“กรวีร์” ผิดหวัง ฝ่ายค้านวอล์คเอาต์ วงถกวิป 3 ฝ่ายไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน ย้อนถามฝ่ายค้าน พร้อมทำหน้าที่หรือไม่ ยันไม่มีเวลาให้แล้ว
เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 22 ต.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม (วิป) รัฐบาล ให้สัมภาษณ์หลังการหารือวิป 3 ฝ่ายเพื่อกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ตนผิดหวังกับการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งต่างฝ่ายควรหาวิธีการที่เจอกันตรงกลางเพื่อเดินหน้าไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่พูดคุยกันยังไม่ทันจบ ฝ่ายค้านก็วอล์คเอาต์ เพราะไม่ได้ตามที่เรียกร้องคือ 5 วัน ซึ่งทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตอบกลับมาที่สภาแล้วว่า รัฐมนตรีสามารถมาตอบได้ระหว่างวันที่ 27-29 ต.ค. ซึ่งฝ่ายค้านระบุว่าน้อยไป รองประธานสภา น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้ให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กลับไปคุยกับ ครม.มาใหม่ ได้คำตอบกลับมาว่า ครม.จะเพิ่มเวลาให้อีก 1 วัน เป็น 4 วัน รวมกับวันลงมติจะเป็น 5 วัน ดังนั้น ตามกรอบที่เราวางไว้ จะเริ่มอภิปรายตั้งแต่วันที่ 26-29 ต.ค. และลงมติในวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งก็เป็นการขยายเวลาให้ฝ่ายค้านแล้ว
ประธานวิปพรรคร่วมรัฐบาลไม่รับปมขอเลื่อนซักฟอกเดือน พ.ย.
“เมื่อวานนี้ทางฝ่ายค้านบอกว่า รัฐบาลปิดปาก ใจแคบ ไม่ให้เวลาที่พอสมควรกับฝ่ายค้าน ซึ่งหากถอยกันคนละนิดก็คงไปกันได้ ต้องขอขอบคุณ ครม. ที่หาทางออกเพิ่มวันให้อีก 1 วัน แต่ฝ่ายค้านเรียกร้องว่า ถ้าจะเป็น 4 วัน ก็จะไม่อภิปรายในสัปดาห์หน้า ขอเป็นวันอื่นในช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งทางรัฐบาลและ ครม.ก็ไปทำการบ้านมาแล้วว่า มีช่วงเวลาไหนหรือไม่ โดยครั้งนี้จะอภิปรายรัฐมนตรีถึง 18 คน จะให้ทั้ง 18 คน อยู่พร้อมกันเป็นระยะเวลา 5 วัน ไม่ไปไหน ผมคิดว่าเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงไม่สามารถหาเวลาในช่วงที่เหมาะสมได้ หากเราเจอกันตรงกลาง เอาประโยชน์สภาเป็นที่ตั้ง ก็ควรจะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะสมเหตุผลทุกอย่างแล้ว ผมขอสรุปตัวเลข หากเราอภิปรายตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 26 ต.ค. ถึงวันพฤหัสบดี ที่ 29 ต.ค. และลงมติวันที่ 30 ต.ค. จะได้เวลารวม 63 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่ฝ่ายค้านจะได้กรอบเวลาที่ 45-48 ชั่วโมง ขณะที่รัฐมนตรีจะใช้เวลาที่ท่านเหลือ ผมจึงค่อนข้างผิดหวัง ยืนยันว่าเราไม่ได้มีการปิดกั้น เตะถ่วง ไม่ได้ปิดปากฝ่ายค้านหรือใจแคบตามที่เขาระบุ” นายกรวีร์ กล่าว
ย้อนถามฝ่ายค้าน พร้อมทำหน้าที่หรือไม่ ยันไม่มีเวลาให้แล้ว
เมื่อถามว่า หากไม่ได้อภิปรายสัปดาห์หน้า แสดงว่าจะไม่ได้อภิปรายแล้วใช่หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านเป็นคนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา ดังนั้น หากตนเป็นคนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็แสดงว่า ตนต้องเป็นคนที่พร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่วันนี้แล้ว กรอบเวลามีแบบนี้ เงื่อนไขเวลามีแบบนี้ ก็ต้องถามฝ่ายค้านว่า พร้อมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้แล้วหรือยัง ซึ่งเราพยายามหาช่วงเวลาในเดือน พ.ย. ส่วนเดือน ธ.ค.ไม่ต้องพูดถึง เพราะมีงานพระราชพิธี นายกฯ และรัฐมนตรีมีภารกิจแน่นมาก ส่วนช่วงเดือน พ.ย. ครม. ได้มีการพูดคุยกันหลายรอบ แต่จะหาเวลาที่ติดกัน 4-5 วันไม่ได้จริงๆ เมื่อถามอีกว่าฝ่ายค้านได้ให้เหตุผลหรือไม่ว่า ทำไมจึงเป็นช่วงสัปดาห์หน้าไม่ได้ นายกรวีร์ กล่าวว่า เขาคิดว่าเขาจะได้เวลา 5 วัน และคิดว่าจะได้ 60 ชั่วโมง ตนถามว่า 5 วัน 60 ชั่วโมง คุณเอามาจากไหน เขาบอกว่า เขาคิดเอาจากครั้งที่แล้วในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อครั้งนี้เขาอภิปรายถึง 18 คน เขาก็ควรได้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 60 ชั่วโมง ตนเลยถามกลับไปว่าหากคุณอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 35 คน แล้วจะต้องอภิปรายกัน 10 วัน 10 คืน หรือไม่ ซึ่งมันไม่ใช่เหตุผล ทั้งนี้ เราคุยกันมาตั้งแต่เดือน ก.ย.แล้ว ตนเชื่อว่าฝ่ายค้านมีความพร้อม ส่วนทำไมจึงไม่เป็นสัปดาห์หน้านั้น ตนไม่ก้าวล่วง ส่วนจะหารือวิป 3 ฝ่าย ครั้งที่ 3 เพื่อได้ข้อสรุปหรือไม่นั้น นายกรวีร์ กล่าวว่า รัฐบาลถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว เราไม่มีเวลาให้ได้มากกว่านี้แล้ว เพราะหากจะอภิปราย 5 วัน และลงมติในวันเสาร์ที่ 31 ต.ค. นายกฯ ติดภารกิจต่างประเทศ ดังนั้นหากจะเจรจากันอีก ก็ต้องถามฝ่ายค้าน ไม่ใช่พวกตน ยืนยันว่า หากเลือกกรอบอื่นหรือเวลาอื่น เราทำเต็มที่แล้ว
ป้อง “ภราดร” ตัวแทน รมต. ไม่ใช่ตัวแทนผู้ถูกซักฟอก
เมื่อถามอีกว่า นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าการที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทน ครม. นั้น ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะมีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายในครั้งนี้ นายกรวีร์ กล่าวว่า ถ้ามีการอภิปราย รมต. 35 ท่าน ก็ไม่ควรมีตัวแทนของ ครม. มาเลยหรือ นายภราดรเป็นตัวแทนของรัฐบาลที่ ครม.แต่งตั้งมาตั้งแต่เริ่มสมัยประชุม ไม่ใช่เพิ่งแต่งตั้งในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลเลยที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา และนายภราดรมาประชุมในฐานะรัฐมนตรี ไม่ใช่ตัวแทนผู้ถูกซักฟอก ท่านทำหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลตามปกติ