ทอท. ยกระดับสุวรรณภูมิ ผุดบริการพรีเมียม อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร คาดชัดเจน พ.ย. นี้
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึง ความคืบหน้าแผนลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า ขณะนี้แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิฉบับใหม่(ฉบับปี 2568) อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม โดย ทอท. ได้ดำเนินการนำเสนอรายละเอียดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และทีมงานของนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งคาดว่าแผนดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในระยะต่อไป
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า ทั้งนี้ แผนแม่บทฉบับใหม่ถือเป็นแผนแม่บทฉบับที่ 5 โดยตามหลักเกณฑ์จะต้องมีการทบทวนทุก 5 ปี ซึ่งการเสนอแผนแม่บทครั้งนี้เป็นการปรับปรุงกรอบแผนการพัฒนาท่าอากาศยานในภาพรวม ไม่ได้หมายความว่า ครม. จะต้องพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนทุกโครงการที่อยู่ภายใต้แผนแม่บทโดยทันที เนื่องจากแต่ละโครงการยังต้องผ่านกระบวนการศึกษาและขออนุมัติตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทอท. เห็นว่าการนำแผนแม่บทเข้าสู่การรับทราบของ ครม. มีความสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ และป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเหมือนกรณีแผนแม่บทในอดีต โดยเฉพาะประเด็นการพัฒนาอาคารผู้โดยสารและโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ที่มักถูกนำไปเชื่อมโยงกับแผนแม่บทฉบับก่อนหน้า
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า สำหรับการกลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ขาเข้า อีกครั้ง เรื่องนี้ทาง กระทรวงการคลัง เป็นผู้นำเสนอ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณา เพื่อนำเสนอครม.เพื่อทราบ ใส่ส่วนของ ทอท. นั้น จะมีการเตรียมปรับแผนการดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) รูปแบบใหม่ โดยจะไม่ใช้รูปแบบเดิม เนื่องจากแนวทางที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ขณะที่พื้นที่ภายในสนามบินเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ จึงต้องปรับรูปแบบการใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมมากขึ้น
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า ทอท. มีแผนนำพื้นที่บางส่วนไปใช้เป็นพื้นที่สำหรับผู้โดยสารผ่านเข้า-ออก ซึ่งจะติดตั้งระบบ Auto Gate มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นที่บริเวณจุดผ่านเข้า-ออก ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Auto Gate) ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะที่ธุรกิจ Duty Free ยังคงมีอยู่ แต่จะปรับรูปแบบให้เน้นการขายสินค้าประเภทใช้จุดบริการรับสินค้า (Pick-up Counter) เป็นหลัก ส่วนพื้นที่จำหน่ายสินค้าแบบเดิมอาจมีจำนวนลดลง ไม่ได้มีมากเท่าในอดีต และจะนำพื้นที่บางส่วนไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นแทน
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานร่วมกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ เช่น คิง เพาเวอร์ (King Power) ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาปรับรูปแบบธุรกิจร่วมกัน เนื่องจากต้นทุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการสต็อกสินค้า และระบบโลจิสติกส์ภายในสนามบินมีมูลค่าการลงทุนที่สูงมาก ทั้งสองฝ่ายจึงต้องเร่งเจรจาหาข้อสรุปที่เหมาะสมร่วมกัน
ผุดบริการพรีเมียมสนามบิน
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า นอกจากนี้ ทอท. กำลังพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะ Premium Service ซึ่งเป็นบริการอำนวยความสะดวกพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือบริการเฉพาะบุคคล ไม่จำกัดเฉพาะดารา นักร้อง หรือบุคคลมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักลงทุนและผู้โดยสารทั่วไปที่ต้องการบริการพิเศษด้วย
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า การบริการดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งผู้โดยสารขาเข้าและขาออก โดยจะแยกจากบริการสำหรับผู้โดยสารทั่วไป และมีรูปแบบให้เลือกใช้บริการได้อย่างยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องซื้อเป็นแพ็กเกจทั้งหมด แต่สามารถเลือกเฉพาะบริการที่ต้องการได้ เช่น บริการรับรถไปจอด การใช้รถกอล์ฟ และบริการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ภายในสนามบิน อย่างไรก็ตาม ทอท. อยู่ระหว่างพัฒนารูปแบบบริการ โดยจะพิจารณาดำเนินการเองควบคู่กับการหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริการระดับสากล เพื่อไม่ต้องเริ่มต้นทดลองผิดลองถูก และสามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานที่ผู้โดยสารคาดหวัง
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวไม่ได้มุ่งให้บริการเฉพาะภายในท่าอากาศยานแห่งเดียว แต่ต้องการเชื่อมโยงบริการตลอดการเดินทางของผู้โดยสาร เนื่องจากผู้โดยสารที่เดินทางออกจากสนามบินหนึ่งยังต้องเดินทางต่อไปยังสนามบินหรือจุดหมายปลายทางอื่น ทอท. จึงต้องประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการและท่าอากาศยานอื่น ๆ เพื่อให้การบริการเชื่อมต่อกันได้ โดยพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมดำเนินงานต้องมีศักยภาพและมาตรฐานระดับโลก
ทั้งนี้ ทอท. คาดว่าจะสามารถประกาศรายละเอียดบริการ Premium Service ได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ โดยบริการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัท แม้ไม่ได้เป็นรายได้จำนวนมหาศาล แต่เป็นรายได้เพิ่มเติมจากการพัฒนาบริการรูปแบบใหม่