คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพัทลุง · เปลี่ยน

ศึกษาถนนเชื่อมพัทลุง–สตูล ลดระยะทางเหลือ 40–50 กม. ชาวบ้านห่วง ...

ที่มา: สยามรัฐ

ศึกษาถนนเชื่อมพัทลุง–สตูล ลดระยะทางเหลือ 40–50 กม. ชาวบ้านห่วงป่าและดินสไลด์

กรมทางหลวงชนบทเปิดเวทีรับฟังความเห็นโครงการระยะทาง 21.3 กม. เชื่อมป่าบอน–มะนัง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยว ควบคู่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทพัทลุง/สตูล และบริษัท ทรานส์คอนซัลท์ จำกัด จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนเชื่อมต่ออำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง กับอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล โดยมี นายอาทิตย์ วงมิสุก นายอำเภอมะนัง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้นำชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล โดยมีนายชยภัทร รักพานิชมณี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาตร์การขนส่ง/ รองผู้จัดการโครงการเป็นผู้กล่าวรายงาน

ปัจจุบันการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดสตูลและจังหวัดพัทลุงมีเส้นทางหลัก 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางผ่านจังหวัดตรัง ระยะทางประมาณ 245 กิโลเมตร และเส้นทางผ่านทิศใต้ของจังหวัดสงขลา ระยะทางประมาณ 145 กิโลเมตร ซึ่งทั้งสองเส้นทางมีระยะค่อนข้างไกล

โครงการดังกล่าวจึงมีแนวคิดในการก่อสร้างถนนสายใหม่เพื่อเชื่อมต่อระหว่าง ทางหลวงชนบท พท.1029 (อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง) กับ ทางหลวงชนบท สต.5008 (อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล) ระยะทางประมาณ 21.3 กิโลเมตร หากสามารถดำเนินการได้จะช่วยร่นระยะทางเหลือเพียง 40–50 กิโลเมตรเท่านั้น และลดเวลาเดินทางลงได้ถึง 1 ชั่วโมงเต็ม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแนวเส้นทางศึกษาเบื้องต้นต้องพาดผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม กรมทางหลวงชนบทจึงว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาความเหมาะสมรอบด้าน ทั้งแนวสายทางและรูปแบบที่เหมาะสม ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการลงทุน ผลกระทบทางสังคมสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ตลอดจนการออกแบบเชิงหลักการในงบประมาณการศึกษา 9 ล้านบาท

ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าเกษตร การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอมะนัง เช่น ถ้ำภูผาเพชร พิพิธภัณฑ์บ้านรากไม้ และน้ำตกวังสายทอง พร้อมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางยามฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาล

นายภาณุ เพ็ชรประดับ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา ระบุว่า ชาวอำเภอมะนังมีความต้องการเส้นทางนี้เนื่องจากวิถีชีวิตดั้งเดิมมีความผูกพันกับฝั่งพัทลุง และจะช่วยเปลี่ยนผ่านจาก "เมืองปิด" สู่ "เมืองเปิด" สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น พร้อมฝากข้อเสนอแนะไปยังผู้ออกแบบว่า อยากให้คำนึงถึงการออกแบบถนนให้รถบัสและรถทัวร์นักท่องเที่ยวสามารถวิ่งผ่านได้ รวมถึงเพิ่มความแข็งแรงและมาตรการป้องกันปัญหาดินสไลด์ในพื้นที่เทือกเขาบรรทัด

นายสามารถ ปุรินทร์ทราภิบาล อดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นิคมพัฒนา สะท้อนมุมมองเชิงอนุรักษ์ด้วยความห่วงใยว่า เกรง ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมฉับพลันจากการบุกรุกทำลายป่าไม้ และปัญหาการแอบทำลายต้นไม้ในพื้นที่ต้นน้ำ พร้อมเสนอแนะว่าหากเป็นไปได้ อยากให้พิจารณาแนวทางการเจาะอุโมงค์ลอดผ่านเทือกเขาบรรทัด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของสัตว์ป่าให้น้อยที่สุด

ด้าน นายสรวิศ จินเขตต์กรณ์ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท ชี้แจงว่า การลงพื้นที่จัดประชุมปฐมนิเทศในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนและข้อกังวลจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาออกแบบแนวเส้นทางให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่อ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงแหล่งหากินของสัตว์ป่า เช่น ชะนี หรือพืชพันธุ์สำคัญ และหากมีความจำเป็นอาจพิจารณาโครงสร้างสะพานบกหรืออุโมงค์ลอดเพื่อลดผลกระทบสูงสุด

สำหรับการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้ จะมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ปฐมนิเทศโครงการ, ครั้งที่ 2 การประชุมกลุ่มย่อย, และครั้งที่ 3 การประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วนจะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการอย่างโปร่งใสและรอบด้านต่อไป

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น