คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพังงา · เปลี่ยน

เหมืองแร่โพแทช ไทยคาลิ อุตสาหกรรมสีเขียว สู่ชุมชนเข้มแข็ง

ที่มา: ข่าวสด

หลังจากที่สื่อมวลชนหลายสำนักได้รายงานความก้าวหน้าของ บริษัท ไทยคาลิ จำกัด ผู้ได้รับประทานบัตรสำรวจและขุดเจาะแร่โพแทช ใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ให้ทราบมาเป็นระยะๆและมีการตีพิมพ์รายงานพิเศษ ในประชาชาติธุรกิจ ในหัวข้อ พาชมเหมืองแร่โพแทช ไทยคาลิ (https://www.prachachat.net/advertorial/news-2024058 ) และ ในมติชน หัวข้อ หนึ่งล้านชั่วโมงแห่งความสำเร็จ (https://www.matichon.co.th/bullet-news-today/news_5831847) ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้อ่านจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวขอรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเหมืองแร่โพแทช หนึ่งในความหวังของไทยที่จะนำทรัพยากรที่สำคัญจากใต้ดินขึ้นมาเพื่อเกษตรกร อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศกันต่อ โดยหลังจากที่ไทยคาลิประสบความสำเร็จในการขุดเจาะอุโมงค์ระบายอากาศโดยไม่มีอุบัติเหตุใดๆแล้ว ไทยคาลิ กำลังดำเนินการขุดเจาะอุโมงค์แนวนอนเชื่อมทั้ง3 อุโมงค์รวมทั้งเจาะอุโมงค์เข้าสู่ชั้นแร่โพแทชเพื่อขุดและลำเลียงแร่โพแทชขึ้นมาเข้าสู่โรงงานแต่งแร่ในลำดับต่อไป

ขณะเดียวกันได้ดูแลปรับปรุงโรงงานแต่งแร่เพื่อความพร้อมในการเดินเครื่องอย่างเต็มที่ โดยโรงงานแต่งแร่นี้จะทำหน้าที่แยกแร่ซึ่งจะมีโพแทช เกลือหินและหางแร่ แร่โพแทชจะแยกไปสู่กระบวนการผลิตปุ๋ย หางแร่จะนำไปฝังกลบใต้ดิน ส่วนเกลือจะเข้าสู่โรงงานผลิตเกลือบริสุทธิ์ จะเห็นได้ว่าทุกขั้นตอนจะไม่มีสิ่งใดหลงเหลือหรือเล็ดรอดออกจากเหมืองได้เลย เพราะน้ำที่ใช้ในการแต่งแร่และน้ำจากโรงงานผลิตเกลือบริสุทธิ์จะเข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่เป็นน้ำกลั่นบริสุทธิ์100% ซึ่งไทยคาลิ ยืนยันแนวคิดหลักปฏิบัติในการทำงานและดูแลป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีการปล่อยของเสียหรือน้ำออกสู่ภายนอกพื้นที่โครงการ (Zero Discharge)

นอกจากความก้าวหน้า ความพร้อมของเหมืองแร่โพแทชดังที่กล่าวแล้ว บริษัท ไทยคาลิ จำกัด ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกับชุมชน ผ่านศูนย์เรียนรู้การเกษตรไทยคาลิ ควบคู่กับองค์กรมวลชนสัมพันธ์ เพื่อทำงานสอดประสานทั้งภายในพื้นที่และบริเวณรอบนอกโครงการ

ขณะที่ศูนย์เรียนรู้การเกษตรไทยคาลิ มีหมุดหมายเพื่อนำเทคโนโลยีการเกษตรใหม่ๆถ่ายทอดสู่ เยาวชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ที่ทราบว่าไทยคาลิมีบุคลากรทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐบาลมาให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวแวะดูภายในศูนย์เรียนรู้การเกษตรฯ ปรากฎว่ามีโครงการต่างๆมากมายที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเห็นผลเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ดินเค็ม บ้านหนองไทร จำนวน 51ราย 539 ไร่ โครงการพัฒนาประโยชน์ที่เหมาะสมจากพื้นที่ดินเค็ม คลองลำมะหลอด จำนวน 40 ราย 293 ไร่ โครงการนาแปลงใหญ่ จำนวน 17ราย 80ไร่ โครงการเพิ่มผลผลิตเพิ่มรายได้เกษตรยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม(ไร่อ้อย) จำนวน23ราย 264 ไร่ โครงการมะพร้าวน้ำหอม 5แปลง ปลูกมะพร้าวน้ำหอม 2,934 ต้น รวมทั้งโครงการอื่นๆอาทิ โรงเรือนไฮโดรโปนิกส์ โรงเรือนเพาะเห็ด โรงเรือนเพาะชำกล้าไม้ บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นต้น

เนื่องด้วยปีนี้มีข้อมูลจากหน่วยราชการว่าประเทศไทยจะประสบปัญหาภัยแล้ง บริษัทไทยคาลิ จึงใช้มาตรการเชิงรุกช่วยชาวบ้านด้วยโครงการสมาร์ทโดรนฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพให้กับเกษตรกร กลุ่มวิจัยไทบ้าน รอบเขตประทานบัตร จับมือฝ่าวิกฤติภัยแล้งไปด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บริษัทไทยคาลิจับมือกับพี่น้องประชาชน ชุมชนรอบเหมืองและในเขตประทานบัตร เดินไปพร้อมกันเพื่อพัฒนาอาชีพ พัฒนาความเป็นอยู่ พัฒนาชุมชนให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ โรงเรียนและวัด ในการพัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคที่จำเป็นทั้งถนนหนทาง ไฟส่องสว่างและสร้างพื้นที่สีเขียวให้ยั่งยืนทั้งภายในโครงการและบริเวณโดยรอบ ซึ่งปัจจุบันมีความอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยนาข้าว ไร่อ้อย ไม้ผลและไม้ยืนต้นสีเขียวสุดลูกหูลูกตา

กิจกรรมประจำปีที่บริษัทไทยคาลิ ดำเนินการประสบความสำเร็จคือ การประกวดข้าวหอมมะลิประจำปี2568 และในปีนี้ทราบว่าจะมีการดำเนินการเป็นครั้งที่สอง กิจกรรมนี้มีประโยชน์ตรงที่เกษตรกรได้นำองค์ความรู้จากศูนย์เรียนรู้การเกษตรไทยคาลิไปพลิกฟื้นผืนดินให้สามารถปลูกข้าวหอมมะลิและเพิ่มผลผลิตได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน ขณะเดียวกัน ไทยคาลิยังมีโครงการน้ำใจไทยคาลิ นำเครื่องอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระรายจ่ายลดค่าครองชีพช่วยพี่น้องประชาชนอีกทางด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดระยะเวลาที่บริษัทไทยคาลิได้ดำเนินอุตสาหกรรมเหมืองแร่โพแทช ไทยคาลิได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชน ทางผู้บริหารกล่าวว่า “ความรับผิดชอบของไทยคาลิ ไม่ใช่แค่นำแร่โพแทชขึ้นมาสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศเท่านั้น แต่ยังสร้างชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อก้าวเดินไปสู่เป้าหมายพร้อมกัน” ผู้บริหารกล่าวกับผู้สื่อข่าวในท้ายที่สุด.

ความคิดเห็น