเทศไทย

นายวราวุธ กล่าวว่า สิ่งที่จะทำในวันนี้เป็นอะไรที่ไม่เคยทำกันมาก่อน การระดมทีมจากทั่วประเทศเป็นทีมเฉพาะกิจ 50 ทีม ทำใน 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ ปราจีนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ถามว่าจะมีสักกี่ครั้งที่เห็นเพื่อนเราอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ มาลุยกับพวกเรา เมื่อก่อนเห็นแต่ลุยกันเอง กรมควบคุมมลพิษงอนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมบ้าง กรมโรงงานฯงอนกรมควบคุมมลพิษบ้าง แต่วันนี้เราจะพิสูจน์ให้คนไทยเห็น วันไหนที่หน่วยราชการรวมกันเป็นหนึ่งแล้ว ไอ้พวกคนเลว ๆ ทั้งหลายมันจะไม่สามารถใช้ช่องว่างว่า วันหนึ่งไปฟ้องกรมโรงงานอุตสาหกรรม อีกวันไปฟ้องกรมควบคุมมลพิษได้ วันนี้เรากำลังจะลบปัญหาตรงนี้ไป วันนี้จะมีแต่ส่วนราชการของประเทศไทยและรัฐบาล เราจะรวมกันเป็นหนึ่งและไปลุยกับไอ้พวกนี้

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนกำลังจะขอให้ท่านทำจากนี้ไป ไม่ใช่ว่าตนสักแต่ว่าสั่ง ตนรู้ว่ามันยากแค่ไหน ลำบากแค่ไหนจะเจออะไรบ้าง ตนทราบดี แต่วันนี้สิ่งที่กำลังจะขอให้ทุกท่านทำ การเข้าไปตรวจและดูแลความปลอดภัยของประชาชนกว่า 65 ล้านชีวิต ไปดูว่าโรงงานทำตามเงื่อนไขและข้อกำหนดหรือไม่ ทุกครั้งเวลาที่ตนอ่านข่าวและเห็นข่าว ทุกครั้งที่เห็นกองกากอุตสาหกรรม ตนสะท้อนใจและโกรธมาก ตนฝันเอาไว้ว่าสักวันหนึ่ง อย่าให้ตนได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตนจะล่อให้หมดเลย วันนี้ตนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว วันนี้เรากำลังทำให้ฝันของคนไทยเป็นจริง

“ไอ้พวกเลวๆ นี้จะหมดไปสักที ขอความกรุณาอย่าไปชี้นิ้วว่าเป็นความผิดของหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้ ที่ผ่านมาพักเอาไว้ก่อน วันนี้เมื่อเรามีหน้าที่ตามล้างตามเช็ด ตามกำจัดมัน เราจะตามไปที่ไหน องค์กรใดใช้กฎหมายตัวไหนเพื่อดำเนินการกับคนพวกนี้ แล้วเวลาใช้กฎหมายขอความกรุณาไปให้สุด มีคนเขาปรามาสว่า อุตสาหกรรมจังหวัดพอไปตรวจเสร็จก็เปรียบเทียบปรับ และแยกย้ายกันไป หรือไปดำเนินคดีกันอย่างไร วันนี้ผมต้องการเห็นการยึดทรัพย์ ต้องการเห็นคนโดนเนรเทศออกจากประเทศไทย ต้องการเห็นคนติดคุก เพราะการเอาเศษอุตสาหกรรมต่างๆ มาทิ้งเอาไว้ มันง่ายที่เอาเศษขยะมาทิ้งแล้วโดนปรับ 5 แสน 1 ล้านบาท ผมถามหน่อยเถอะว่า เงิน 1 แสน เงิน 1 ล้านมันเทียบไม่ได้เลยกับแหล่งน้ำแหล่งหนึ่ง” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า ตนขอฝากเอาไว้สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความปลอดภัยของประชาชน สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพจิต สุขภาพของคนๆ หนึ่งตีออกมาเป็นตัวเงินไม่ได้ เราต้องการให้ประชาชนอุ่นใจและสบายใจ วันนี้เป็นวันที่เราต้องมาตามล้างผลาญพวกนี้ให้หมด ส่วนประเด็นข้อกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะนอกจากกฎหมายทุกมาตราขอให้ผู้บริหารทุกท่านจำให้ขึ้นใจ ว่าการจะไปปฏิบัติแต่ละพื้นที่มีอำนาจอย่างไร มีขอบเขตแค่ไหน ถ้าไม่มีอำนาจจะต้องไปขอตัวช่วยที่ไหน ทหาร ตำรวจ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ต้องระวังหากทำเกินหน้าที่อาจจะผิดกฎหมายได้ ดังนั้น ต้องเข้าใจในกฎหมายที่ถืออยู่ในมือ หน่วยงานใดไม่เข้าใจให้โทรมาถามฝ่ายกฎหมาย ขอให้ตระหนักว่าการทำงานร่วมกับศาล อัยการ มีความสำคัญไม่แพ้กัน หากไม่สามารถเข้าไปสถานประกอบการได้ จะต้องใช้กฎหมายตัวใดในการเข้าไปตรวจสถานที่นั้นๆ

“เมื่อใช้กฎหมายแล้วไปให้สุด อย่าใช้ครึ่งๆ กลางๆ ไม่ใช่แค่เปรียบเทียบปรับแล้วแยกกันไป แต่ทำอย่างไรให้คนจำพวกนี้ซึ่งถ้าผมทำได้ ผมจะดำเนินคดีอาญาข้อหาฆ่าคนตาย เพราะพวกกากอุตสาหกรรมทั้งหลายหากใครบริโภคหรือสัมผัสเข้าไปเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น ขอให้ทำอย่างเคร่งครัด อย่าไปสนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ที่ใช้ให้พวกท่านไปปฏิบัติหน้าที่ ผมไม่ได้ส่งเข้าไปตัวเปล่าๆ มีอาวุธให้ท่านไป หากมีปัญหาให้แจ้งมายังผม หากไปแล้วมาบอกว่าคนนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นเป็นอะไรต่ออะไร ชอบนักแหละมาเถอะไอ้พวกผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น มาเถอะจะเจอตอจะเจออะไร ผมไม่สนทั้งนั้น” นายวราวุธ กล่าวและว่า

วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมชื่อวราวุธ ศิลปอาชา ใหญ่กว่าตนมีอยู่ 2 คน คนหนึ่งชื่อนางศุภจี ธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำกับดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนอีกคนชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นอกนั้นไม่มีใครใหญ่กว่าตน พวกโรงงานทั้งหลายจะมีเงินร้อยล้าน พันล้าน ไม่ต้องสนใจโรงงานจะใหญ่เท่าไหร่ไม่สนใจ ท่านจับท่านดำเนินคดีต่อให้หมด การทำงานไม่ต้องสนใจ อย่าไปสนใจ ว่าคนข้างหน้าท่านชื่ออะไร นามสกุลอะไร ดูเพียงแค่ว่าตามกฎหมายที่ท่านถืออยู่ในมือ ปฏิบัติตามนั้นหรือไม่ เงื่อนไขตรงหรือไม่ถ้าไม่ตรงดำเนินคดีให้หมด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่สำคัญ หลังจากเข้าไปตรวจแล้วคือการติดตามผล หากภายหลังพบว่ามีการเดินเครื่องต่อ คนนี้บอกมาจากประเทศนี้ ใหญ่มาก สนิทกับนายตำรวจคนนั้นคนนี้ บอกว่าพวกคุณอย่าเข้ามายุ่ง ไม่ต้องกลัว คนที่จะย้ายพวกท่านได้มีอยู่คนเดียวชื่อนายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ฉะนั้น ไม่ต้องกลัวไอ้พวกเจ้าของกิจการ ไม่มีปัญญาย้ายพวกท่านหรอก ไม่ต้องห่วง ดังนั้น ลุยเข้าไปเลย ใช้กฎหมายให้เต็มที่เข้มงวด ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น ซึ่งจะเป็นการเรียกความมั่นใจจากประชาชนได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า อย่าให้สิ่งที่เขาปรามาสเป็นเรื่องจริง ตนไม่เชื่อกระทรวงที่พ่อตนเคยอยู่ เราทำอะไรเราทำอย่างเต็มที่ เวลาใครมาว่ากระทรวงอุตสาหกรรมตนยอมไม่ได้ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นกระทรวงที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เป็นกระทรวงที่ครั้งหนึ่งมีคนชื่อนายบรรหาร ศิลปอาชา เคยนั่งเป็นรัฐมนตรี และวันนี้ลูกนายบรรหารมานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตนยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาว่ากระทรวงอุตสาหกรรมของพวกเรา ฉะนั้น ขอความกรุณาทำงานให้เต็มที่ ใช้อำนาจที่มีในมือให้เต็มที่ ใครทุจริต ใครทำไม่ดี คนไหน หน่วยงาน หรือบริษัทใดทุจริตดำเนินการตามกฎหมายให้เต็มที่ แต่อย่าไปแกล้งใคร ถ้าหากตนจับได้ว่าพวกเราเองเป็นตัวดี ขอให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมจัดการให้เต็มที่ คนอื่นทำผิดตนดำเนินการตามกฎหมาย แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิดเองเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้

นายวราวุธ กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ตนรู้ว่าจากนี้งานพวกท่านจะเหนื่อยมาก ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หากเจอปัญหาอะไรให้ส่งข้อมูลมา ไม่มีปัญหาอะไรที่ส่งมาแล้วจะแก้ให้ไม่ได้ ถ้าอยู่ในพื้นที่เจอปัญหากับหน่วยงานอื่น มีปัญหากับหน่วยงานใด บอกตนมา ตนจะแก้ให้เอง เพราะตนมีลูกพี่ใหญ่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูลอยู่ และท่านเป็นคนให้ดาบตนมาเองแล้วบอกว่าไปกำจัดให้หมดพวกที่ทำให้แผ่นดินไทยแปดเปื้อน สกปรกไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน พวกนี้หนักแผ่นดิน สิ่งที่พวกท่านกำลังจะทำจากนี้ไปคือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ทำก็ตายหมู่งานนี้ ถ้าทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็ตายหมู่อีกเหมือนกัน การปฏิบัติงานรอบนี้คือ ล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด

นายวราวุธ กล่าวตอนท้ายว่า งานนี้ท้าทายมาก 1,500 กว่าโรงงานไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าสามารถจำกัดได้สัก 10% ยึดใบอนุญาต สืบต้นตอของเงินได้ ยึดทรัพย์ได้ ท่านกำลังจะทำคุณประโยชน์ให้ประเทศมหาศาล วันนี้คนไทยไม่มั่นใจกับพวกเรา รวมถึงตน แต่ทำอย่างไรให้เขามั่นใจในการกระทำของพวกเรา คือ ผลงานในแต่ละวัน วันที่ 2 พ.ย.จะเป็นวันแรกที่เราไล่ตรวจ ไม่ได้กดดัน แต่วันที่ 2 พ.ย.ช่วงเย็น ตนคาดหวังจะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะทุกคนกำลังจับตาดูกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ว่ากำลังเล่นปาหี่ให้ดูหรือไม่ คนที่ตัดสินคือประชาชน ดังนั้น ผลงานเท่านั้นที่จะพิสูจน์

ความคิดเห็น