ผกก.โกรกพระ แจงปมคลิปเสียงคุยญาติสาวถูกนายช่างโยธา ทำร้าย-กักขัง ยันไม่ช่วยผู้ต้องหา
จากกรณีน้องใบตอง อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย ร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกอดีตแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นนายช่างโยธาสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งใน อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ข่มขู่ด้วยอาวุธปืน ล่วงละเมิดทางเพศ และกักขังหน่วงเหนี่ยวหลายวัน
ขณะที่ญาติยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการพูดคุยกับครอบครัว จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดพร้อมเสียงบทสนทนามาเปิดเผย เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย โดยเพจสายไหมต้องรอดเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สภ.โกรกพระ พร้อมพาผู้เสียหายเข้ายื่นเรื่องต่อกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานคุ้มครองสิทธิ เพื่อขอความช่วยเหลือและมาตรการคุ้มครองพยาน นั้น
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ต.ท.ศุภณัฐ โพธิ์พึ่ง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินคดี รวมถึงกรณีผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว โดยเปิดเผยว่า ภายหลังแจ้งข้อกล่าวหากับนายช่างโยธาผู้ถูกกล่าวหาแล้ว พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งตัวไปยังศาล พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว ส่งผลให้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเป็นเวลาประมาณ 2 วัน ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาลอีกครั้ง และได้รับอนุญาตให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์ 200,000 บาท
พ.ต.ท.ศุภณัฐ กล่าวว่า การปล่อยตัวดังกล่าวเป็นการพิจารณาของศาลในชั้นประกันตัว ไม่ใช่การอนุญาตให้ประกันตัวโดยพนักงานสอบสวน พร้อมระบุว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจทางการแพทย์เกี่ยวกับบาดแผลของผู้เสียหาย เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีและพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
พ.ต.ท.ศุภณัฐ กล่าวว่า ส่วนกรณีครอบครัวผู้เสียหายตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีการแจ้งข้อหาพยายามฆ่า พ.ต.ท.ศุภณัฐ ชี้แจงว่า จากพฤติการณ์ที่ได้รับทราบ ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนข่มขู่เพื่อทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว แต่ยังไม่มีการยิงปืน จึงเห็นว่ายังไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานพยายามฆ่าตามที่มีการตั้งข้อสงสัย ทั้งนี้ การพิจารณาข้อกล่าวหาต้องอาศัยพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในสำนวนเป็นสำคัญ
สำหรับกรณีที่ครอบครัวผู้เสียหายกังวลว่าจะถูกข่มขู่คุกคามภายหลังผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว พ.ต.ท.ศุภณัฐ กล่าวว่า ตำรวจได้เรียกผู้ต้องหามาสอบถามแล้ว โดยเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ได้ไปข่มขู่ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้กำชับไม่ให้เข้าไปกระทำการใดๆ ที่อาจเป็นการคุกคามหรือสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้เสียหายอีก เพราะอาจส่งผลต่อการพิจารณาเพิกถอนการประกันตัวได้ตามกระบวนการกฎหมาย
ขณะที่ พ.ต.อ.มาโนชญ์ สวนดอกไม้ ผกก.สภ.โกรกพระ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ชี้แจงกรณีปรากฏคลิปที่ตนเดินทางไปนั่งพูดคุยกับย่าของผู้เสียหายว่า สาเหตุที่เข้าไปพบครอบครัวในวันดังกล่าว เนื่องจากทราบว่าญาติมีความหวาดกลัวหลังผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว เกรงว่าอาจกลับมาก่อเหตุทำร้ายอีก จึงเดินทางไปพูดคุยเพื่อให้ครอบครัวคลายความกังวล พร้อมชี้แจงความคืบหน้าของคดี รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการ โดยยืนยันว่าไม่ได้ชี้นำหรือบังคับให้ครอบครัวต้องรับเงินจากผู้ต้องหาแต่อย่างใด
ส่วนประเด็นการเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย พ.ต.อ.มาโนชญ์ให้ความเห็นว่า หากผู้ต้องหาประสงค์จะเจรจาและชดใช้ค่าเสียหาย ก็ควรให้คู่กรณีพิจารณาสิทธิและแนวทางเรียกร้องของตนเอง โดยสามารถดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ ขณะที่คำถามว่าการรับเงินชดใช้ก่อนศาลมีคำพิพากษาจะส่งผลต่อการลดโทษหรือไม่นั้น เจ้าตัวระบุว่าเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ไม่ใช่สิ่งที่ตำรวจจะเป็นผู้ชี้ขาด
พ.ต.อ.มาโนชญ์ กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนกฎหมาย ไม่มีการช่วยเหลือผู้ต้องหา พร้อมเปิดเผยว่าได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าไปตรวจตราบริเวณบ้านของครอบครัวผู้เสียหายทุกวัน เพื่อดูแลความปลอดภัยและลดความหวาดกลัวที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการยึดอาวุธปืนจากผู้ต้องหาไว้แล้ว โดยยืนยันว่าตำรวจ สภ.โกรกพระ ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีช่วยคนผิดอย่างแน่นอน
ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดนครสวรรค์ ได้ตั้งงคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามภาพวงจรปิด ว่ามีมูลหรือไม่กรณีตำรวจไปบ้านผู้เสียหาย หากพบว่าตำรวจที่ไปนั้นมีความผิดก็จะตั้งกรรมการสอบสวน ผกก.และตำรวจต่อไป