“พิพัฒน์” บอกเจอ “เนวิน” ไม่มีคุยเรื่องกล้าธรรม มอง 6 เดือนยังไม่ถึงเวลาปรับครม.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ปรากฏภาพให้การต้อนรับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จ.สงขลา ว่า นายเนวิน เดินทางพาทีมไปแข่งบอลตามปกติของไทยลีก พบกับทีมปัตตานี แต่เนื่องจากสนามของปัตตานีอยู่ระหว่างปรับปรุงเลยไปใช้สนามของ จ.สงขลาแทน ในฐานะตนเป็นคนสงขลาเมื่อมีบอลนัดใหญ่ๆมาเลยไปรับชม โดยไปรับนายเนวิน และไปดูการแข่งขัน
เมื่อถามว่า นายเนวิน ได้เปรยหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลตอนไหน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้พูดคุย เพราะไปแข่งบอลไม่ได้มีมติทางการเมืองเข้ามาเป็นโจทย์ให้พูดคุยกัน เรื่องการที่ใครจะเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นผู้ตัดสินใจ
เมื่อถามว่า นายอนุทิน ได้เปรยอะไรไว้บ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ไม่มีครับ” เมื่อถามว่าการปรากฏภาพนายอนุทินทานข้าวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า บังเอิญตนไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยจึงไม่ทราบ แต่นายกฯกับร.อ.ธรรมนัส มีความคุ้นเคยกันที่ผ่านมามีการรับประทานอาหารร่วมกันอยู่เรื่อยเรื่อยหากให้ตอบตนก็คงตอบไม่ถูก
เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวการรวมพรรคกล้าธรรมมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าข่าวมาจากไหน ได้ยินข่าวจากสื่อยังไม่ค่อยเข้าใจว่ากระแสเรื่องนี้เริ่มจากไหน ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นคงต้องให้ผู้ใหญ่คุยกัน
เมื่อถามว่า ขณะนี้ถึงเวลาจะดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รอถามนายอนุทินดีกว่าอย่าให้ตนพูดเลย พูดไปอาจจะไม่ใช่ก็ได้ สิ่งต่างๆขอให้ถามนายอนุทิน
เมื่อถามว่า ประเมินขณะนี้รัฐบาลแข็งแรงพอหรือยัง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลแข็งแรงมาตั้งแต่ต้น รัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน เป็นรัฐบาลอนุทิน 2 ทำงานมาได้ประมาณ 6 เดือน หลายกระทรวงเริ่มเข้าที่เข้าทางโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม คิดว่าสามารถขับเคลื่อนเรื่องนโยบายได้การทำงานไม่มีปัญหา และไม่ใช่ทุกคนเข้าไปแล้วจะทำงานในกระทรวงนั้นๆได้ทันที อย่างน้อยต้องทำความเข้าใจกับข้าราชการ ตั้งแต่ระดับร่างถึงระดับปลัดกระทรวงคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะหากเจ้ากระทรวงกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงไม่สามารถคุยกันได้จะทำงานยาก เพราะผู้ใช้งบประมาณคือข้าราชการ
เมื่อถามว่า การพูดเช่นนี้ไม่อยากให้ปรับคณะรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า คิดว่าการทำงานมา 6 เดือนยังไม่ควร แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่นายกฯจะเป็นผู้พิจารณารวมถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยซึ่งตนไม่ได้เป็น