คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพัทลุง · เปลี่ยน

ข่าวสดพระเครื่อง – เครื่องราง‘เบี้ยแก้’ หลวงพ่อนุ่ม วัดนางใน

ที่มา: ข่าวสด

“หลวงพ่อนุ่ม ธัมมาราโม” วัดนางในธัมมิการาม ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัด

เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2426 เกิดที่บ้านสามจุ่น ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

ตอนอายุ 10 ขวบ ศึกษาภาษาไทยและภาษาขอมกับพระอธิการพ่วง ผู้เป็นพระพี่ชายที่วัดสามจุ่น ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้าน

เมื่ออายุครบ 20 ปี จึงได้อุปสมบทที่วัดปลายนา ต.ปลายนา อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2446 มีพระครูธรรมสารรักษา (อ้น) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดดีวัดปู่เจ้า เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการช้าง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

อยู่จำพรรษาที่วัดสามจุ่น ศึกษาพระปริยัติธรรมกับพระอธิการพ่วง ส่วนด้านวิทยาคมต่างๆ รวมถึงการฝึกสมาธิ การฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน เดินทางไปร่ำเรียนกับหลวงพ่ออ้นแห่งวัดดอนบุปผาราม จ.สุพรรณบุรี โดยได้เป็นศิษย์ร่วมสำนักกับหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่, หลวงพ่อสมแห่งวัดดอนบุปผาราม และจากฆราวาสอีกท่านหนึ่งชื่อว่าอาจารย์เชตุ

พรรษาที่ 8 ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหลวง ต.ศาลเจ้าโรงทอง เพื่อสะดวกในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ไปช่วยก่อสร้างอุโบสถวัดสามจุ่น

ประชาชนในท้องที่นั้นเลื่อมใสศรัทธา ช่วยสละปัจจัยในการก่อสร้างอุโบสถจนสำเร็จด้วยดี เมื่อสร้างอุโบสถเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้กลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดสามจุ่นตามเดิม

กระทั่งปี พ.ศ.2459 วัดหลวงว่างเจ้าอาวาส ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจอาราธนานิมนต์ให้ไปเป็นเจ้าอาวาส ขณะมีพรรษา 14

ช่วงที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ

จนพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ของชาวอำเภอวิเศษชัยชาญ นำโดยนายเผ่า ชัชวาลยางกูร คหบดี และเป็นเจ้าของตลาดสดในอำเภอวิเศษชัยชาญ ต่างเห็นพ้องต้องกันควรที่จะอาราธนามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนางในธัมมิการาม ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชุมชนใหญ่ และเป็นศูนย์กลางอำเภออย่างแท้จริง อันจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางมากราบนมัสการ

ดังนั้น ใน พ.ศ.2469 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนางในธัมมิการาม

วัดนางในธัมมิการาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองอ่างทอง ตามประวัติสร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2393 ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดนางใน” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณปี พ.ศ.2453 โดยการบูรณะพัฒนาวัดได้เริ่มจริงจังขึ้นมากในสมัยของพระอุปัชฌาย์นุ่มเป็นเจ้าอาวาสนับตั้งแต่ พ.ศ.2468 เป็นต้นมา เกี่ยวกับการศึกษาทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ.2485

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2473 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลศาลเจ้าโรงทอง พ.ศ.2477 เป็นพระอุปัชฌาย์

ในสมัยนั้นวัดชำรุดทรุดโทรมมาก ท่านจึงเริ่มบูรณปฏิสังขรณ์ จนกระทั่งเป็นวัดที่พร้อมด้วยเสนาสนะอันสวยงาม เจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้

ผลงานต่างๆ มีมากมายหลายสิ่งหลายอย่างทั้งในวัดนางในและนอกวัด

ท่านได้สร้างโรงเรียนประชาบาลวัดนางใน สร้างถนนรอบวัด สร้างสะพานข้ามลำน้ำสามจุ่นเชื่อมระหว่างจังหวัดอ่างทองกับสุพรรณบุรี สร้างโรงเรียนประชาบาลบ้านสามหน่อ ที่สุพรรณบุรี

หลวงพ่อนุ่มปกครองวัดนางในเป็นเวลา 30 ปี กระทั่งเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2497 ท่านมรณภาพ สิริอายุ 71 ปี พรรษาที่ 51

ปัจจุบันวัดนางในธัมมิการามเเละบรรดาศิษย์จัดวันทำบุญประจำปี ตรงกับเทศกาลตรุษจีน เป็นงานที่ใหญ่โตทางวัดเปิดโอกาสให้ประชาชนปิดทองรูปเหมือนหล่อหลวงพ่อนุ่ม มีประชาชนและชาวอ่างทองไปร่วมงานทุกปี

แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่ชื่อเสียงเรียงนามยังอยู่ในศรัทธาตราบจนปัจจุบัน

สร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง เช่น เหรียญปั๊ม เหรียญหล่อ พระเนื้อผง พระเนื้อดินเผา เป็นต้น

วัตถุมงคลทุกชนิดล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยมและเสาะหาของนักสะสมวัตถุมงคล

สำหรับเบี้ยแก้นั้นเป็นที่นิยมกันมากเช่นกัน เนื่องด้วยมีประสบการณ์ต่างๆ มากมาย

เบี้ยแก้ที่ได้จัดสร้างไว้ มีทั้งเบี้ยพลูซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับของหลวงพ่อพัก จันทสุวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ และเบี้ยจั่นซึ่งเป็นหอยเบี้ยขนาดเล็ก มีสีขาว นิยมให้เด็กและผู้หญิงห้อยคอ

ลักษณะเบี้ยของหลวงพ่อนุ่ม ถ้าเป็นเบี้ยพลูด้านหลังเบี้ยจะเหมือนกับเบี้ยของพระเกจิสายวิเศษชัยชาญอีกหลายรูปถ้าสังเกตที่ด้านใต้ท้องเบี้ยจะเห็นว่าการอุดชันโรงจะอุดปิดเกือบเต็มใต้ท้องเบี้ย

ส่วนเบี้ยจั่นจะอุดเกือบเต็มเช่นกัน แต่สังเกตดูจะเห็นว่ามีฝ้าขาวปกคลุมอยู่ เนื่องจากหลวงพ่อนุ่มจะปิดทับด้วยกระดาษสาบางๆ อีกทีหนึ่ง

ปัจจุบันเบี้ยแก้หลวงพ่อนุ่มหายากยิ่ง

ความคิดเห็น