ประเสริฐ เผย สพฐ.ตั้งคกก.สอบข้อเท็จจริงปม “ทัศนศึกษาจีนทิพย์” พบเป็นถึงขรก.ชำนาญการพิเศษ ใช้บัญชีคนนอกหลอกโอนเงิน เสียหายกว่า 2.4 ล้าน ขีดเส้น 7 วันเอาผิดถึงที่สุด
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี มีบุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หลอกลวงจัดโครงการทัศนศึกษาต่างประเทศ ว่า พบผู้เสียหายเป็นนักเรียนทั้งหมด 62 คน คุณครูผู้ดูแล 8 คน และมีโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง 11 โรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งข้อเท็จจริงขณะนี้ สพฐ. ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วตั้งแต่หลังจากทราบข่าว โดยกำหนดตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้ พร้อมทั้งได้เรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาให้การ
อ่านข่าว – ‘ประเสริฐ’ ลั่นไม่ยืดเยื้อ ขีดเส้น สพฐ. 5 วัน สอบ ‘ดร.’ ซี8 ปมตุ๋นซัมเมอร์จีน เล็งฟันวินัย-อาญา
นายประเสริฐ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษในสพฐ. และเป็นผู้กระทำผิดจริง หลังจากนี้จะเชิญโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองและผู้เสียหาย มาให้ข้อมูล ว่าเรื่องราวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นมีใครได้รับความเสียหายบ้าง เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่
นายประเสริฐ กล่าวว่า โดยลักษณะการกระทำความผิดเป็นการหลอกให้ไปทัศนศึกษา ที่มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 15-26 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหายได้เดินทางไปถึงสนามบินแล้ว แต่กลับไม่มีการพานักเรียนไปทัศนศึกษาตามโครงการดังกล่าว ถือเป็นการหลอกลวงตั้งแต่ต้น ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงฯ
เมื่อถามว่า มีข้าราชการใน สพฐ.เกี่ยวข้องทั้งหมดกี่คน นายประเสริฐ กล่าวว่า เบื้องต้นพบ 1-2 คน และผู้ที่ถูกกล่าวหาก็เคยมีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาแล้วในอดีต ก่อนจะเงียบไปหลายปีและกลับมาเรื่องนี้เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหายได้โอนเงิน ค่าทัศนศึกษาผ่านบัญชีของอีกบุคคลหนึ่ง แต่ไม่ใช่ข้าราชการในสพฐ. โดยได้มีการตรวจสอบเส้นเงินแล้ว ยืนยันเป็นบัญชีของบุคคลภายนอก
เมื่อถามว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จ หากข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนก็จะลงโทษให้ถึงที่สุด สำหรับมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 62 คน ที่มีการเรียกเก็บเงินคนละประมาณ 40,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 2.4 ล้านบาท
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ตนได้สั่งการให้ เขตพื้นที่การศึกษาได้ติดตามการดำเนินการในลักษณะที่เข้าข่ายเช่นนี้อย่างใกล้ชิด และให้นโยบายว่า ในโรงเรียนต่างๆ มีครูหรือบุคคลใด เช่นที่จัดกิจกรรมเช่นนี้โดยที่โรงเรียนไม่ทราบ หรือสพฐ.ไม่ทราบ พร้อมย้ำว่าให้ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว พร้อมเร่งเยียวยาผู้เสียหาย โดยจะติดตามเงินที่ถูกหลอกลวงไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินก้อนดังกล่าวนี้ยังคงมีอยู่หรือไม่ ไม่เกินวันศุกร์นี้คาดว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ