ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เคย “ความพร้อมของคน” กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล เพราะการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอาจไม่เพียงพอ หากประชาชนยังขาดความรู้ ทักษะ และความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสร้างประโยชน์ให้กับชีวิต
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ BDE เดินหน้า “โครงการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลระดับพื้นที่ให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล” เพื่อยกระดับสมรรถนะประชาชนด้านการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) เตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizen) ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต และการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้
จาก “ใช้เทคโนโลยีเป็น” สู่ “ใช้เทคโนโลยีสร้างโอกาส”
หัวใจสำคัญของโครงการ คือการพัฒนาคนให้มีทักษะที่สอดคล้องกับโลกดิจิทัล และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในชีวิตจริง
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ไม่ได้หมายถึงการทำให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีเป็นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ทุกคนสามารถเข้าใจ รู้เท่าทัน และใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย รวมถึงสามารถนำทักษะเหล่านี้ไปต่อยอดการเรียนรู้ การทำงาน และการสร้างโอกาสให้กับตนเองได้ BDE จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนจากระดับพื้นที่ พร้อมสร้างกลไกอาสาสมัครดิจิทัลและส่งเสริมการออกแบบเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง
BDE วางแนวทางการดำเนินงานไว้ 3 ด้าน ทั้งการยกระดับสมรรถนะดิจิทัลและสร้างพลเมืองดิจิทัลคุณภาพ การสร้างทักษะและโอกาสผ่านกลไก อาสาสมัครดิจิทัล หรือ อสด. รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้
โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ กลุ่มเปราะบางและผู้พิการ ซึ่งเป็นอีกโจทย์สำคัญของการพัฒนาดิจิทัลในปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีที่ดีไม่ควรสร้างโอกาสให้กับคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ควรเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโอกาสที่ทุกคนเข้าถึงได้
ไม่ได้พัฒนาคนแค่ “กลุ่มหนึ่ง” แต่สร้างระบบการเรียนรู้จากพื้นที่
อีกหนึ่งกลไกสำคัญของโครงการ คือการใช้ “อาสาสมัครดิจิทัล (อสด.)” เป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ในระดับชุมชน แนวคิดนี้ทำให้การพัฒนาทักษะดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องอบรม แต่สามารถส่งต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ผ่านเครือข่ายคนในพื้นที่ที่เข้าใจบริบทของชุมชนและสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับคนใกล้ตัวได้
ขณะเดียวกัน โครงการยังออกแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น สามารถผสมผสานทั้งการเรียนรู้ในพื้นที่และการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ได้มากขึ้น
แนวทางดังกล่าวจึงเป็นการสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้ด้านดิจิทัล” ที่ไม่ได้มองประชาชนเป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ถ่ายทอดและสร้างโอกาสให้กับคนอื่นในชุมชนได้ด้วย
“ฟังเสียงจากพื้นที่” เพื่อนำมาใช้พัฒนาหลักสูตร
BDE ไม่ได้ออกแบบหลักสูตรจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อนำมาปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการจริง ที่ผ่านมาได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค รวม 4 ครั้ง ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงราย และขอนแก่น ระหว่างเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2569
นายเวทางค์ กล่าวว่า ความสำคัญของการใช้ข้อมูลจากพื้นที่ มาประกอบการพัฒนาเนื้อหา และเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำสื่อการเรียนรู้ สำหรับใช้เป็นชุดการเรียนการสอนของทั้ง 3 หลักสูตร สะท้อนบทบาทในการทำงานเชิงรุกด้านการพัฒนากำลังคนดิจิทัล โดยเชื่อมโยง นโยบาย องค์ความรู้ และการปฏิบัติในระดับพื้นที่ เข้าด้วยกัน
เกิดผลลัพธ์ “3 หลักสูตร” ตอบโจทย์ทั้ง “คน–ทักษะ–ระบบ”
เพื่อให้การพัฒนาทักษะตอบโจทย์การใช้งานจริง โครงการได้พัฒนาหลักสูตรสำคัญ 3 กลุ่ม รวม 20 วิชา เริ่มจาก หลักสูตรการพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล ที่มุ่งสร้างคนในพื้นที่ให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะเป็นผู้ส่งต่อความรู้ด้านดิจิทัล ครอบคลุมตั้งแต่บทบาทของ อสด. ทักษะดิจิทัลพื้นฐาน เครื่องมือดิจิทัล เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ไปจนถึงความเป็นพลเมืองดิจิทัล ความปลอดภัยไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA
อีกส่วนคือ หลักสูตร Digital Literacy สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย เน้นทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล ตั้งแต่สิทธิและความรับผิดชอบ การเข้าถึงเทคโนโลยี การสื่อสารออนไลน์ ความปลอดภัย การรู้เท่าทันสื่อและข้อมูล มารยาทดิจิทัล สุขภาวะดิจิทัล การค้าดิจิทัล และกฎหมายดิจิทัล รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้าน AI Literacy และ Future Skills
ขณะที่อีกหลักสูตรหนึ่งตอบโจทย์ในระดับ “ระบบ” คือหลักสูตรการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ตามมาตรฐาน WCAG โดยครอบคลุมทั้งผู้บริหารหรือผู้กำหนดนโยบาย นักพัฒนาเว็บไซต์ และผู้สร้างเนื้อหา เพื่อให้บริการดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
ตุลาคม 2569 – มีนาคม 2570 เดินหน้าขยายการเรียนรู้ทั่วประเทศ
หลังจากการพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ โครงการเตรียมเข้าสู่ระยะของการจัดอบรมจริง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ตั้งแต่ ตุลาคม 2569 ถึงมีนาคม 2570
ระยะแรก ระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 จะเน้นการอบรม อาสาสมัครดิจิทัลและ Digital Literacy ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชนและหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศ จำนวน 40 ครั้ง ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมมากกว่า 20,000 คน
จากนั้นในระยะที่สอง ระหว่างเดือนมกราคม–มีนาคม 2570 จะขยายการอบรมด้าน WCAG ให้กับกลุ่มผู้บริหาร นักพัฒนาเว็บไซต์ และผู้สร้างเนื้อหา เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับหน่วยงานในการออกแบบบริการดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงได้ ทั้งนี้ตั้งเป้าพัฒนาผู้เข้าร่วม มากกว่า 20,200 คน ภายในเดือนมีนาคม 2570
“ดิจิทัล” ต้องเติบโตไปพร้อมกับคนทุกกลุ่ม
ภารกิจของ BDE ในการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลจึงไม่ได้มองเพียงการสร้างทักษะเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่เป็นการวางรากฐานให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ เพราะในวันที่ AI เทคโนโลยี และบริการดิจิทัลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ประเทศต้องมีควบคู่กันคือ “คนที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัว”
“โครงการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลระดับพื้นที่ จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการพัฒนาดิจิทัลจากระดับนโยบายลงสู่ระดับประชาชน เพราะเป้าหมายของการพัฒนาดิจิทัล ไม่ใช่เพียงทำให้คน ใช้เทคโนโลยีเป็น แต่คือการทำให้คนรู้เท่าทัน ใช้งานได้อย่างปลอดภัย สร้างโอกาสให้กับตนเอง และเติบโตไปพร้อมกับสังคมดิจิทัล” นายเวทางค์ กล่าว
เปิดโอกาสให้ตัวเอง เรียนรู้ทักษะดิจิทัลไปด้วยกัน
ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการอบรมได้ ผ่าน ศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ หรือที่ Facebook : Digital Citizen by BDE รวมถึงเว็บไซต์สำหรับค้นหาศูนย์ดิจิทัลชุมชนใกล้บ้าน www.dcc.bde.go.th