“หลบยังไงก็โดนอยู่ดี” ตํารวจทางหลวงแพร่ สกัดจับ ชาวเมียนมารับจ้างขนคนต่างด้าว หลบหนีเข้าเมือง 20 ราย ค่าขนเที่ยวละ 3,000 บาท
วันที่ 26 ต.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กําเนิดพรม รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล,พ.ต.ท.มงคล นนทธีระโรจน์ รอง ผกก.5 บก.ทล.
พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี รองผกก.5 บก.ทล.
พ.ต.ท.พิชญา ทวิชศรี รรท.สว.ส.ทล. 6 กก.5 บก.ทล. ร.ต.อ.ณัฐศักดิ์ จักรทิพย์ รอง สว.ส.ทล. 6 กก.5 บก.ทล. ด.ต.วีระ บุญชู ด.ต.หญิง พิมชญดา จิณะไชย ด.ต.อาจหาญ จินดาหอม ด.ต.คมเดช ฟ้ากระจ่าง ด.ต.เวชพิสิฐ ทิพย์ธันวา ด.ต.วชิรพงศ์ เพชรมณี จ.ส.ต.โกวิทย์ ปากสวัสดิ์ ร่วมกันจับกุมชาวเมียนมา 20 ราย
โดยผู้ต้องหาที่ 1 และ2 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “ให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทําด้วย ประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหลบหนีการจับกุม” ส่วนผู้ต้องหาที่ 3-20 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง”
พร้อมตรวจยึดของกลาง จํานวน 2 รายการ ดังนี้ 1. รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA หมายเลขทะเบียน นข 2359 พะเยา หมายเลขตัวถัง 53-0002-54 จํานวน 1 คัน โดยจับกุม บริเวณริมถนน ทล.103 กม. ที่ 27 ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่
พฤติการณ์ สืบเนื่องตามนโยบายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และ กองบัญชาการตํารวจ
สอบสวนกลาง ให้ดําเนินการสืบสวนปราบปรามและจับกุมการกระทําผิดเกี่ยวกับการลักลอบนําพาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและเครือข่ายสแกมเมอร์มาอย่างต่อเนื่อง ตํารวจทางหลวงแพร่ได้เฝ้าติดตามกลุ่มรถยนต์ต้องสงสัยที่ใช้รับ-ส่งคนต่างด้าวซึ่งลักลอบเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
โดยเฉพาะเส้นทางรับคนต่างด้าวจากพื้นที่ จ.เชียงราย ไปส่งยังพื้นที่ ตอนในของประเทศ จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มรถดังกล่าวใช้ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางเลี่ยงเพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ มีการแบ่งหน้าที่เป็นรถนําทางคอยสังเกตการณ์และรถรับส่งคนต่างด้าว พร้อมติดต่อประสานงานกันผ่านแอปพลิเคชันสนทนาตลอดเส้นทาง
เจ้าหน้าที่จึงนําข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์และวางแผนสกัดจับกุม ต่อมาวันที่ 24 ต.ค.69 เจ้าหน้าที่ตํารวจ ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามี ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้าสู่จังหวัดตอนในของประเทศ พ.ต.ท.พิชญา ทวีชศรี รรท.สว.ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุม ออกตรวจสอบในพื้นที่ที่รับผิดชอบและพบรถตู้ต้องสงสัย ยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน นข 2359 พะเยา ขับรถในลักษณะส่ายไปมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้เรียกให้ผู้ขับขี่หยุดรถ
จากการตรวจสอบพบคนนั่งข้างผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าว และไม่มีเอกสารหนังสือเดินทางแสดงต่อเจ้าหนักงานชุดจับกุมและยังพบผู้โดยสารชาวเมียนมาโดยสารมากับรถยนต์คันดังกล่าว จํานวน 19 ราย จากการสอบถามคนขับยอมรับว่าเป็นผู้นําพาบุคคลทั้งหมดขึ้นรถตู้คันดังกล่าว โดยได้รับผู้โดยสารจาก บริเวณสะพานกลับรถ ใน อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จากนั้นได้เดินทางมากับรถคันดังกล่าวเพื่อพาบุคคลต่างด้าวทั้ง 19รายไปส่ง สถานที่ปลายทาง จ.พิษณุโลก โดยได้รับค่าจ้างขับรถเป็นเงินจํานวน 3,000 บาท และเป็นเหตุให้ถูกจับกุม
จากการสืบสวนทราบว่าคนขับชาวเมียนมา แลภรรยาคนขับรับชาวเมียนมาทั้งหมด ที่ จ.เชียงราย แถวๆ ใน อ.เมืองเชียงราย และได้นําบุคคลต่างด้าวไปส่ง ปลายทางไป จ.พิษณุโลก โดยชาวเมียนมาเขามาในไทย เสียต่อหัวประมาณคนละ 30,000-40,000 บาท คนขับและภรรยาได้ค่าจ้างขน เที่ยวละ 3,000 โดยทํามาแล้ว 3 ครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นําตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สอง จ.แพร่ เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์และเตือนภัยประชาชน ดังนี้ 1. หากพบกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย เช่น เดินทางเป็นกลุ่มผิดปกติ ไม่มีเอกสาร ประจําตัว หรือหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตํารวจทันที เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ
2. ขับรถรับจ้างที่รับงานรับ–ส่งชาวต่างชาติซึ่งไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน โดยรับงานผ่านกลุ่มสนทนา
หรือคนกลางที่ไม่ทราบตัวตน มีความผิดฐานช่วยเหลือบุคคลหลบหนีเข้าเมือง และอาจมีความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง 3. การรับจ้างขนคนต่างด้าวด้วยค่าจ้างเพียงหลักพันบาท อาจต้องแลกด้วยโทษจําคุกหลายปีและทรัพย์สินที่ถูกยึดทั้งหมด
ข้อกล่าวหาข้างต้นมีโทษตามกฎหมาย ดังนี้ 1.พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน พระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุมต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท
2. พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 62 คนต่างด้าวผู้ใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน
มาตรา 11 หรือมาตรา 12 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท
3. พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 คนต่างด้าวผู้ใดอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
หรือการอนุญาตสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ