เท้ง โต้รัฐบาล รอดูเนื้อหาก่อนแซะ ‘บันเทิงธิปไตย’ มั่นใจมีใบเสร็จฟัน ยันคำในญัตติไม่ลิเก รับเสียงในสภาสู้ไม่ไหวเลยเน้นแฉ-ตีแผ่ให้สังคมทราบ แจงไม่แบ่งเวลาอภิปราย ‘กล้าธรรม’
เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2569 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า รอประธานสภาฯ พิจารณาบรรจุญัตติ
ตนคาดหวังว่าจะทันภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้ และจะได้อภิปรายอย่างน้อย 5 วัน เพราะมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเยอะ หากเทียบกับสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แต่ครั้งนี้ 18 คน 5 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล
เมื่อถามว่ามองอย่างไรหากฝ่ายรัฐบาลต่อรองเหลือแค่ 3 วัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่การต่อรองเหมือนการเล่นขายของ แต่ดูตามข้อเท็จจริงว่าข้อกล่าวหาและจำนวนรัฐมนตรีที่เขียนไป เป็นข้อกล่าวหาที่เยอะ ดังนั้น ควรจัดสรรเวลาให้เหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย
ต่อข้อถามว่าหากรัฐบาลยืนยันจะให้แค่ 3 วัน จะแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีในการอภิปรายอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รอฟังความเห็นจากรัฐบาลก่อน เพราะรัฐบาลยังไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะให้กี่วัน
ส่วนที่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายระบุญัตตินี้เป็นเหมือนบันเทิงธิปไตย เหมือนอยู่คนละโลก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การยื่นญัตติครั้งนี้คงไม่ได้เป็นไปด้วยความบันเทิง แต่จะบันเทิงหรือบันเทิงอย่างไร ขอให้รอดูญัตติเข้าสภาฯ รอฟังคำตอบและคำชี้แจงจากรัฐมนตรีก่อนดีกว่า แล้วจะรู้ว่าเนื้อหามันบันเทิงมากน้อยแค่ไหน
เมื่อถามถึงเนื้อหาในญัตติ เช่น มือถือสากปากถือศีล จิตใจผุพัง ไม่ได้ดูเป็นลิเกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นข้อกล่าวหา ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง คือ การตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาล หลายครั้งมีหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต หรือบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไม่ถูกต้อง
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเอาผิดรัฐบาลได้ 100% หลายครั้งการเอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ในสภา
เมื่อถามว่าครั้งนี้จะมีใบเสร็จยื่นเอาผิดรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว หากยึดตามมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะใช้คนละมาตรฐานกัน เพราะต้องใช้ความรับผิดรับชอบ
เช่น การเลือก สว. ถ้ายื่นตามกระบวนการปกติ ผลที่ออกมาอาจค้านสายตาประชาชน แต่เมื่อเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นมาประกอบกัน ทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริง ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะเอาเรื่องเหล่านี้มาซักฟอกรัฐบาล
ส่วนมีการคาดการณ์ว่าในญัตติมีการแบ่งรัฐมนตรีออกเป็น 3 กลุ่ม เช่น กลุ่มที่มีความผูกพันกับคดีฮั้ว สว. จะมีคำว่าอาชญากรรมทางประชาธิปไตย เป็นต้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แล้วแต่จะวิเคราะห์ สามารถดูได้จากคำที่อยู่ในญัตติ เพราะจะต้องอภิปรายภายใต้กรอบญัตติที่เสนอ แต่หากตนรีบให้คำตอบในวันนี้ว่าใครโดนซักฟอกเรื่องอะไรบ้าง คงให้คำตอบอะไรไม่ได้
เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลดูไม่กลัวกับญัตติที่ยื่น และเยาะเย้ยด้วยซ้ำว่ามีของหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า สส.พรรคประชาชนทำการบ้านมา และเป็นเรื่องปกติที่ฝั่งรัฐบาลจะแสดงออกว่ามีความบริสุทธิ์ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไม่ได้ทำผิดอะไร
ทั้งนี้ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสียงในสภาฯ ฝ่ายค้านจะหวังได้น้อย แต่สิ่งที่คาดหวังได้มากคือ เอาข้อมูลมาตีแผ่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินนักการเมือง
เมื่อถามว่าหากพรรคกล้าธรรมจะขอเวลาอภิปรายด้วย แบ่งเวลาให้ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว
เมื่อถามย้ำว่าพรรคกล้าธรรมจะไม่ได้เวลาอภิปรายใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องกลับถามพรรคกล้าธรรมว่าเขามีเจตนาอย่างไร เชื่อว่าพรรคที่ประสงค์จะมีส่วนร่วมตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องมาร่วมลงชื่อในญัตติด้วยกัน แต่เห็นได้ชัดว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้มาร่วมลงชื่อด้วย
ส่วนที่นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ย้ำว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะเป็นการโจมตีทางการเมืองมากกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพรรคกล้าธรรมว่ามีความคิดอย่างไร รอดูว่าหลังจากนี้พรรคกล้าธรรมจะลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร
เมื่อถามว่าจะต้องพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว ดังนั้น การแบ่งเวลาก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประธานสภาฯ ยังไม่ได้นัดประชุมวิป 3 ฝ่ายเพื่อหารือกรอบเวลาอภิปราย ต้องหารือกับรัฐบาลก่อน
ส่วนที่การอภิปรายครั้งนี้ไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเลย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพิจารณาจากพยานหลักฐาน รายชื่อที่ออกมาเกิดจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอชื่อรัฐมนตรีและประเด็นเข้ามาพิจารณาร่วมกัน เมื่อรวบรวมจากทุกพรรคแล้ว ไม่ปรากฎชื่อของรัฐมนตรีคนอื่นนอกจาก 18 คนนี้
เช่นเดียวกับกรณี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ไม่มีชื่อเป็นผู้ถูกอภิปราย ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพี่เลี้ยงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.
ย้ำว่าทุกรายชื่อพิจารณาจากพยานหลักฐาน และชื่อที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอมา ส่วนตัวไม่อยากให้พุ่งเป้าตั้งคำถามว่าโฟกัสเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะถ้ามีกรอบก็จะไม่สามารถตอบได้ทุกรายชื่อ