คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพังงา · เปลี่ยน

ตม.พังงา ลุย 4 บริษัทต้องสงสัยนอมินีต่างชาติ พบปล่อยเช่า Airbnb วัน ...

ที่มา: 77kaodedอ่านแล้ว: 1

ตม.พังงา บุกตรวจ 4 บริษัทต้องสงสัยนอมินีต่างชาติ พบ 3 บริษัทปล่อยเช่าผ่าน Airbnb สูงถึงวันละ 1,800 ดอลลาร์ เร่งสอบผู้ถือหุ้นไทย

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบริษัทต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือนอมินี จำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมาย

ปฏิบัติการดังกล่าว ดำเนินการภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ และ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึง พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 และ พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 กำกับดูแลและสั่งการ

ด้าน พ.ต.อ.วิชา จำปาวัลย์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรพล แป้นเพชร รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา นำกำลังชุดสืบสวน ตม.จว.พังงา บูรณาการร่วมกับ สภ.เขาหลัก กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพังงา หน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดพังงา ฝ่ายปกครอง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา เข้าตรวจค้นตามหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต รวม 4 จุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของทั้ง 4 บริษัท ที่มีเจ้าของเป็นชาวสวีเดน อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า บริษัท 3 แห่งเปิดให้บริการห้องพักผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb โดยมีอัตราค่าเช่าสูงถึงวันละ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนอีก 1 บริษัท มีข้อสงสัยว่าแม้จะจดทะเบียนจัดตั้งโดยชาวต่างชาติ แต่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ โดยมีข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจจัดตั้งบริษัทเพื่อซื้อวิลล่าสำหรับใช้เป็นที่พักอาศัยในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประเภทวีซ่าที่ใช้ในการพำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ถือหุ้นชาวไทยแล้วจำนวน 6 ราย โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อสงสัยว่า บุคคลบางรายอาจไม่ได้ร่วมลงทุนในบริษัทจริง และอาจไม่มีศักยภาพทางการเงินเพียงพอเมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนที่เกี่ยวข้อง และยังพบข้อมูลว่าผู้ถือหุ้นชาวไทยบางรายมีความเชื่อมโยงกับสำนักงานบัญชีเอกชนที่ทำหน้าที่ดูแลเอกสารให้แก่บริษัทดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมถึงบทบาทและข้อเท็จจริงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทหรือการถือหุ้นในลักษณะใด

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า กรรมการบริษัทชาวต่างชาติของ 3 บริษัทไม่ได้อยู่ในประเทศไทยในช่วงที่มีการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จึงเตรียมตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ตลอดจนบทบาทและการดำเนินกิจการของกรรมการแต่ละรายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก พร้อมรวบรวมข้อมูลและสอบปากคำบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อนำไปประกอบการสืบสวนสอบสวน โดยมุ่งตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินลงทุน และการดำเนินธุรกิจที่แท้จริงของบริษัททั้ง 4 แห่ง ว่ามีการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือมีการดำเนินธุรกิจและการพำนักในประเทศไทยที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ โดยจะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ความคิดเห็น